| ชื่อเรื่อง | : | กระบวนการรบของพญาวานรในการแสดงโขน |
| นักวิจัย | : | ไพโรจน์ ทองคำสุก |
| คำค้น | : | KHON , MONKEY IN KHON , WAR DANCE |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2537 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082537000656 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษากระบวนการรบของพญาวานรในการแสดงโขนพญาวานรที่มีบทบาทสำคัญในกระบวนการรบคือสุครีพ หนุมาน และองคด โดยใช้กระบวนการศึกษาถึงขั้นตอนในการฝึกหัดโขนตัว ลิง และกระบวนท่ารบของพญาวานรว่ามีคุณลักษณะอย่างไร แล้วนำข้อมูลนั้นมาศึกษาวิเคราะห์ว่า กระบวนการฝึกหัดโขนตัวลิงมีขั้นตอนอย่างไร และกระ บวนท่ารบของพญาวานรทั้ง 3 ตัวรวมถึงพญายักษ์ที่พญาวานรเข้ารบด้วย ผลจากการศึกษาวิจัยได้ข้อสรุปว่า การฝึกหัดโขนตัวลิง ต้องฝึกหัดเบื้องต้นและฝึกแม่ท่าลิงก่อนเพื่อให้ผู้เรียนสามารถแสดงท่าทางของลิงในการแสดง โขนได้อย่างถูกต้องและเป็นแบบแผนเดียวกัน ส่วนกระบวนท่ารบนั้น เมื่อศึกษาพบว่าท่ารำและขั้นตอนการออกรบมีความคล้ายคลึงกันมากโดยเฉพาะการท้ารบ การเตรียมตัวรบ และการเข้ารบท่าหลัก 4 ท่า อาจมีความแตกต่างกันตรงท่าที่ 4 ซึ่งจะมีกระบวนท่าที่พลิก แพลงออกไปตามสถานการณ์ของเนื้อเรื่อง กระบวนท่าการเข้ารบกันมีลักษณะที่จัดไว้อย่างมีระบบและเป็นไปในรูปแบบเดียวคือ ทำท่าปัดเมื่อเข้ารบ ทำท่าจับ ทำท่าปัดเมื่อตีออก และท่าขึ้นลอย กระบวนท่ารบนี้ส่วนใหญ่จะเน้นความ แข็งแรงและความคล่องแคล่วว่องไวเพื่อให้เหมาะสมกับบทบาทในความเป็น ลิงอีกด้วย กระบวนการของพญาวานรในการแสดงโขน เป็นกระบวนท่าที่ ต้องปฏิบัติร่วมกับพญายักษ์ ดังนั้น น่าจะมีการศึกษากระบวนการรบของพญายักษ์ในการแสดงโขน เพื่อใช้เป็นตำราในการศึกษาควบคู่กัน |
| บรรณานุกรม | : |
ไพโรจน์ ทองคำสุก . (2537). กระบวนการรบของพญาวานรในการแสดงโขน.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ไพโรจน์ ทองคำสุก . 2537. "กระบวนการรบของพญาวานรในการแสดงโขน".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ไพโรจน์ ทองคำสุก . "กระบวนการรบของพญาวานรในการแสดงโขน."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2537. Print. ไพโรจน์ ทองคำสุก . กระบวนการรบของพญาวานรในการแสดงโขน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2537.
|
