| ชื่อเรื่อง | : | ตัวชี้วัดความมีชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยด้านการสื่อสารในประเทศจีน |
| นักวิจัย | : | หวานี เหอ |
| คำค้น | : | สถาบันอุดมศึกษา -- จีน , สถาบันอุดมศึกษา -- การประเมิน , ภาพลักษณ์องค์การ -- การจัดการ , Universities and colleges -- China , Universities and colleges -- Evaluation , Corporate image -- Management |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | รุ่งนภา พิตรปรีชา , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิเทศศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2553 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/33178 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (นศ.ม.) -- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553 การวิจัยเรื่อง “ตัวชี้วัดความมีชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยด้านการสื่อสารในประเทศจีน” ผู้วิจัยได้เลือกมหาวิทยาลัยด้านการสื่อสารในประเทศจีน จำนวน 3 แห่ง เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ และการวิจัยเชิงปริมาณ โดยมีการเก็บข้อมูลการวิจัย 2 วิธี วิธีที่ 1 จะเป็นการศึกษาใช้วิธีการ สัมภาษณ์เชิงจากอธิการบดีหรือ ผู้บริหารในฝ่ายประชาสัมพันธ์หรือสื่อสารองค์กรทีดูแลด้าน การประชาสัมพันธ์ระดับองค์กร จำนวน 3 ท่าน จาก3 มหาวิทยาลัย และวิธีที่ 2 ศึกษาโดยใช้ แบบสอบถามในการเก็บข้อมูล ซึ่งแบ่งการเก็บข้อมูลออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 เป็นผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียที่เป็นประชากรบุคลากรในมหาวิทยาลัย ได้แก่ อาจารย์ผู้สอนและพนักงานใน มหาวิทยาลัยจำนวน 100 คน นักศึกษาตามคณะต่างๆ ที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยด้านการสื่อสาร ในประเทศจีนจำนวน 100 คน และประชาชนทั่วไปจำนวน 400 คน ผลการวิจัยพบว่า การจัดลำดับความสำคัญของตัวชี้วัดความมีชื่อเสียงขององค์กรใน มหาวิทยาลัยด้านการสื่อสารในประเทศจีน กลุ่มตัวอย่างทั้ง 2 กลุ่ม ที่เป็นอาจารย์ พนักงานและ นักศึกษา และกลุ่มบุคคลทั่วไป มีความเห็นตรงกันคือให้ปัจจัยด้านสินค้าและบริการขององค์กร มี ความสำคัญอันดับที่ 1 ส่วนของการจัดอันดับที่ 2 อันดับที่3 และอันดับที่ 4 พบว่ามีความเห็น ต่างกัน โดยอาจารย์ พนักงาน และนักศึกษา ให้ความสำคัญกับ ปัจจัยด้านความเป็นผู้นำ มีความสำคัญเป็นอันดับที่ 2 ปัจจัยด้านนวัตกรรม มีความสำคัญเป็นอันดับที่ 3 ปัจจัยด้าน สถานที่ทำงานมีความสำคัญเป็นอันดับที่ 4 ในขณะที่ กลุ่มบุคคลทั่วไป ให้ความสำคัญกับปัจจัย ด้านนวัตกรรมมีความสำคัญเป็นอันดับที่ 2 ปัจจัยด้านสถานที่ทำงานมีความสำคัญเป็นอันดับที่ 3 ปัจจัยด้านความเป็นผู้นำมีความสำคัญเป็นอันดับที่ 4 ส่วนความสำคัญในอันดับที่ 5-7 พบว่า ทั้ง สองกลุ่มมีการจัดอันดับเหมือนกัน คือ ปัจจัยด้านผลการดำเนินงาน มีความสำคัญเป็นอันดับที่ 5 ปัจจัยด้านการกำกับดูแล มีความสำคัญเป็นอันดับ 6 และปัจจัยด้านความเป็นพลเมืองดีมี ความสำคัญเป็นอันดับที่ 7 |
| บรรณานุกรม | : |
หวานี เหอ . (2553). ตัวชี้วัดความมีชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยด้านการสื่อสารในประเทศจีน.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. หวานี เหอ . 2553. "ตัวชี้วัดความมีชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยด้านการสื่อสารในประเทศจีน".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. หวานี เหอ . "ตัวชี้วัดความมีชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยด้านการสื่อสารในประเทศจีน."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553. Print. หวานี เหอ . ตัวชี้วัดความมีชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยด้านการสื่อสารในประเทศจีน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2553.
|
