| ชื่อเรื่อง | : | ละครชาตรีเมืองเพชร |
| นักวิจัย | : | จันทิมา แสงเจริญ |
| คำค้น | : | LAKON , CHATRI , PHETCHABURI |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2539 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082539000943 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาละครชาตรีเมืองเพชรในด้านประวัติ โครงสร้าง ส่วนประกอบของการแสดงสถานภาพการประกอบอาชีพ ตั้งแต่ พ.ศ. 2537 - 2539 โดยศึกษาจากเอกสารที่เกี่ยวข้อง การสัมภาษณ์ผู้แสดงอาวุโส15 คน หัวหน้าคณะละครชาตรีเมืองเพชร 28 คน ผู้แสดงละครชาตรีเมืองเพชร 120 คน นักวิชาการ และจากการสังเกตการแสดงของคณะละครชาตรีเมืองเพชร 18 คณะ จำนวน 30 ครั้ง ที่แสดงเฉพาะในจังหวัดเพชรบุรี ผลการวิจัยพบว่า ละครชาตรีเมืองเพชรพัฒนามาจากการแสดงพื้นบ้าน ซึ่งปรับเปลี่ยนไปตามสภาพสังคมและเศรษฐกิจ ต่อมาปรากฎหลักฐานสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งเห็นชัดว่ารูปแบบและเนื้อหาได้รับอิทธิพลจากละครผู้หญิงของหลวงและละครของผู้มีบรรดาศักดิ์จากกรุงเทพฯ และโนรา บุคคลสำคัญที่มีบทบาทต่อการพัฒนาละครชาตรีในสมัยแรกคือ หลวงอภัยพลรักษ์ข้าราชการหัวเมือง และบุตรี คือหม่อมเมืองซึ่งเป็นภรรยาของเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ (เทศ บุนนาค) เจ้าเมืองเพชรบุรีในสมัยรัชกาลที่ 5 โครงสร้างการแสดง ประกอบด้วยส่วนพิธีกรรมและการแสดงละคร ซึ่งมีทั้งภาคเช้าตั้งแต่เวลา09.30 น. - 12.00 น. และภาคบ่ายตั้งแต่เวลา 13.00 -15.30 น. ลำดับการแสดงมี 2 แบบ คือ แบบเต็มรูปแบบปลูกโรงแสดง กับแบบไม่ปลูกโรงแสดงซึ่งมักเป็นในวัด ลำดับการแสดงแบบที่ 1 ภาคเช้าประกอบด้วย พิธีทำโรง บูชาครู โหมโรงร้องเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รำถวายมือ ประกาศโรง รำซัดชาตรีแล้วแสดงละคร จากนั้นลาเครื่องสังเวยก่อนเที่ยงตรง ในภาคบ่ายประกอบด้วย โหมโรง ประกาศโรง แสดงละคร และปิดการแสดงหรือพิธีลาโรง ลำดับการแสดง แบบที่ 2 ต่างจากแบบที่ 1 คือยกเว้น พิธีทำโรง รำซัดชาตรี และพิธีลาโรงโรงรำของละครชาตรี มีขนาดกว้างประมาณ 4 เมตร ยาว 5 เมตรพื้นโรงเป็นพื้นดินปูด้วยเสื่อ หรือบนยกพื้นไม้เตี้ย ๆมีเสากลางโรง 1 ต้น ค้ำหลังคา และวางซองคลีหรือซองอาวุธเตียงวางอยู่ด้านหนึ่ง ผู้แสดงนั่งล้อมเป็นวง เว้นพื้นที่ตรงกลางไว้แสดง วงดนตรีวางตรงข้ามเตียง ส่วนเครื่องประดับศีรษะวางบนเตียงหรือข้างเตียง ละครชาตรีเมืองเพชรเป็นละครรำชนิดหนึ่ง ผู้กำกับการแสดงทำหน้าที่บอกบทร้องและเพลงหน้าพาทย์ ผู้แสดงเป็นต้นเสียงร้อง ด้นท่ารำคำเจรจาเอง เมื่อเล่นจบบทของตนก็ถอดเครื่องประดับศีรษะแล้วนำมาทำหน้าที่เป็นลูกคู่ตีกรับรับบท ลักษณะเด่นของท่ารำที่พบ ลำตัวแอ่นตึง หักหน้าขาก้นงอน ย่อเข่า ใช้เกลียวข้าง การตั้งวงมักโค้งเป็นวงกว้าง และดันข้อศอกขึ้น ส่วนเท้าจะยกค่อนข้างสูงและย่ำอยู่เสมอในขณะที่เข่างอ เวลาเปลี่ยนท่ารำมักยกขาข้างหนึ่งเข่าข้างที่ยืนรับน้ำหนักเกือบตึง (ละครกรมศิลปากรเรียกว่าเหิรตัว) ตัวละครมี 3 ประเภท คือ พระ นาง และเบ็ดเตล็ดแต่งกายแบบยืนเครื่องและเบ็ดเตล็ด วงปี่พาทย์ชาตรีประกอบด้วยระนาด กลองตุ๊ก โทน ฉิ่ง และกรับ อาจมี ตะโพน และกลองทัดร่วมบรรเลงด้วย เพลงร้องที่ใช้มีทั้งเพลงโทนและเพลงไทยบทละครที่ใช้แสดงนำมาจากเรื่องในวรรณคดีบทละคร และนิทานคำกลอน ละครชาตรีเมืองเพชรปัจจุบันมี 28 คณะ ผู้แสดงประมาณ120 คน เป็นผู้หญิง ร้อยละ 80 ผู้แสดงมีอายุเฉลี่ย 35 ปีคณะที่ยังคงสามารถแสดงได้อย่างเต็มรูปแบบมีเพียง 4 คณะการสอนกระทำกันในหมู่เครือญาติ และผู้สนใจ ส่วนพิธีกรรมและคาถาไม่ถ่ายทอดให้บุคคลภายนอก การแสดงละครชาตรีเมืองเพชรในปัจจุบันเป็นอาชีพอย่างหนึ่ง และยังคงแพร่หลายในจังหวัดเพชรบุรี สมควรที่คนรุ่นหลังจะอนุรักษ์และส่งเสริมให้เป็นมรดกของชาติสืบไป |
| บรรณานุกรม | : |
จันทิมา แสงเจริญ . (2539). ละครชาตรีเมืองเพชร.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. จันทิมา แสงเจริญ . 2539. "ละครชาตรีเมืองเพชร".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. จันทิมา แสงเจริญ . "ละครชาตรีเมืองเพชร."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print. จันทิมา แสงเจริญ . ละครชาตรีเมืองเพชร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.
|
