ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนารูปแบบการสอนแก้ปัญหา เรื่องการถ่ายทอดกำลังไฟฟ้าในมอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟส ตามหลักการของการใช้ปัญหาเป็นศูนย์กลาง

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนารูปแบบการสอนแก้ปัญหา เรื่องการถ่ายทอดกำลังไฟฟ้าในมอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟส ตามหลักการของการใช้ปัญหาเป็นศูนย์กลาง
นักวิจัย : สมศักดิ์ แก้วพันธ์
คำค้น : การสอนโดยใช้ปัญหาเป็นศูนย์กลาง , การสอนแก้ปัญหา , การสอนในรูปแบบปกติ , PROBLEM - CENTER INSTRUCTION , PROBLEM - SOLVING INSTRUCTION , CONVENTIONAL INSTRUCTION
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1302
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้ เป็นการศึกษาเปรียบเทียบความสามารถในการแก้ปัญหา และผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนที่ได้จากการสอนแบบปกติ และการสอนแบบแก้ปัญหา ในเนื้อหาเรื่อง การถ่ายทอด กำลังไฟฟ้าในมอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟส ผู้วิจัยเชื่อว่าการสอนที่ใช้ปัญหาเป็นศูนย์กลางนี้ จะพัฒนาความสามารถของผู้เรียนได้ดีกว่าการสอนปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการสอนทั้ง 2 รูปแบบ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการแก้ ปัญหาและแบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ เนื้อหาการสอนสำหรับการวิจัย เป็นปรากฏการณ์ภายในกลจักรไฟฟ้า ที่เกี่ยวข้องกับ สนามแม่เหล็กหมุน แรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนำ และกำลังไฟฟ้าที่เกิดในโรเตอร์ เนื้อหาดังกล่าว ได้ถูกวิเคราะห์รายละเอียดและจัดเรียงลำดับใหม่ โดยที่การสอนปกตินั้น ได้จัดให้เนื้อหาเรียง ลำดับตามเหตุและผลที่เกิดขึ้น ส่วนการสอนที่ใช้ปัญหาเป็นศูนย์กลางนั้น ได้แปลงเนื้อหาสำคัญ ให้อยู่ในรูปของปัญหาที่มีกฏสูตรที่เกี่ยวข้องล้อมรอบ รูปแบบการสอนทั้ง 2 ลักษณะได้ผ่าน ความเห็นชอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา ในด้านความสอดคล้องของวัตถุประสงค์การเรียนรู้ กับกิจกรรมในแผนการสอน โดยมีค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ระหว่าง 0.8-1 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการแก้ปัญหา ประกอบด้วย ข้อสอบแบบปรนัยจำนวน 80 ข้อ วัดความสามารถในระดับต่างๆ ทางพุทธิพิสัย ส่วนข้อสอบวัด ความสามารถในการแก้ปัญหา สร้างโดยอาศัยแนวคิดของข้อสอบแบบ เอ็ม อี คิว (M.E.Q.) ซึ่ง เน้นที่ความสามารถในการตั้งสมมุติฐาน และการพิสูจน์สมมุติฐานเป็นหลัก ข้อสอบทั้งหมด ผ่านความเห็นชอบจากผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของความตรงในการวัดพฤติกรรมที่ต้องการ โดยมี ดัชนีความสอดคล้องอยู่ระหว่าง 0.8-1 มีค่าอำนาจจำแนกเฉลี่ย 0.33 มีค่าความยากง่ายเฉลี่ย 0.44 และมีค่าความเชื่อมั่น 0.77 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทดลอง เป็นนักศึกษาแผนกไฟฟ้ากำลัง ในระดับประกาศนียบัตร วิชาชีพชั้นสูง วิทยาลัยเทคนิคเพชรบุรี จำนวน 80 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 40 คน และกลุ่ม ควบคุม 40 คน ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย การสอนกลุ่มทดลองเริ่มต้นด้วยการให้ความรู้ พื้นฐาน ตามด้วยการให้ปัญหากับนักศึกษากลุ่มย่อย เพื่อให้ค้นคว้าหาคำตอบ โดยการประยุกต์ กฎ สูตร และหลักการต่างๆ ในการแก้ปัญหาด้วยตนเอง ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการสอนโดยการ ให้เนื้อหาเรียงตามตำราที่ใช้สอน ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มทดลองให้ความสนใจ และมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้เนื้อหา มากกว่ากลุ่มควบคุม จากพื้นฐานความรู้เดิมของนักศึกษาที่เท่ากันทั้งสองกลุ่ม นักศึกษาที่ได้ รับการสอนตามรูปแบบการสอนแก้ปัญหา มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในระดับความเข้าใจ การ นำไปใช้ การวิเคราะห์ และมีความสามารถในการแก้ปัญหา สูงกว่ากลุ่มที่ได้รับการสอนด้วย รูปแบบการสอนปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01

บรรณานุกรม :
สมศักดิ์ แก้วพันธ์ . (2543). การพัฒนารูปแบบการสอนแก้ปัญหา เรื่องการถ่ายทอดกำลังไฟฟ้าในมอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟส ตามหลักการของการใช้ปัญหาเป็นศูนย์กลาง.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สมศักดิ์ แก้วพันธ์ . 2543. "การพัฒนารูปแบบการสอนแก้ปัญหา เรื่องการถ่ายทอดกำลังไฟฟ้าในมอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟส ตามหลักการของการใช้ปัญหาเป็นศูนย์กลาง".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สมศักดิ์ แก้วพันธ์ . "การพัฒนารูปแบบการสอนแก้ปัญหา เรื่องการถ่ายทอดกำลังไฟฟ้าในมอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟส ตามหลักการของการใช้ปัญหาเป็นศูนย์กลาง."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print.
สมศักดิ์ แก้วพันธ์ . การพัฒนารูปแบบการสอนแก้ปัญหา เรื่องการถ่ายทอดกำลังไฟฟ้าในมอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟส ตามหลักการของการใช้ปัญหาเป็นศูนย์กลาง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.