| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการกลายพันธุ์ของยีนซีทีแอลเอโฟร์ (ที่ตำแหน่งเอ49จี) กับการเกิดโรคออโตอิมมูนของต่อมไทรอยด์ |
| นักวิจัย | : | ศุภนิตย์ พุฒิโภคิน |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ธิติ สนับบุญ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2552 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/18167 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552 ที่มา โรคออโตอิมมูนของต่อมไทรอยด์หรือโรคภูมิคุ้มกันต่อต่อมไทรอยด์เป็นภาวะที่พบได้บ่อย ประกอบด้วย2 ภาวะที่สำคัญคือ ภาวะไทรอยด์เป็นพิษชนิดเกรฟและไทรอยด์อักเสบชนิดฮาชิโมโต สาเหตุของโรคในกลุ่มนี้พบว่าสัมพันธ์กับความเสี่ยงทั้งทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม ปัจจัยทางพันธุกรรมที่สำคัญคือ ยีนซีทีแอลเอโฟร์พบว่ามีความสัมพันธ์กับโรคดังกล่าวในหลายเชื้อชาติ การศึกษานี้มีจุดประสงค์เพื่อจะศึกษาความสัมพันธ์ของยีนซีทีแอลเอโฟร์กับการเกิดโรคไทรอยด์เป็นพิษชนิดเกรฟและโรคไทรอยด์อักเสบชนิดฮาชิโมโต. วิธีดำเนินการวิจัย ศึกษาความชุกของการกลายพันธุ์ของยีนซีทีแอลเอโฟร์ สองตำแหน่งคือที่ เอ49จี และ ซีที60 โดยสกัดสารพันธุกรรมโดยวิธีมาตรฐานและทำการตรวจหาการกลายพันธุ์ดังกล่าวโดยวิธีโพลีเมอร์เลส เชน รีเอคชั่น เรสตริกชั่น แฟรกเมนต์ ในผู้ป่วยกลุ่มไทรอยด์เป็นพิษชนิดเกรฟจำนวน 113 คน กลุ่มโรคไทรอยด์อักเสบชนิดฮาชิโมโตจำนวน 41 คน เปรียบเทียบกับของกลุ่มควบคุมจำนวน 113 คน ผลการวิจัย พบความชุกของอัลลีลชนิด จี ที่ตำแหน่ง เอ49จี ของยีนซีทีแอลเอโฟร์ร้อยละ 63.7 ในกลุ่มผู้ป่วยไทรอยด์เป็นพิษชนิดเกรฟเทียบกับร้อยละ 45.1 ในกลุ่มควบคุม (P = 0.005) คิดเป็นค่าความสัมพันธ์ (odds ratio=2.135, 95%CI = 1.253 - 3.639) ส่วนความชุกของอัลลีลชนิด เอ ที่ตำแหน่ง ซีที60 ของยีนซีทีแอลเอโฟร์เท่ากับร้อยละ 33.2 ในกลุ่มผู้ป่วยไทรอยด์เป็นพิษชนิดเกรฟเทียบกับร้อยละ 36.7 ในกลุ่มควบคุม(P = 0.43) สำหรับโรคไทรอยด์อักเสบชนิดฮาชิโมโตความชุกของอัลลีลชนิด จี ที่ตำแหน่ง เอ49จี ของยีนซีทีแอลเอโฟร์เท่ากับร้อยละ 53.7 ในกลุ่มผู้ป่วยเทียบกับร้อยละ 44.8 ในกลุ่มควบคุม (P = 0.178) และความชุกของอัลลีลชนิด เอ ที่ตำแหน่ง ซีที60 ของยีนซีทีแอลเอโฟร์เท่ากับร้อยละ 62.2 ในกลุ่มผู้ป่วยเทียบกับร้อยละ 37 ในกลุ่มควบคุม(P = 0.01. สรุปผล การกลายพันธุ์ของยีนซีทีแอลเอโฟร์เฉพาะที่ตำแหน่ง เอ49จี เท่านั้นที่พบว่ามีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคไทรอยด์เป็นพิษชนิดเกรฟในผู้ป่วยชาวไทย ในขณะที่ไม่พบความสัมพันธ์ของการกลายพันธุ์ของยีนดังกล่าวกับการเกิดโรคไทรอยด์อักเสบชนิดฮาชิโมโต |
| บรรณานุกรม | : |
ศุภนิตย์ พุฒิโภคิน . (2552). การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการกลายพันธุ์ของยีนซีทีแอลเอโฟร์ (ที่ตำแหน่งเอ49จี) กับการเกิดโรคออโตอิมมูนของต่อมไทรอยด์.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ศุภนิตย์ พุฒิโภคิน . 2552. "การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการกลายพันธุ์ของยีนซีทีแอลเอโฟร์ (ที่ตำแหน่งเอ49จี) กับการเกิดโรคออโตอิมมูนของต่อมไทรอยด์".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ศุภนิตย์ พุฒิโภคิน . "การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการกลายพันธุ์ของยีนซีทีแอลเอโฟร์ (ที่ตำแหน่งเอ49จี) กับการเกิดโรคออโตอิมมูนของต่อมไทรอยด์."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print. ศุภนิตย์ พุฒิโภคิน . การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการกลายพันธุ์ของยีนซีทีแอลเอโฟร์ (ที่ตำแหน่งเอ49จี) กับการเกิดโรคออโตอิมมูนของต่อมไทรอยด์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.
|
