| ชื่อเรื่อง | : | ประสิทธิภาพของพื้นที่ชุ่มน้ำเทียมโกงกางใบใหญ่ในการบำบัดน้ำเสียที่ปนเปื้อนตะกั่วและสังกะสี |
| นักวิจัย | : | พรสุดา ผานุการณ์ |
| คำค้น | : | น้ำเสีย -- การบำบัด -- การกำจัดสังกะสี , น้ำเสีย -- การบำบัด -- การกำจัดตะกั่ว , ตะกั่ว , สังกะสี , พื้นที่ชุ่มน้ำ |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | กนกพร บุญส่ง , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2549 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/12880 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549 การศึกษาประสิทธิภาพของพื้นที่ชุ่มน้ำเทียมโกงกางใบใหญ่ในการบำบัดน้ำเสียที่ปนเปื้อนตะกั่วและสังกะสี มีปัจจัยที่ทำการศึกษา คือ น้ำเสียทีมีตะกั่วและสังกะสีชนิดละ 5, 10 และ 20 mg/l และน้ำเสียที่ไม่มีตะกั่วและสังกะสีเป็นชุดควบคุม โดยมีระยะเวลากักเก็บน้ำเสีย 3.5 วัน ปล่อยให้แห้ง 3.5 วัน ทำการทดลองรวม 20 ครั้ง(20 สัปดาห์) ผลการทดลอง พบว่า ชุดทดลองที่ได้รับน้ำเสียทีมีตะกั่วและสังกะสีชนิดละ 5 mg/l มีประสิทธิภาพการบำบัดไนโตรเจนทั้งหมดสูงสุด คือ 92.75% และชุดทดลองที่ได้รับน้ำเสียที่มีตะกั่วและสังกะสีชนิดละ 20 mg/l มีประสิทธิภาพการบำบัดไนโตรเจนทั้งหมดต่ำสุด คือ 90.83% และชุดควบคุมมีประสิทธิภาพการบำบัดฟอสฟอรัสทั้งหมดสูงสุด คือ 66.33% และชุดทดลองที่ได้รับน้ำเสียที่มีตะกั่วและสังกะสีชนิดละ 20 mg/l มีประสิทธิภาพการบำบัดฟอสฟอรัสทั้งหมดต่ำสุด คือ 37.22% ในขณะที่ชุดทดลองที่ได้รับน้ำเสียที่มีตะกั่วและสังกะสีชนิดละ 20 mg/l มีประสิทธิภาพการบำบัดตะกั่วและสังกะสีสูง คือ 94.65 และ 93.95% ตามลำดับ การศึกษาสมบัติของดินภายหลังการบำบัดน้ำเสียพบแนวโน้มว่าดินในชุดทดลองที่ได้รับน้ำเสียที่มีตะกั่วและสังกะสีชนิดละ 20 mg/l มีการสะสมอินทรียวัตถุและธาตุอาหาร (ไนโตรเจนทั้งหมดและฟอสฟอรัสทั้งหมด) ต่ำกว่าดินในชุดทดลองอื่นในขณะที่การสะสมตะกั่วและสังกะสีสูงกว่าดินในชุดทดลองอื่น และดินชั้นบนมีการสะสมธาตุอาหารและโลหะหนักสูงกว่าดินชั้นล่าง สำหรับการสะสมธาตุอาหาร ตะกั่วและสังกะสีในกล้าไม้ ภายหลังการบำบัดน้ำเสีย พบแนวโน้มว่ากล้าไม้ที่ได้รับน้ำเสียที่มีตะกั่วและสังกะสีชนิดละ 20 mg/l ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมดในใบต่ำกว่ากล้าไม้ในชุดทดลองอื่น และกล้าไม้มีอัตราการเจริญเติบโตทางด้านความสูงและมวลชีวภาพส่วนใบและลำต้นต่ำสุด สำหรับปริมาณตะกั่วและสังกะสี พบแนวโน้มกว่ากล้าไม้สะสมตะกั่วและสังกะสีในรากสูงสุด เมื่อกล้าไม้ได้รับน้ำเสียที่มีตะกั่วและสังกะสีเพิ่มสูงขึ้นจากผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าเมื่อพื้นที่ชุ่มน้ำเทียม โกงกางใบใหญ่ได้รับน้ำเสียที่มีตะกั่วและสังกะสีสูงสุดที่ 20 mg/l พื้นที่ชุ่มน้ำเทียมโกงกางใบใหญ่สามารถรองรับตะกั่วและสังกะสีได้สูง ในขณะที่ประสิทธิภาพการบำบัดธาตุอาหารต่ำลง อีกทั้งทำให้กล้าไม่มีอัตราการเจริญเติบโตด้านความสูงและมวลชีวภาพต่ำสุด บ่งชี้ได้ว่าตะกั่วและสังกะสีมีผลไปยับยั้งการดูดดึงธาตุอาหารไปใช้โดยพืช ส่งผลให้การเจริญเติบโตของกล้าไม้ลดต่ำลง ดังนั้นหากเลือกใช้ป่าชายเลนปลูกในการบำบัดน้ำเสียที่มีตะกั่วและสังกะสี ควรมีระบบบำบัดน้ำเสียขั้นต้นก่อนปล่อยน้ำเสียลงสู่ป่าชายเลนปลูกในการบำบัดน้ำเสียที่มีตะกั่วและสังกะสี ควรมีระบบบำบัดน้ำเสียขั้นต้นก่อนปล่อยน้ำเสียลงสู่ป่าชายเลน เพื่อสามารถควบคุมคุณสมบัติของน้ำเสียและป้องกันผลกระทบของตะกั่วและสังกะสีต่อสิ่งมีชีวิตในป่าชายเลนได้ |
| บรรณานุกรม | : |
พรสุดา ผานุการณ์ . (2549). ประสิทธิภาพของพื้นที่ชุ่มน้ำเทียมโกงกางใบใหญ่ในการบำบัดน้ำเสียที่ปนเปื้อนตะกั่วและสังกะสี.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พรสุดา ผานุการณ์ . 2549. "ประสิทธิภาพของพื้นที่ชุ่มน้ำเทียมโกงกางใบใหญ่ในการบำบัดน้ำเสียที่ปนเปื้อนตะกั่วและสังกะสี".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พรสุดา ผานุการณ์ . "ประสิทธิภาพของพื้นที่ชุ่มน้ำเทียมโกงกางใบใหญ่ในการบำบัดน้ำเสียที่ปนเปื้อนตะกั่วและสังกะสี."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549. Print. พรสุดา ผานุการณ์ . ประสิทธิภาพของพื้นที่ชุ่มน้ำเทียมโกงกางใบใหญ่ในการบำบัดน้ำเสียที่ปนเปื้อนตะกั่วและสังกะสี. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2549.
|
