| ชื่อเรื่อง | : | การพัฒนากลวิธีสอนตามรูปแบบดีปแอปโพรช เรื่อง มอเตอร์เหนี่ยวนำสามเฟส |
| นักวิจัย | : | อนนท์ นำอิน |
| คำค้น | : | การสอนแบบดีปแอปโพรช , การสอนโดยใช้ปัญหาเป็นศูนย์กลาง , การสาธิต สังเกต ทำนาย อธิบาย , การสอนแบบร่วมมือ , โครงสร้างการเรียนรู้ , Deep Approach Instruction , Problem Centre Instruction , Demo-POE , Co-operative Learning , Learning Structure |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1824 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแผนการสอนแบบดีปแอปโพรช สำหรับเนื้อหา เทคโนโลยีไฟฟ้าและศึกษาผลสัมฤทธิ์ด้วยการเปรียบเทียบกับการสอนแบบปกติ เนื้อหา ที่ใช้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับมอเตอร์เหนี่ยวนำสามเฟส ประกอบด้วย หลักการทำงาน กระบวนการส่งผ่านกำลังงานการประมาณค่าตัวแปรทางกลไฟฟ้า ตัวแปรที่มีผลต่อสมรรถนะ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในสภาวะเริ่มหนุนและสภาวะการควบคุมความเร็ว และกรรมวิธี การเลือกใช้งาน แผนการสอนแบบดีปแอปโพรชถูกจัดสร้างด้วยการรวมเนื้อหาให้อยู่ในรูปของ ปัญหา และใช้ปัญหาเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ ที่ผู้เรียนต้องร่วมมือกันแก้ ปัญหา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในการค้นหาคำตอบ และตรวจสอบผลลัพธ์ ด้วยการสาธิต การทำนาย การสังเกต การอธิบาย การอธิปรายกลุ่ม ส่วนการสอนปกตินั้นผู้สอนนำเสนอ เนื้อหาตามลำดับกระบวนการแบบต่อเนื่อง เครื่องมือที่ใช้ในการ วิจัยประกอบด้วย แผนการสอนแบบดีปแอปโพรชและแบบปกติ แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบปรนัย 5 ตัวเลือก จำนวน 120 ข้อ และแบบสังเกต พฤติกรรมการเรียนการสอน ทั้งแผนการสอนและแบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนได้ผ่าน การตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ ด้านเนื้อหาและผ่านการประเมินคุณภาพ ด้านการวัดผล กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการ วิจัยเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาช่างไฟฟ้า สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลวิทยาเขตเชียงราย จำนวน 39 คน จำแนกเป็นกลุ่มทดลองและ กลุ่มควบคุมจำนวน 20 คน และ 19 คน ตามลำดับ และจำแนกภายในเป็นกลุ่มเก่งและ กลุ่มอ่อน ผลการวิจัยพบว่า การสอนแบบดีปแอปโพรชมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ระดับความรู้ และระดับความเข้าใจ สูงกว่าการสอนแบบปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ช่วยนักศึกษาให้เรียนดีขึ้นใน 3 เนื้อหา คือ หลักการทำงาน กระบวนการส่งผ่าน กำลังงาน และกรรมวิธีการเลือกใช้งาน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01, 0.05 และ 0.05 ตามลำดับ ช่วยให้ผู้เรียนเรียนดีขึ้นภายในกลุ่ม โดยมีคะแนนรวม เพิ่มสูงขึ้นระหว่างก่อนและหลังเรียน ในระดับความรู้และระดับความเข้าใจ และใน เนื้อหาเดียวกันทั้ง 3 เรื่อง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ส่วนใน เนื้อหาที่เหลือและในพฤติกรรมการเรียนรู้ระดับการนำไปใช้นั้น ไม่พบความแตกต่าง ที่ชัดเจน นอกจากนี้ยังพบว่า การสอนแบบดีปแอปโพรชช่วยให้ผู้เรียนและผู้สอนมี ปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น โดยผู้สอนมีบทบาทสูงในตอนแรกและลดลงในตอนท้าย ผู้เรียน มีบทบาทน้อยในตอนแรกและมากขึ้นในตอนปลาย แต่ทั้งผู้สอนและผู้เรียนมีบทบาทร่วม กันมากโดยตลอด คิดเป็นสัดส่วนระหว่างผู้สอน ผู้เรียน และบทบาทร่วมกัน เป็นร้อยละ 41, 17 และ 42 ตามลำดับ |
| บรรณานุกรม | : |
อนนท์ นำอิน . (2545). การพัฒนากลวิธีสอนตามรูปแบบดีปแอปโพรช เรื่อง มอเตอร์เหนี่ยวนำสามเฟส.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อนนท์ นำอิน . 2545. "การพัฒนากลวิธีสอนตามรูปแบบดีปแอปโพรช เรื่อง มอเตอร์เหนี่ยวนำสามเฟส".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อนนท์ นำอิน . "การพัฒนากลวิธีสอนตามรูปแบบดีปแอปโพรช เรื่อง มอเตอร์เหนี่ยวนำสามเฟส."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. อนนท์ นำอิน . การพัฒนากลวิธีสอนตามรูปแบบดีปแอปโพรช เรื่อง มอเตอร์เหนี่ยวนำสามเฟส. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
