ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของความหนาแน่นตำแหน่งกรดของแอมเบอลิสต์เรซินและซีโอไลต์ต่อเอสเทอริฟิเคชันของกรดไดคาร์บอกซิลิกกับ 2–เอทิล–1–เฮกซานอล

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของความหนาแน่นตำแหน่งกรดของแอมเบอลิสต์เรซินและซีโอไลต์ต่อเอสเทอริฟิเคชันของกรดไดคาร์บอกซิลิกกับ 2–เอทิล–1–เฮกซานอล
นักวิจัย : ชวลินทร์ หมุดสุวรรณ์
คำค้น : การหล่อลื่นและตัวหล่อลื่น , เอสเทอร์ , ซีโอไลต์ , เอสเทอริฟิเคชัน , Lubrication and lubricants , Esters , Zeolites , Esterification
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ชวลิต งามจรัสศรีวิชัย , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิทยาศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2553
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/33023
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553

งานวิจัยนี้ศึกษาผลของความหนาแน่นตำแหน่งกรดต่อการเร่งเอสเทอริฟิเคชันของกรด ไดคาร์บอกซิลิกสองตัวคือกรดแอดิพิกและกรดอเซลาอิกกับ 2–เอทิล–1–เฮกซานอล และการเสื่อมสภาพของแอมเบอลิสต์เรซินและ ซีโอไลต์ จากการดัดแปรความหนาแน่นตำแหน่งกรดของ แอมเบอลิสต์15 (Amberlyst15) พบว่าเมื่อความเข้มข้นของสารละลายโซเดียมคลอไรด์และเวลาในการแลกเปลี่ยนไอออนเพิ่มขึ้นความหนาแน่นตำแหน่งกรดของแอมเบอลิสต์ 15 จะลดลง จากการศึกษาการเร่งเอสเทอริฟิเคชันพบว่า เมื่อความหนาแน่นตำแหน่งกรดเพิ่มอัตราเร็วในการเกิดปฏิกิริยาและผลได้ของเอสเทอร์ (ester yield) เพิ่มขึ้น โดยแอมเบอลิสต์15 ที่ความหนาแน่นตำแหน่งกรดเท่ากับ 3.5 มิลลิโมลต่อกรัมให้อัตราเร็วในการเกิดปฏิกิริยาและผลได้ของเอสเทอร์มากที่สุดกรณีกรดแอดิพิกเป็นสารตั้งและ ปฏิกิริยาของกรดแอเซลาอิกที่ความหนาแน่นตำแหน่งกรดเท่ากับ 4.7 มิลลิโมลต่อกรัมให้อัตราเร็วในการเกิดปฏิกิริยาและผลได้ของเอสเทอร์มากที่สุด อย่างไรก็ตามที่ความหนาแน่นตำแหน่งกรด 4.7 มิลลิโมลต่อกรัมทำให้ผลได้ของเอสเทอร์ลดลงซึ่งเกิดจากการไฮโดรไลสิส (hydrolysis) ของผลิตภัณฑ์เอสเทอร์โดยเนื่องจากตำแหน่งกรดที่เกินพอสำหรับเอสเทอริฟิเคชันจะดูดซับน้ำไว้ทำให้เกิดการผันกลับของปฏิกิริยา กรณีการใช้กรดแอเซลาอิกเป็นสารตั้งต้นซีโอไลต์ไม่สามารถส่งเสริมเอสเทอริฟิเคชันของกรดไดคาร์บอกซิลิกกับ 2– เอทิล–1–เฮกซานอล เนื่องจากรูพรุนของซีโอไลต์มีขนาดเล็กทำให้มีข้อจำกัดในการแพร่ของสารตั้งต้น นอกจากนี้พบว่าการเสื่อมสภาพของตัวเร่งปฏิกิริยาจากการดูดซับของสารอินทรีย์ขนาดใหญ่บนตำแหน่งกรดเกิดมากขึ้นเมื่อความหนาแน่นตำแหน่งกรดเพิ่มขึ้น

บรรณานุกรม :
ชวลินทร์ หมุดสุวรรณ์ . (2553). ผลของความหนาแน่นตำแหน่งกรดของแอมเบอลิสต์เรซินและซีโอไลต์ต่อเอสเทอริฟิเคชันของกรดไดคาร์บอกซิลิกกับ 2–เอทิล–1–เฮกซานอล.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชวลินทร์ หมุดสุวรรณ์ . 2553. "ผลของความหนาแน่นตำแหน่งกรดของแอมเบอลิสต์เรซินและซีโอไลต์ต่อเอสเทอริฟิเคชันของกรดไดคาร์บอกซิลิกกับ 2–เอทิล–1–เฮกซานอล".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชวลินทร์ หมุดสุวรรณ์ . "ผลของความหนาแน่นตำแหน่งกรดของแอมเบอลิสต์เรซินและซีโอไลต์ต่อเอสเทอริฟิเคชันของกรดไดคาร์บอกซิลิกกับ 2–เอทิล–1–เฮกซานอล."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553. Print.
ชวลินทร์ หมุดสุวรรณ์ . ผลของความหนาแน่นตำแหน่งกรดของแอมเบอลิสต์เรซินและซีโอไลต์ต่อเอสเทอริฟิเคชันของกรดไดคาร์บอกซิลิกกับ 2–เอทิล–1–เฮกซานอล. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2553.