ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

พัฒนาความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน พัฒนาสังคมและสุขภาวะ จังหวัดกาฬสินธุ์ ระยะที่ 2 (ปี 2552-2553 ) ด้วยกระบวนการบริหารจัดการข้อมูลและการจัดการความรู้

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : พัฒนาความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน พัฒนาสังคมและสุขภาวะ จังหวัดกาฬสินธุ์ ระยะที่ 2 (ปี 2552-2553 ) ด้วยกระบวนการบริหารจัดการข้อมูลและการจัดการความรู้
นักวิจัย : สม นาสอ้าน
คำค้น : การบูรณาการ , การพัฒนาสังคม , ความยากจน , ความร่วมมือ , สุขภาวะ
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2557
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5240023 , http://research.trf.or.th/node/8126
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

กลไกสำคัญของการพัฒนาแบบบูรณาการในเชิงพื้นที่ สิ่งสำคัญคือการออกแบบ กลไกความร่วมมือ การจัดการข้อมูลและกระบวนการเรียนรู้อย่างเป็นระบบให้เป็นสังคมอุดมปัญญา โดยมีฐานการพัฒนาอยู่ที่ชุมชนและตำบล ดังนั้นจึงได้จัดทำโครงการความร่วมมือแก้ปัญหาความ ยากจน สังคม และสุขภาวะ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1.) สร้างกลไกพัฒนาแบบภาคีความร่วมมือใน ระดับท้องถิ่นให้มีศักยภาพในการบริหารจัดการองค์ความรู้แก้ปัญหาของพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2.) พัฒนาศูนย์และระบบข้อมูลที่สามารถใช้ตัดสินใจวางแผนพัฒนาของพื้นที่ ด้วยระบบข้อมูลบัญชี รายรับ-รายจ่ายครัวเรือนและข้อมูลสารสนเทศเชิงภูมิศาสตร์ 3.) เสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ ข้อมูล องค์ความรู้และจัดการองค์ความรู้ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรมสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะ เชิงบูรณาการ พื้นที่ดำเนินงาน แบ่งเป็น พื้นที่ทั่วไปซึ่งใน 18 อำเภอ 130 อปท. 1,400 หมู่บ้าน/ชุมชน และ พื้นที่นำร่องตำบลเข้มแข็ง 20 ตำบล 220 หมู่บ้าน ผลการดำเนินงาน พบว่า การสร้างกลไกการทำงานมี 4 ระดับคือในระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล และชุมชน ประกอบด้วย 5 คณะ มีการศักยภาพแกนนำระดับตำบล 900 คน พัฒนา ศักยภาพ นักวิจัยท้องถิ่น 20 ตำบลเข้มแข็งนำจำนวน 200 คน ได้โจทย์การพัฒนาพื้นที่ 8 ประเด็น คือ การพัฒนาพันธุ์ข้าว การพัฒนาผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง การพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพร วิสาหกิจชุมชน อ้อยก้อนสูตรโบราณ ผักปลอดสารพิษ การบริหารจัดการน้ำ ความเข้มแข็งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และ การบริหารจัดการข้อมูล ผลการสร้างกลไก ทำให้เกิดเชื่อมแผนชุมชนกับแผนบูรณาการจังหวัด 7 หน่วยงาน 10 โครงการ งบประมาณ 35,853,600 บาท การพัฒนาศูนย์และระบบข้อมูลที่สามารถ ใช้ตัดสินใจวางแผนพัฒนาของพื้นที่มีศูนย์ข้อมูลในระดับจังหวัด และตำบลครบทุกตำบล ชุมชนมีการ จัดทำระบบบัญชีครัวเรือน 10 ตำบล 5,924 ครัวเรือน ภาพรวมมีรายรับเฉลี่ย 27,977.33 บาท รายจ่าย 21,036.07 บาท คงเหลือ 6941.259 บาท ต่อครัวเรือนต่อปี รายจ่ายส่วนใหญ่เป็นด้านการประกอบ อาชีพ และค่าอาหาร ผลจากกระบวนเรียนรู้โดยใช้ข้อมูลและองค์ความรู้จำนวน 6 ชุดข้อมูล องค์ ความรู้ 11 เรื่อง เกิดการเปลี่ยนแปลงกลไกการทำงานในระดับจังหวัด ตำบล และชุมชน แผนชุมชน ได้รับการยกระดับ ผ่านระดับดีมาก ร้อยละ 62.28 ระดับดี ร้อยละ 37.28 ผลสืบเนื่องทำให้แผนชุมชน ได้รับตอบสนองผลักดันเป็นแผนตำบลทุกชุมชน เกิดการจัดการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน การ พัฒนาเครือข่ายเกษตรอินทรีย์และศูนย์เรียนรู้สามารถผลักดันเป็นตลาดเขียวในท้องถิ่นและตลาด อินทรีย์ในระดับจังหวัด ระดับครัวเรือนมีรายจ่ายลง ส่วนระดับบุคคลมีการเรียนรู้จากข้อมูลบัญชี ครัวเรือนนำไปสู่การปรับแผนชีวิตจนเป็นบุคคลต้นแบบที่สามารถ ลดปลดหนี้ได้ในระยะเวลา 3-36 เดือน จำนวน 40 คน ซึ่งบทเรียนจากโครงการจะนำไปสู่การผลักดันเป็นนโยบายและตัวแบบการ พัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน สังคม และสุขภาวะให้เป็นรูปธรรม ต่อไป

บรรณานุกรม :
สม นาสอ้าน . (2557). พัฒนาความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน พัฒนาสังคมและสุขภาวะ จังหวัดกาฬสินธุ์ ระยะที่ 2 (ปี 2552-2553 ) ด้วยกระบวนการบริหารจัดการข้อมูลและการจัดการความรู้.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สม นาสอ้าน . 2557. "พัฒนาความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน พัฒนาสังคมและสุขภาวะ จังหวัดกาฬสินธุ์ ระยะที่ 2 (ปี 2552-2553 ) ด้วยกระบวนการบริหารจัดการข้อมูลและการจัดการความรู้".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สม นาสอ้าน . "พัฒนาความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน พัฒนาสังคมและสุขภาวะ จังหวัดกาฬสินธุ์ ระยะที่ 2 (ปี 2552-2553 ) ด้วยกระบวนการบริหารจัดการข้อมูลและการจัดการความรู้."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2557. Print.
สม นาสอ้าน . พัฒนาความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน พัฒนาสังคมและสุขภาวะ จังหวัดกาฬสินธุ์ ระยะที่ 2 (ปี 2552-2553 ) ด้วยกระบวนการบริหารจัดการข้อมูลและการจัดการความรู้. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2557.