| ชื่อเรื่อง | : | อัตราการย่อยสลายของซากรากฝอยในป่าชายเลนรุ่นสอง จังหวัดตราด |
| นักวิจัย | : | บัญฑูรย์ เฉลิมฉัตรวิไล |
| คำค้น | : | ราก (พฤกษศาสตร์) , ป่าชายเลน -- ไทย -- ตราด , การย่อยสลายทางชีวภาพ |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ศศิธร พ่วงปาน , พิพัฒน์ พัฒนผลไพบูลย์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิทยาศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2553 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/20132 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553 ศึกษาการย่อยสลายของซากรากฝอย (ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางน้อยกว่า 2 มิลลิเมตร) ในป่าชายเลนรุ่นสอง บริเวณปากแม่น้ำตราด จังหวัดตราด ด้วยวิธี litter bag ใน 3 เขตพันธุ์พืช ได้แก่ เขตไม้แสม-ลำพู เขตไม้โกงกาง และเขตไม้ตะบูน ในแปลงศึกษาถาวรขนาด 50x120 ตารางเมตรเป็นระยะเวลา 1 ปี จากการทดลองการย่อยสลายพบว่าปริมาณของซากรากฝอยที่เหลือจากการย่อยสลายที่ระดับความลึก 5 และ 20 เซนติเมตรไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทั้ง 3 เขตพันธุ์พืช มีปริมาณของซากรากฝอยเหลืออยู่เท่ากับ 0.496, 0.570 และ 0.507 กรัมจากน้ำหนักเริ่มต้น 1.00 กรัม ในเขตไม้แสม-ลำพู เขตไม้โกงกาง และเขตไม้ตะบูน ตามลำดับ ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหนักของรากฝอยที่เหลือจากการย่อยสลายและช่วงเวลาศึกษา โดยใช้รูปแบบสมการถดถอยของการย่อยสลายแบบ Composite exponential ที่การย่อยสลายถูกแบ่งออกเป็นสองช่วงเวลา คือช่วงแรกตั้งแต่เริ่มต้นการทดลองไปจนถึงประมาณ 4 สัปดาห์ มีอัตราการย่อยสลายของซากรากฝอยค่อนข้างสูงเท่ากับ 0.2908, 0.3031 และ 0.2158 ในเขตไม้แสม-ลำพู เขตไม้โกงกาง และเขตไม้ตะบูน ตามลำดับ จากช่วงเวลาดังกล่าวไปจนสิ้นสุดการทดลองที่ 52 สัปดาห์ พบว่าอัตราการย่อยสลายของซากรากฝอยช้าลงเท่ากับ 0.0049, 0.0046 และ 0.0064 ตามลำดับ ซึ่งการศึกษาครั้งนี้อภิปรายอัตราการย่อยสลายของรากฝอยในแต่ละเขตพันธุ์พืชจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ระดับความสูงสัมพัทธ์ของพื้นที่ อุณหภูมิดิน และระยะเวลาที่พื้นที่ศึกษาถูกน้ำท่วมที่แตกต่างกันไปในแต่ละเขตพันธุ์พืช ศึกษาอัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจนของซากรากฝอยที่เหลือจากการย่อยสลายพบว่า สอดคล้องกับแนวโน้มของการย่อยสลายของซากรากฝอย ศึกษาปริมาณการสะสมของซากรากฝอยตามระดับความลึก (0-10 10-20 และ 20-30 เซนติเมตร) โดยวิธี Coring พบว่าความลึกของดินไม่มีผลต่อการสะสมซากรากฝอยในทั้ง 3 เขตพันธุ์พืช แต่อย่างไรก็ตามปริมาณของซากรากฝอยรวมตั้งแต่ 0-30 เซนติเมตรมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างเขตพันธุ์พืช โดยในเขตไม้ตะบูนมีปริมาณของซากรากมากที่สุดเท่ากับ 89.97±14.27 ตันต่อเฮกแตร์ต่อความลึกดิน 30 เซนติเมตร รองลงมาคือ เขตไม้โกงกางและเขตไม้แสม-ลำพูเท่ากับ 21.07±2.65 และ 9.94±2.49 ตันต่อเฮกแตร์ต่อความลึกดิน 30 เซนติเมตรตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบอัตราการย่อยสลายของซากรากฝอยที่ได้จากการศึกษาครั้งนี้กับป่าที่อื่นพบว่า การย่อยสลายของซากรากฝอยในป่าชายเลนมีการย่อยสลายต่ำกว่าในป่าบกที่อยู่ในเขตร้อนเหมือนกัน จึงสนับสนุนบทบาทสำคัญของระบบนิเวศป่าชายเลนที่จะเป็นแหล่งเก็บกักคาร์บอนได้อย่างดี |
| บรรณานุกรม | : |
บัญฑูรย์ เฉลิมฉัตรวิไล . (2553). อัตราการย่อยสลายของซากรากฝอยในป่าชายเลนรุ่นสอง จังหวัดตราด.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัญฑูรย์ เฉลิมฉัตรวิไล . 2553. "อัตราการย่อยสลายของซากรากฝอยในป่าชายเลนรุ่นสอง จังหวัดตราด".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัญฑูรย์ เฉลิมฉัตรวิไล . "อัตราการย่อยสลายของซากรากฝอยในป่าชายเลนรุ่นสอง จังหวัดตราด."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553. Print. บัญฑูรย์ เฉลิมฉัตรวิไล . อัตราการย่อยสลายของซากรากฝอยในป่าชายเลนรุ่นสอง จังหวัดตราด. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2553.
|
