| ชื่อเรื่อง | : | หน้าที่การขจัดภาษีซ้อนกรณีธุรกรรมเกี่ยวข้องกับสามประเทศ |
| นักวิจัย | : | ชนิดา ลีลานันทกุล |
| คำค้น | : | ภาษีซ้อน -- กฎหมายและระเบียบข้อบังคับ , ภาษีซ้อน -- กฎหมายและระเบียบข้อบังคับ -- ไทย , ภาษีซ้อน -- ไทย , อนุสัญญาภาษีซ้อน , Double taxation -- Law and legislation , Double taxation -- Law and legislation -- Thailand , Double taxation -- Thailand , Double taxation -- Treaties |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ธิติพันธ์ เชื้อบุญชัย , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิติศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2553 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/32543 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553 เสรีภาพในการลงทุน โลกาภิวัฒน์ และพัฒนาการของธุรกรรมระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ธุรกรรมการลงทุนของสาขาหรือสถานประกอบการถาวรมีจุดเกาะเกี่ยวทางภาษีในสามประเทศ ภาษีซ้ำซ้อนเชิงอำนาจรัฐระหว่างประเทศจึงเกิดขึ้นในธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับสามประเทศ วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงมุ่งศึกษาปัญหาหน้าที่การขจัดภาษีซ้อนภายใต้ประมวลรัษฎากรและอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนของประเทศไทย ในกรณีธุรกรรมเกี่ยวข้องกับสามประเทศซึ่งสถานประกอบการถาวรได้รับเงินได้จากประเทศที่สาม (ทั้งกรณีที่ประเทศไทยส่งออกการลงทุนด้วยการมีสถานประกอบการถาวรในต่างประเทศ หรือกรณีที่ประเทศไทยรับการลงทุนโดยวิสาหกิจต่างประเทศมีสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย) และในกรณีธุรกรรมเกี่ยวข้องกับสามประเทศซึ่งสถานประกอบการถาวรมีภาระหนี้ซึ่งสำนักงานใหญ่ได้จ่ายมายังประเทศไทย จากการศึกษาพบว่า ประมวลรัษฎากรและอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนของประเทศไทยในปัจจุบันมีข้อจำกัดและไม่สามารถแก้ไขปัญหาการขจัดภาษีซ้อนเชิงอำนาจรัฐในกรณีธุรกรรมเกี่ยวข้องกับสามประเทศซึ่งสถานประกอบการถาวรได้รับเงินได้จากประเทศที่สาม (Typical Triangular Case) แต่กรณีสถานประกอบการถาวรมีภาระหนี้ซึ่งสำนักงานใหญ่ได้จ่ายไปยังประเทศที่สาม (Reverse Triangular Case) ไม่ก่อให้เกิดปัญหาการขจัดภาษีซ้อนของประเทศไทย ด้วยพัฒนาการทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นและหลักความยืดหยุ่น ภาษีซ้ำซ้อนเชิงอำนาจรัฐในกรณีธุรกรรมเกี่ยวข้องกับสามประเทศ (Typical Triangular Case) ควรได้รับการขจัด เพื่อลดต้นทุนภาระภาษีทั่วโลกอันเป็นการส่งเสริมศักยภาพในการแข่งขันให้กับวิสาหกิจไทย (กรณีประเทศไทยส่งออกการลงทุน) และเพื่อให้เกิดความเป็นกลางทางภาษีและความเป็นธรรมแก่สถานประกอบการถาวรของวิสาหกิจต่างประเทศซึ่งต้องเสียภาษีจากเงินได้ในแหล่งต่างประเทศ รวมถึงเพื่อป้องกันมิให้ผู้เสียภาษีปรับเปลี่ยนรูปแบบการลงทุน อันเป็นการรักษาฐานเงินได้จากประเทศที่สามของประเทศไทย (กรณีประเทศไทยรับการลงทุนจากต่างประเทศ) ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผู้เขียนได้เสนอให้แก้ไขปัญหาภาษีซ้อนในกรณีธุรกรรมเกี่ยวข้องกับสามประเทศด้วยวิธีถ้อยทีถ้อยปฏิบัติ (Reciprocity) ซึ่งเป็นวิธีการสองฝ่ายระหว่างประเทศไทยและประเทศภาคีของอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน โดยกำหนดให้ประเทศภาคีมีหน้าที่ให้เครดิตภาษีต่างประเทศกับสถานประกอบการถาวร และเสนอให้มีมาตรการป้องกันการแสวงหาประโยชน์จากอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนในทางมิชอบโดยคนชาติที่สาม โดยไม่นำแนวทางแก้ไขปัญหาที่เสนอไปใช้กับประเทศภาคีซึ่งจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราต่ำหรือประเทศปลอดภาษี หรือโดยการกำหนดข้อจำกัดสิทธิประโยชน์ (Limitation on benefits) ในอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน |
| บรรณานุกรม | : |
ชนิดา ลีลานันทกุล . (2553). หน้าที่การขจัดภาษีซ้อนกรณีธุรกรรมเกี่ยวข้องกับสามประเทศ.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ชนิดา ลีลานันทกุล . 2553. "หน้าที่การขจัดภาษีซ้อนกรณีธุรกรรมเกี่ยวข้องกับสามประเทศ".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ชนิดา ลีลานันทกุล . "หน้าที่การขจัดภาษีซ้อนกรณีธุรกรรมเกี่ยวข้องกับสามประเทศ."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553. Print. ชนิดา ลีลานันทกุล . หน้าที่การขจัดภาษีซ้อนกรณีธุรกรรมเกี่ยวข้องกับสามประเทศ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2553.
|
