ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

โครงสร้างองค์กรการบริหารงานบุคคลข้าราชการอัยการในประเทศไทย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : โครงสร้างองค์กรการบริหารงานบุคคลข้าราชการอัยการในประเทศไทย
นักวิจัย : สมชาย เก้านพรัตน์
คำค้น : STRUCTURE , PERSONNEL , ADMINISTRATION , PROSECUTOR
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2537
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082537000697
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

อัยการเป็นกลไกที่สำคัญอย่างหนึ่งในกระบวนการบริหารงานยุติธรรมทางอาญา มีหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของสาธารณชนการดำเนินคืออาญา และ คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน จึงจำเป็นที่องค์กรอัยการจะต้องมีความเป็นอิสระปราศจากการแทรกแซงจากฝ่ายใด ๆ จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ.2478 อัยการอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายบริหารโดยสิ้นเชิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสามารถเข้าไปสั่งการโดยตรงในเรื่องการปฏิบัติภารกิจ และการบริหารงานบุคคลของอัยการ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2478 จนกระทั่งถึง ปี พ.ศ.2503จึงได้มีกฎหมายให้หลักประกันความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของอัยการซึ่งเป็นหน้าที่ที่สำคัญในงานยุติธรรมทางอาญา แม้ว่าในการบริหารงานบุคคลของอัยการจะตกอยู่ภายใต้อำนาจของรัฐมนตรีก็ตาม ในปี พ.ศ.2503 ได้มีกฎหมายจัดตั้ง "คณะกรรมการอัยการ" ขึ้นเพื่อ เป็นหลักประกันในการบริหารงานบุคคลของอัยการให้เป็นอิสระ คณะกรรมการอัยการประกอบด้วย กรรมการจำนวน 11 คน โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน แต่ในปี พ.ศ.2534 ตำแหน่งประธานคณะกรรมการอัยการซึ่งเดิมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนั้น ได้ถูกเปลี่ยนเป็นข้าราชการอัยการบำนาญ ที่ได้รับการเลือกตั้งจากอัยการทั่วประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับการแยกตัวออกจากกระทรวงมหาดไทยของสำนักงานอัยการสูงสุดมาเป็นองค์กรอิสระภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี โครงสร้างขอองค์ประกอบของคณะกรรมการอัยการได้รับการวิจารณ์เป็นอย่างมากถึงการขาดความรับผิดชอบต่อองค์กรที่เกี่ยวข้อง จากการศึกษา จึงเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาความรับผิดชอบของคณะกรรมการที่จะจัดตั้งขึ้นได้ 3 แนวทาง คือ 1. ให้คณะกรรมการอัยการมีโครงสร้างเหมือนอย่างปัจจุบันนายกรัฐมนตรีมีหน้าที่รับผิดชอบในด้านงบประมาณของสำนักงานอัยการสูงสุดและมีอำนาจยับยั้งมติของคณะกรรมการอัยการในเรื่องการบริหารงานบุคคล 2.ควรที่จะเพิ่มเติมองค์ประกอบของคณะกรรมการอัยการโดยเพิ่ม กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นบุคคลภายนอก โดยข้าราชการอัยการเป็นผู้เลือก และนายกรัฐมนตรียับยั้งมติของคณะกรรมการอัยการได้ 3.ประธานคณะกรรมการอัยการควรดำรงตำแหน่งโดยนายกรัฐมนตรี แทนที่จะเลือกจากข้าราชการอัยการบำนาญ

บรรณานุกรม :
สมชาย เก้านพรัตน์ . (2537). โครงสร้างองค์กรการบริหารงานบุคคลข้าราชการอัยการในประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สมชาย เก้านพรัตน์ . 2537. "โครงสร้างองค์กรการบริหารงานบุคคลข้าราชการอัยการในประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สมชาย เก้านพรัตน์ . "โครงสร้างองค์กรการบริหารงานบุคคลข้าราชการอัยการในประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2537. Print.
สมชาย เก้านพรัตน์ . โครงสร้างองค์กรการบริหารงานบุคคลข้าราชการอัยการในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2537.