ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลเฉียบพลันของการเดินจงกรมต่อระดับความดันโลหิต ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงไทย

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลเฉียบพลันของการเดินจงกรมต่อระดับความดันโลหิต ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงไทย
นักวิจัย : ดวงรัตน์ ชลศฤงคาร
คำค้น : ความดันเลือดสูง -- ผู้ป่วย , การเดิน , สมาธิ , การปฏิบัติธรรม
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สมเกียรติ แสงวัฒนาโรจน์
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/19484
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551

ที่มาของการวิจัย : ความเครียดทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้นจากการกระตุ้นระบบประสาทซิมพาติก การทำสมาธิสามารถลดความเครียดส่งผลให้ความดันโลหิตลดลง การทำสมาธิด้วยวิธีการเดินจงกรมเป็นการทำสมาธิวิธีหนึ่งช่วยให้ร่างกายเกิดการผ่อนคลาย เกิดความสงบของจิตใจและคลายความเครียด จึงนำไปสู่สมมติฐานการวิจัยในการศึกษานี้ว่า การเดินจงกรมสามารถทำให้ความดันโลหิตลดลงได้เมื่อเปรียบเทียบกับการนั่งพัก วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาเปรียบเทียบผลของการลดความดันโลหิตด้วยวิธีการเดินจงกรมกับการนั่งพักในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง วิธีการศึกษา : ผู้ป่วยนอกที่คลินิกอายุรกรรมของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ที่มีความดันโลหิตสูงระดับน้อยถึงระดับปานกลาง ถูกสุ่มเลือกให้ได้รับการเดินจงกรมหรือการนั่งพักวิธีใดวิธีหนึ่ง เป็นระยะเวลา 15 นาที บันทึกความดันโลหิตและอัตราการเต้นของชีพจรก่อนและหลังของกลุ่มผู้ป่วยแต่ละกลุ่ม ในกลุ่มที่เดินจงกรมตอบแบบสอบถามความรู้ตัวและคะแนนของสมาธิหลังจากการเดินจงกรม ผลการศึกษา : ผู้ป่วยเข้าร่วมในการศึกษานี้จำนวนทั้งหมด 82 คน ช่วงระยะเวลาในการศึกษาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2551 ถึงเดือนตุลาคม 2551 อายุผู้ป่วยตั้งแต่ 20 ถึง 65ปี(อายุเฉลี่ย 57 ปี, ผู้หญิง 54 คน(65.8%) ค่าความดันโลหิตเฉลี่ย และอัตราการเต้นของชีพจรเฉลี่ยในกลุ่มที่เดินจงกรม 155±10 / 86±8 มิลลิเมตรปรอท, 77±12 ครั้งต่อนาที (ตามลำดับ) ค่าความดันโลหิตเฉลี่ย และอัตราการเต้นของชีพจรเฉลี่ยในกลุ่มที่นั่งพัก 155±11 / 83±10 มิลลิเมตรปรอท, 74±9 ครั้งต่อนาที (ตามลำดับ)(all p=ns) ค่าความดัน systolic ก่อนและหลังเดินจงกรมต่างกัน -3±8.9 มิลลิเมตรปรอท (p=0.04) ค่าความดัน systolic ก่อนและหลังนั่งพักต่างกัน -1.9±6 มิลลิเมตรปรอท (p=0.09) แต่ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเปรียบเทียบค่าความดันsystolic BPที่ลดลงระหว่างสองกลุ่ม (p=0.51) อัตราการเต้นของชีพจรในกลุ่มที่เดินจงกรมลดลงมากกว่ากลุ่มนั่งพัก(กลุ่มเดินจงกรม -3.4±4.2 ครั้งต่อนาที, กลุ่มนั่งพัก-0.3±4.1ครั้งต่อนาที (p=0.002)) ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างระดับสมาธิในกลุ่มเดินจงกรมกับการลดลงของความดันโลหิต สรุป : การเดินจงกรมอาจลด systolic BP ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง แต่ไม่แตกต่างจากการนั่งพัก และอัตราการเต้นของชีพจรลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเปรียบเทียบกับการนั่งพัก

บรรณานุกรม :
ดวงรัตน์ ชลศฤงคาร . (2551). ผลเฉียบพลันของการเดินจงกรมต่อระดับความดันโลหิต ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงไทย.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ดวงรัตน์ ชลศฤงคาร . 2551. "ผลเฉียบพลันของการเดินจงกรมต่อระดับความดันโลหิต ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงไทย".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ดวงรัตน์ ชลศฤงคาร . "ผลเฉียบพลันของการเดินจงกรมต่อระดับความดันโลหิต ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงไทย."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551. Print.
ดวงรัตน์ ชลศฤงคาร . ผลเฉียบพลันของการเดินจงกรมต่อระดับความดันโลหิต ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.