| ชื่อเรื่อง | : | ศึกษาเปรียบเทียบการดูแลบาดแผลผ่าตัดริดสีดวงทวารโดยการนั่งแช่ และการสวนล้างด้วยน้ำยาด่างทับทิม |
| นักวิจัย | : | เลขา สมยืน |
| คำค้น | : | พยาบาลและการพยาบาล , โรค -- การป้องกันและควบคุม |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ประนอม โอทกานนท์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2521 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/18213 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2521 การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง เพื่อศึกษาเปรียบเทียบผลการดูแลบาดแผลผ่าตัดริดสีดวงทวารหนักโดยวิธีการสวนล้างและวิธีให้ผู้ป่วยนั่งแช่ในน้ำยาด่างทับทิม 1: 8000 กลุ่มตัวอย่างประชากรที่ใช้ในการวิจัยเป็นผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดโรคริดสีดวงทวารจากวชิรพยาบาล รวมตัวอย่างประชากรทั้งหมด 36 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 18 คน และกลุ่มควบคุม 18 คนวิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบการหายของบาดแผลผ่าตัดที่ได้รับการดูแลทั้ง 2 วิธี โดยทดสอบความแตกต่างของค่ามัชฌิมเลขคณิตด้วยการทดสอบค่าที (t-test) ปรากฏผลดังนี้ 1. อัตราการหายของบาดแผลริดสีดวงทวารในวันที่ 3 และวันที่ 5 หลังผ่าตัดของกลุ่มตัวอย่างที่ได้รับการดูแลโดยวิธีการสวนล้างด้วยน้ำยาด่างทับทิม 1: 8000 ดีกว่าอัตราการหายของบาดแผลในกลุ่มตัวอย่างที่ได้รับการดูแลโดยให้ผู้ป่วยนั่งแช่ในน้ำยาด่างทับทิม 1: 8000 ที่ระดับความมีนัยสำคัญ .01 ดังนั้นจึงปฏิเสธสมมติฐานที่ว่าผลการดูแลบาดแผลผ่าตัดริดสีดวงทวารด้วยวิธีการสวนล้าง และวิธีให้ผู้ป่วยนั่งแช่ในน้ำยาด่างทับทิม 1: 8000 ไม่มีความแตกต่างกัน อัตราการหายของบาดแผลผ่าตัดโดยการดูแลทั้ง 2 วิธี ได้ผลเช่นเดียวกันในกลุ่มตัวอย่างประชากรเพศชาย ส่วนกลุ่มตัวอย่างประชากรเพศหญิง พบว่าหลังผ่าตัดวันที่ 3 อัตราการหายของบาดแผลไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 และหลังผ่าตัดวันที่ 5 พบว่ากลุ่มตัวอย่างที่ได้รับการดูแลโดยการสวนล้างมีอัตราการหายของบาดแผลดีกว่ากลุ่มที่ได้รับการดูแลโดยให้ผู้ป่วยนั่งแช่ในน้ำยาด่างทับทิม ที่ระดับความมีนัยสำคัญ .05 2. อัตราการหายของบาดแผลริดสีดวงทวารในวันที่ 3 และวันที่ 5 หลังผ่าตัดของกลุ่มตัวอย่างอายุ 20-35 ปี และ 51-65 ปี ที่ได้รับการดูแลบาดแผลทั้ง 2 วิธี ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 ส่วนกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุ 36-50 ปี ที่ได้รับการดูแลบาดแผลโดยการสวนล้างมีอัตราการหายของบาดแผลดีกว่ากลุ่มที่ได้รับการดูแลโดยวิธีให้ผู้ป่วยนั่งแช่ในน้ำยาด่างทับทิม ที่ระดับความมีนัยสำคัญ .05 3. อาการแสดงการหายของบาดแผลวัดตามระดับการบวบ พบว่าวันที่ 3 และวันที่ 5 หลังผ่าตัด กลุ่มตัวอย่างประชากรที่ได้รับการดูแลโดยวิธีสวนล้างมีอัตราการบวมน้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับการดูแลโดยวิธีนั่งแช่ในน้ำยาด่างทับทิม ที่ระดับความมีนัยสำคัญ .01 ส่วนอาการแสดงวัดตามระดับการมีเลือดออกและความเจ็บปวดพบว่า หลังผ่าตัดวันที่ 3 กลุ่มที่ได้รับการดูแลโดยวิธีการสวนล้างมีเลือดออกและเจ็บปวดน้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับการดูแลโดยวิธีนั่งแช่ที่ระดับความมีนัยสำคัญ .05 และหลังผ่าตัดวันที่ 5ได้ผลเช่นเดียวกันที่ระดับความมีนัยสำคัญ .01 อาการแสดงวัดตามอุณหภูมิของร่างกายและการถ่ายอุจจาระพบว่าไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 ในวันที่ 3 และวันที่ 5 หลังผ่าตัด |
| บรรณานุกรม | : |
เลขา สมยืน . (2521). ศึกษาเปรียบเทียบการดูแลบาดแผลผ่าตัดริดสีดวงทวารโดยการนั่งแช่ และการสวนล้างด้วยน้ำยาด่างทับทิม.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เลขา สมยืน . 2521. "ศึกษาเปรียบเทียบการดูแลบาดแผลผ่าตัดริดสีดวงทวารโดยการนั่งแช่ และการสวนล้างด้วยน้ำยาด่างทับทิม".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เลขา สมยืน . "ศึกษาเปรียบเทียบการดูแลบาดแผลผ่าตัดริดสีดวงทวารโดยการนั่งแช่ และการสวนล้างด้วยน้ำยาด่างทับทิม."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2521. Print. เลขา สมยืน . ศึกษาเปรียบเทียบการดูแลบาดแผลผ่าตัดริดสีดวงทวารโดยการนั่งแช่ และการสวนล้างด้วยน้ำยาด่างทับทิม. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2521.
|
