ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ปริมาณและอัตราส่วนของกรดไอโคสะเพนเทโนอิคต่อกรดโดโคสะเฮกซะโอิคที่เหมาะสมต่อการเติบโตและการรอดของกุ้งกุลาดำ (Penaeus monodon) หลังวัยอ่อน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปริมาณและอัตราส่วนของกรดไอโคสะเพนเทโนอิคต่อกรดโดโคสะเฮกซะโอิคที่เหมาะสมต่อการเติบโตและการรอดของกุ้งกุลาดำ (Penaeus monodon) หลังวัยอ่อน
นักวิจัย : รวีวรรณ สุวณิชย์
คำค้น : EICOSAPENTAENOIC ACID , DOCOSAHEXAENOIC ACID , PENAEUSMONODON , EPA , DHA
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2538
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082538000468
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยนี้เพื่อศึกษาปริมาณและอัตราส่วนของกรดไอโคสะเพนเทโนอิค (EPA) ต่อกรดโดโคสะเฮกซะโนอิค (DHA) ที่เหมาะสมต่อการเติบโตและการ รอดของกุ้งกุลาดำP.monodon หลังวัยอ่อน โดยผลิตอาหารที่มีปริมาณ n-3HUFEs 2 ระดับคือ 1.0 % และ 1.5 % และในแต่ละปริมาณมีอัตราส่วนของ EPA /DHA 3 ระดับคือ 1:3,1:2 และ 1:1 โดยมีสูตรอาหารควบคุมที่มี ปริมาณ n-3 HUFAs 0.35 % และอัตราส่วน EPA/DHA เท่ากับ 1:3 นำมาเลี้ยงกุ้งกุลาดำหลัง วัยอ่อน (PL-20) โดยออกแบบการทดลองเป็นการทดลองแบบสุ่ม (completely randomized design) ซึ่งมีจำนวนกุ้งกุลาดำหลังวัยอ่อนหนาแน่น 100 ตัว/ตารางเมตร ทำการทดลอง 3 ซ้ำ ให้อาหาร 5 มื้อต่อว้น เลี้ยงเป็นระยะเวลา30 วัน ดูการเติบโต การรอดของกุ้งกุลาดำและการทนสภาวะความเครียดด้วยน้ำจืด หลังจากทดลองเลี้ยง 30 วัน พบว่าปริมารและอัตราส่วนของกรดไอโคสะเพนเทโนอิคต่อกรดโดโคสะเฮกซะโนอิคมีความสัมพันธ์ต่อการเติบโต และการทนต่อสภาวะความเครียดด้วยน้ำจืดอย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) โดยอัตราส่วนของ EPA /DHA ที่ให้การเติบโตที่ดีของ n-3 HUFAs ที่ 1.0 % คือ 1:1 ในขณะที่ n-3 HUFAs เท่ากับ 1.5 % อัตราส่วนที่เหมาะสมคือ 1:2 สำหรับการทนต่อสภาวะ ความเครียดด้วยน้ำจืด พบว่า อัตราส่วนของ EPA/DHA ของ n-3 HUFAs ที่ 1.0 % คือ 1:2 และที่ n-3 HUFAs ปริมาร 1.5 % เท่ากับ 1:3 ทำให้กุ้งกุลาดำ ทนสภาวะความเครียดได้ แต่พบว่าที่ปริมาณและอัตราส่วนเหล่านี้ไม่มีผลต่อการรอดของกุ้งกุลาดำอย่างมีนัยสำคัญ (P>0.05) และเมื่อนำกุ้งกุลาดำมาวิเคราะห์กรดไขมันรวม (total lipid), ไขมันขั้วสูง (polar lipid), ไขมันขั้วต่ำ (nonpolar lipid) พบว่ากลุ่มไขมัน เหล่านี้ได้รับอิทธิพลมาจากกรดไขมันในอาหาร โดย ปริมาณ n-3 HUFAs จะสะสม ในส่วนของไขมันชั้วสูง (polar lipid) มากกว่าขั้วต่ำ (nonpolar lipid) สูตรอาหารที่มี n-3 HUFAs 1.5 % และมีอัตราส่วนของ EPA/DHA เท่ากับ 1:2 มีความเหมาะสมที่สุดสำหรับกุ้งกุลาดำหลังวัยอ่อนในด้านการเติบโตและการทนต่อสภาวะความเครียด

บรรณานุกรม :
รวีวรรณ สุวณิชย์ . (2538). ปริมาณและอัตราส่วนของกรดไอโคสะเพนเทโนอิคต่อกรดโดโคสะเฮกซะโอิคที่เหมาะสมต่อการเติบโตและการรอดของกุ้งกุลาดำ (Penaeus monodon) หลังวัยอ่อน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
รวีวรรณ สุวณิชย์ . 2538. "ปริมาณและอัตราส่วนของกรดไอโคสะเพนเทโนอิคต่อกรดโดโคสะเฮกซะโอิคที่เหมาะสมต่อการเติบโตและการรอดของกุ้งกุลาดำ (Penaeus monodon) หลังวัยอ่อน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
รวีวรรณ สุวณิชย์ . "ปริมาณและอัตราส่วนของกรดไอโคสะเพนเทโนอิคต่อกรดโดโคสะเฮกซะโอิคที่เหมาะสมต่อการเติบโตและการรอดของกุ้งกุลาดำ (Penaeus monodon) หลังวัยอ่อน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print.
รวีวรรณ สุวณิชย์ . ปริมาณและอัตราส่วนของกรดไอโคสะเพนเทโนอิคต่อกรดโดโคสะเฮกซะโอิคที่เหมาะสมต่อการเติบโตและการรอดของกุ้งกุลาดำ (Penaeus monodon) หลังวัยอ่อน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.