| ชื่อเรื่อง | : | พลวัตของซากใบไม้ในป่าชายเลนรุ่นสอง จังหวัดตราด |
| นักวิจัย | : | วิลานี สุชีวบริพนธ์ |
| คำค้น | : | ป่าชายเลน -- ไทย -- ตราด , นิเวศวิทยาป่าชายเลน -- ไทย -- ตราด , ใบไม้ -- การย่อยสลายทางชีวภาพ , Mangrove forests -- Thailand -- Trat , Mangrove ecology -- Thailand -- Trat , Leaves -- Biodegradation |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ศศิธร พ่วงปาน , พิพัฒน์ พัฒนผลไพบูลย์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิทยาศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2553 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/19430 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553 ศึกษาพลวัตของซากใบไม้ในป่าชายเลน ได้แก่ ซากใบไม้ที่ร่วงหล่น ซากใบไม้ที่ถูกนำเข้ามาบนผิวดิน ซากใบไม้ที่สะสมบนผิวดิน อัตราการย่อยสลายซากใบไม้และซากใบไม้ที่ถูกบริโภคในแปลงศึกษาขนาด 50x120 ตารางเมตร ซึ่งมีการแบ่งเขตพันธุ์ไม้โดยใช้พันธุ์ไม้เด่น เรียงลำดับจากริมฝั่งแม่น้ำเข้าไปด้านในของ แปลงศึกษา ได้แก่ เขตไม้แสม เขตไม้โกงกางและเขตไม้ตะบูน ตามลำดับ ศึกษาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ถึงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2552 ผลการศึกษาพบว่า ปริมาณซากใบไม้ที่ร่วงหล่นที่เก็บจากกระบะรองรับซากพืชขนาด 1x1 ตารางเมตร ในเขตไม้แสมและเขตไม้โกงกางซึ่งมีค่าเท่ากับ 2.27 และ 2.51 กรัม/ตารางเมตร/ วัน ตามลำดับ มีค่ามากกว่าเขตไม้ตะบูน (1.37 กรัม/ตารางเมตร/วัน) อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งปริมาณซากใบไม้ที่ถูกนำเข้ามาบนผิวดินที่เก็บจากพื้นป่าใต้กระบะรองรับซากพืช และปริมาณซากใบไม้ที่สะสมบนผิวดินที่เก็บจากพื้นป่าข้างกระบะรองรับซากพืช มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่างเขตพันธุ์ไม้ โดยเขตไม้โกงกางมีปริมาณซากใบไม้ที่ถูกนำเข้ามาบนผิวดิน และปริมาณซากใบไม้ที่สะสมบนผิวดินมากที่สุด รองลงมาคือ เขตไม้แสมและเขตไม้ตะบูน ตามลำดับ ซึ่งเป็นผลมาจากระบบรากค้ำยันในเขตไม้โกงกาง สามารถกักเก็บซากใบไม้บนพื้นป่าได้มาก อัตราการย่อยสลายของซากใบไม้ซึ่งศึกษาโดยใช้ถุงซากพืชบรรจุซากใบไม้พบว่า อัตราการย่อยสลายซากใบไม้ทั้งสามเขตพันธุ์ไม้ไม่แตกต่างกัน แต่มีแนวโน้มย่อยสลายซากพืชได้ช้าลงเมื่อระยะทางห่างจากริมแม่น้ำมากขึ้น ผู้บริโภคซากใบไม้ที่พบในแปลงศึกษา ได้แก่ ปูแสมก้ามแดงและปูแสมก้ามม่วง โดยเขตไม้ตะบูนมีความหนาแน่นของปูแสมทั้งสองชนิดรวมกันมากกว่าเขตไม้โกงกาง จึงทำให้ซากใบไม้ที่ถูกบริโภคในเขตไม้ตะบูนมีปริมาณมากกว่าเขตไม้โกงกางอย่างมีนัยสำคัญ (83.55% และ 22.85% ของปริมาณซากใบไม้ทั้งหมด ตามลำดับ) การศึกษาในครั้งนี้สามารถอธิบายได้ว่า พลวัตของซากใบไม้ทั้งสามเขตพันธุ์ไม้มีซากใบไม้ที่ร่วงหล่นเข้าสู่พลวัตซากใบไม้เป็นส่วนใหญ่คิดเป็น 72.9-100.0% ของปริมาณซากใบไม้เฉลี่ยต่อวัน แต่ในส่วนของซากใบไม้ที่ออกจากพลวัตมีความแตกต่างกัน กล่าวคือซากใบไม้ที่ออกจากพลวัตส่วนใหญ่ในเขตไม้แสมและเขตไม้โกงกาง เป็นซากใบไม้ที่ถูกนำออกไปจากผิวดินโดยการขึ้นลงของน้ำทะเล ในขณะที่ซากใบไม้ที่ออกจากพลวัตของเขตไม้ตะบูนส่วนใหญ่ เป็นซากใบไม้ที่ถูกบริโภคโดยปูแสม ปริมาณซากใบไม้ในส่วนต่างๆ ของพลวัตซากใบไม้ในป่าชายเลนเป็นผลมาจากปัจจัยทางชีวภาพและปัจจัยทางกายภาพ ได้แก่ ระบบรากของพันธุ์ไม้ในป่าชายเลน ความลาดชัน ระยะเวลาของการท่วมของน้ำทะเล ลักษณะของเนื้อดินและอุณหภูมิ |
| บรรณานุกรม | : |
วิลานี สุชีวบริพนธ์ . (2553). พลวัตของซากใบไม้ในป่าชายเลนรุ่นสอง จังหวัดตราด.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วิลานี สุชีวบริพนธ์ . 2553. "พลวัตของซากใบไม้ในป่าชายเลนรุ่นสอง จังหวัดตราด".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วิลานี สุชีวบริพนธ์ . "พลวัตของซากใบไม้ในป่าชายเลนรุ่นสอง จังหวัดตราด."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553. Print. วิลานี สุชีวบริพนธ์ . พลวัตของซากใบไม้ในป่าชายเลนรุ่นสอง จังหวัดตราด. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2553.
|
