ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การกำจัดตะกั่วที่ปนเปื้อนในดินและน้ำโดยใช้บอนเขียว บริเวณห้วยคลิตี้จังหวัดกาญจนบุรี

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การกำจัดตะกั่วที่ปนเปื้อนในดินและน้ำโดยใช้บอนเขียว บริเวณห้วยคลิตี้จังหวัดกาญจนบุรี
นักวิจัย : ยศวนันท์ หงส์พิริยะกุล
คำค้น : บอนเขียว -- ไทย -- ห้วยคลิตี้ (กาญจนบุรี) , น้ำเสีย -- การบำบัด -- การกำจัดตะกั่ว , มลพิษในดิน -- ไทย -- ห้วยคลิตี้ (กาญจนบุรี) , การกำจัดของเสียในดิน -- ไทย -- ห้วยคลิตี้ (กาญจนบุรี)
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : พันธวัศ สัมพันธ์พานิช , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2553
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/29089
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553

การศึกษาการกำจัดตะกั่ว ที่ปนเปื้อนในดินและน้ำ โดยทำการปลูกบอนเขียวลงในดิน ที่ปนเปื้อนตะกั่ว 13,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม แบ่งเป็น 4 ชุดการทดลอง ได้แก่ ชุดการทดลอง ที่ดินปนเปื้อนตะกั่วแต่ไม่เติมสาร EDTA และชุดการทดลองที่ดินปนเปื้อนตะกั่วและเติมสาร EDTA 1, 2 และ 3 มิลลิโมลต่อกิโลกรัมดิน ทำการเก็บตัวอย่างที่ 30, 60, 90, 120 และ 150 วัน ผลการศึกษา พบว่า ชุดการทดลองที่ดินปนเปื้อนตะกั่วและเติมสาร EDTA 3 มิลลิโมลต่อ กิโลกรัมดิน บอนเขียวสามารถดูดดึงตะกั่วได้ดีที่สุด ที่ระยะเวลาการเก็บตัวอย่าง 150 วัน โดย พบในส่วนใต้ดิน เท่ากับ 8,561.26 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และในส่วนเหนือดิน ได้แก่ ก้านใบ และใบ เท่ากับ 806.56 และ 611.82 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ตามลำดับ ส่วนการแสดงความเป็น พิษของบอนเขียว พบว่า ที่ระดับความเข้มข้นของสาร EDTA 3 มิลลิโมลต่อกิโลกรัมดิน บอนเขียวแสดงอาการเป็นพิษ คือ ใบเหี่ยว ใบหงิก และขอบใบมีสีเหลือง นอกจากนี้ได้ ทำการศึกษา การปลูกบอนเขียวในน้ำเสียสังเคราะห์ที่ระดับความเข้มข้นของตะกั่ว 5 มิลลิกรัมต่อลิตร แบ่งเป็น 4 ชุดการทดลอง ได้แก่ ชุดการทดลองน้ำเสียสังเคราะห์แต่ไม่เติม สาร EDTA และชุดการทดลองน้ำเสียสังเคราะห์และเติมสาร EDTA 0.01, 0.02 และ 0.03 มิลลิโมลต่อลิตร ทำการเก็บตัวอย่างที่ 15, 30, 45, 60, 75 และ 90 วัน ผลการศึกษา พบว่า บอนเขียวมีความสามารถในการดูดดึงตะกั่ว ได้ดี ในชุดการทดลองน้ำเสียสังเคราะห์และเติม สาร EDTA 0.02 มิลลิโมลต่อลิตร ซึ่งสามารถดูดดึงได้มากที่สุดที่ระยะเวลา 90 วัน ในส่วนใต้ น้ำเท่ากับ 502.84 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และในส่วนเหนือน้ำ (ก้านใบ และใบ) เท่ากับ 126.19 และ 91.06 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ตามลำดับ สำหรับการแสดงความเป็นพิษของบอนเขียว พบว่า บอนเขียวแสดงอาการเป็นพิษที่ระดับความเข้มข้นของสาร EDTA 0.03 มิลลิโมลต่อ ลิตร โดยบอนเขียวแสดงอาการ ใบไหม้ ใบหงิก เป็นต้น การศึกษาครั้งนี้ สามารถสรุปได้ว่า บอนเขียวมีความสามารถในการดูดดึงตะกั่ว ที่ปนเปื้อนในดินและน้ำเสียสังเคราะห์ได้ เมื่อมี การใช้สาร EDTA ที่ระดับความเข้มข้น 2 มิลลิโมลต่อกิโลกรัมของดิน และ 0.02 มิลลิโมลต่อ ลิตรของน้ำ ซึ่งเป็นระดับที่สาร EDTA ไม่แสดงความเป็นพิษต่อบอนเขียว

บรรณานุกรม :
ยศวนันท์ หงส์พิริยะกุล . (2553). การกำจัดตะกั่วที่ปนเปื้อนในดินและน้ำโดยใช้บอนเขียว บริเวณห้วยคลิตี้จังหวัดกาญจนบุรี.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ยศวนันท์ หงส์พิริยะกุล . 2553. "การกำจัดตะกั่วที่ปนเปื้อนในดินและน้ำโดยใช้บอนเขียว บริเวณห้วยคลิตี้จังหวัดกาญจนบุรี".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ยศวนันท์ หงส์พิริยะกุล . "การกำจัดตะกั่วที่ปนเปื้อนในดินและน้ำโดยใช้บอนเขียว บริเวณห้วยคลิตี้จังหวัดกาญจนบุรี."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553. Print.
ยศวนันท์ หงส์พิริยะกุล . การกำจัดตะกั่วที่ปนเปื้อนในดินและน้ำโดยใช้บอนเขียว บริเวณห้วยคลิตี้จังหวัดกาญจนบุรี. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2553.