| ชื่อเรื่อง | : | ผลของอีดีทีเอต่อการดูดซับโครเมียมและตะกั่วจากน้ำเสียด้วยมวลชีวภาพของสับปะรด |
| นักวิจัย | : | กมลทิพย์ ดอกประทุม |
| คำค้น | : | โครเมียม , ตะกั่ว , น้ำเสีย -- การบำบัด -- การกำจัดโครเมียม , น้ำเสีย -- การบำบัด -- การกำจัดตะกั่ว , การดูดซับ |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | พันธวัศ สัมพันธ์พานิช , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2552 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/20242 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552 การวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาผลของสารคีเลต คือ EDTA ต่อการดูดซับโครเมียม และตะกั่วด้วยมวลชีวภาพจากต้น และใบของสับปะรด โดยการทดลองแบบแบตช์ และคอลัมน์ ซึ่งการทดลองแบบแบตช์ได้ทำการศึกษาประสิทธิภาพ และความสามารถในการดูดซับโครเมียม และตะกั่ว เมื่อมีการแปรค่าพีเอช ความเข้มข้นของ EDTA และเพื่อหาประสิทธิภาพการดูดซับของมวลชีวภาพ โดยทำการทดสอบไอโซเทอมของมวลชีวภาพ ส่วนการทดลองแบบคอลัมน์ได้ศึกษาถึงประสิทธิภาพการกำจัดโครเมียม และตะกั่ว และปริมาตรน้ำเสียที่กำจัดได้ให้อยู่ในมาตรฐานน้ำทิ้งของโครเมียม และตะกั่ว คือ 0.25 และ 0.20 มิลลิกรัมต่อลิตร ตามลำดับ ผลการทดลองในแบบแบตช์พบว่า ประสิทธิภาพในการดูดซับโครเมียม และตะกั่วด้วยมวลชีวภาพจากต้น และใบของสับปะรดสูงขึ้นเมื่อค่าพีเอชต่ำลง ในช่วงพีเอชที่ทำการศึกษา และเมื่อมีการเติมสาร EDTA ลงไปพบว่า ที่ระดับความเข้มข้นของ EDTA เท่ากับ 150 มิลลิกรัมต่อลิตร มวลชีวภาพมีประสิทธิภาพในการดูดติดผิวโครเมียม และตะกั่วได้ดีที่สุด ซึ่งคาดว่า EDTA มีผลต่อแรงดึงดูดที่ใช้ในการดูดติดผิวของมวลชีวภาพ ซึ่งถ้าเติมสาร EDTA เข้าไปในระดับความเข้มข้นที่เหมาะสมก็สามารถช่วยให้มวลชีวภาพมีประสิทธิภาพในการดูดติดโครเมียม และตะกั่วได้มากขึ้น แต่ถ้าเติมสาร EDTA ในระดับที่มากเกินพอก็จะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการดูดติดผิวของมวลชีวภาพลดลง จากการทดสอบไอโซเทอมการดูดซับพบว่า ค่า R2 ของไอโซเทอมแบบแลงมัวร์ และไอโซเทอมแบบฟรุนดลิชนั้นมีค่าที่ใกล้เคียงกัน จึงทำให้ไม่สามารถสรุปได้แน่ชัดว่า การดูดติดผิวโครเมียม และตะกั่วบนมวลชีวภาพนั้นเป็น ไอโซเทอมแบบแลงมัวร์หรือไอโซเทอมแบบฟรุนดลิช และความสามารถในการดูดซับโครเมียม และตะกั่วเท่ากับ 81.15 และ 40.19 มิลลิกรัมต่อกรัมมวลชีวภาพ ตามลำดับ สำหรับผลการทดลองแบบคอลัมน์พบว่า สามารถบำบัดน้ำเสียให้มีความเข้มข้นต่ำกว่ามาตรฐานน้ำทิ้งได้ทุกการทดลอง และภาวะที่เหมาะสมของมวลชีวภาพที่ระยะเวลากักเก็บเท่ากับ 150 นาที โดยมีประสิทธิภาพการดูดติดผิวโครเมียม และตะกั่วจนถึงจุดเบรคทรูจ์เฉลี่ยเท่ากับร้อยละ 99.46 และ 99.57 ตามลำดับ ซึ่งใช้เวลาเข้าสู่สมดุลมากกว่าการทดลองแบบแบตช์ 20 เท่า |
| บรรณานุกรม | : |
กมลทิพย์ ดอกประทุม . (2552). ผลของอีดีทีเอต่อการดูดซับโครเมียมและตะกั่วจากน้ำเสียด้วยมวลชีวภาพของสับปะรด.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กมลทิพย์ ดอกประทุม . 2552. "ผลของอีดีทีเอต่อการดูดซับโครเมียมและตะกั่วจากน้ำเสียด้วยมวลชีวภาพของสับปะรด".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กมลทิพย์ ดอกประทุม . "ผลของอีดีทีเอต่อการดูดซับโครเมียมและตะกั่วจากน้ำเสียด้วยมวลชีวภาพของสับปะรด."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print. กมลทิพย์ ดอกประทุม . ผลของอีดีทีเอต่อการดูดซับโครเมียมและตะกั่วจากน้ำเสียด้วยมวลชีวภาพของสับปะรด. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.
|
