ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

โครงสร้างองค์กรการบริหารงานบุคคลของข้าราชการอัยการในประเทศไทย

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : โครงสร้างองค์กรการบริหารงานบุคคลของข้าราชการอัยการในประเทศไทย
นักวิจัย : สมชาย เก้านพรัตน์
คำค้น : อัยการ -- ไทย , กฎหมายปกครอง , กระบวนการยุติธรรมทางอาญา -- การบริหารงานบุคคล
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย , บวรศักดิ์ อุวรรณโณ
ปีพิมพ์ : 2538
อ้างอิง : 9746320777 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/48726
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2538

อัยการเป็นกลไกที่สำคัญอย่างหนึ่งในกระบวนการบริหารงานยุติธรรมทางอาญา มีหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของสาธารณชนการดำเนินคดีอาญา และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน จึงจำเป็นที่องค์กรอัยการจะต้องมีความเป็นอิสระปราศจากการแทรกแซงจากฝ่ายใดๆ จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2478 อัยการอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายบริหารโดยสิ้นเชิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสามารถเข้าไปสั่งการโดยตรงในเรื่องการปฏิบัติภารกิจ และการบริหารงานบุคคลของอัยการ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2478 จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2503 จึงได้มีกฎหมายให้หลักประกันความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของอัยการ ซึ่งเป็นหน้าที่ที่สำคัญในงานยุติธรรมทางอาญา แม้ว่าในการบริหารงานบุคคลของอัยการจะตกอยู่ภายใต้อำนาจของรัฐมนตรีก็ตาม ในปี พ.ศ. 2503 ได้มีกฎหมายจัดตั้ง “คณะกรรมการอัยการ” ขึ้นเพื่อเป็นหลักประกันในการบริหารงานบุคคลของอัยการให้เป็นอิสระ คณะกรรมการอัยการประกอบด้วย กรรมการจำนวน 11 คน โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน แต่ในปี พ.ศ. 2534 ตำแหน่งประธานคณะกรรมการอัยการซึ่งเดิมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนั้นได้ถูกเปลี่ยนเป็นข้าราชการอัยการบำนาญ ที่ได้รับเลือกตั้งจากอัยการทั่วประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับการแยกตัวออกจากกระทรวงมหาดไทยของสำนักงานอัยการสูงสุดมาเป็นองค์กรอิสระภายใต้กำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี โครงสร้างและองค์ประกอบของคณะกรรมการอัยการได้รับการวิจารณ์เป็นอย่างมากถึงการขาดความรับผิดชอบต่อองค์กรที่เกี่ยวข้อง จากการศึกษา จึงเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาความรับผิดชอบของคณะกรรมการที่จะจัดตั้งขึ้นได้ 3 แนวทาง คือ 1. ให้คณะกรรมการอัยการมีโครงสร้างเหมือนอย่างปัจจุบัน นายกรัฐมนตรีมีหน้าที่รับผิดชอบในงานด้านงบประมาณของสำนักอัยการสูงสุด และมีอำนาจยับยั้งมติของคณะกรรมการอัยการในเรื่องการบริหารงานบุคคล 2. ควรที่จะเพิ่มเติมองค์ประกอบของคณะกรรมการอัยการโดยเพิ่มกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นบุคคลภายนอก โดยข้าราชการอัยการเป็นผู้เลือก และนายกรัฐมนตรียับยั้งมติของคณะกรรมการอัยการได้ 3. ประธานคณะกรรมการอัยการควรจะดำรงตำแหน่งโดยนายกรัฐมนตรี แทนที่จะเลือกจากข้าราชการอัยการบำนาญ

บรรณานุกรม :
สมชาย เก้านพรัตน์ . (2538). โครงสร้างองค์กรการบริหารงานบุคคลของข้าราชการอัยการในประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สมชาย เก้านพรัตน์ . 2538. "โครงสร้างองค์กรการบริหารงานบุคคลของข้าราชการอัยการในประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สมชาย เก้านพรัตน์ . "โครงสร้างองค์กรการบริหารงานบุคคลของข้าราชการอัยการในประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2538. Print.
สมชาย เก้านพรัตน์ . โครงสร้างองค์กรการบริหารงานบุคคลของข้าราชการอัยการในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2538.