ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความคิดเห็นของครูสังคมศึกษาเกี่ยวกับบทบาทของครูสังคมศึกษา ในการแนะแนวนักเรียน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความคิดเห็นของครูสังคมศึกษาเกี่ยวกับบทบาทของครูสังคมศึกษา ในการแนะแนวนักเรียน
นักวิจัย : จริมศรี เพ็ชรกุล
คำค้น : การแนะแนวการศึกษา , กิจกรรมเสริมหลักสูตร , ครูสังคมศึกษา , สังคมศึกษา -- การศึกษาและการสอน (มัธยมศึกษา)
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : พิบูลศรี วาสนสมสิทธิ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2529
อ้างอิง : 9745665029 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/17940
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2529

วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1.เพื่อศึกษาความคิดเห็นของครูสังคมศึกษาในโรงเรียนมัธยมศึกษาเกี่ยวกับบทบาทในการแนะแนวนักเรียนในด้านการศึกษา อาชีพและการพัฒนาบุคลิกภาพ โดยการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียน และการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร 2.เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทในการแนะแนวนักเรียนระหว่างครูสังคมศึกษาที่มีประสบการณ์การสอนต่างกัน วิธีดำเนินการวิจัย กลุ่มตัวอย่างประชากรในการวิจัย เป็นครูสังคมศึกษาในโรงเรียนรัฐบาลระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 388 คน ซึ่งได้จาการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling) ผู้วิจัยได้สร้างแบบสอบถามความคิดเห็นขึ้น 1 ชุด ประกอบด้วยคำถามแบบเลือกตอบ (Check-list) แบบมาตราส่วนประเมินค่า (rating scale) และแบบปลายเปิด (Open ended question) แบบสอบถามมีค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.89 แล้วนำไปสอบถามกลุ่มตัวอย่างประชากร และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้วิธีหาค่าร้อยละ ค่ามัชฌิมเลขคณิต (x) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และทดสอบค่าที (t-test) แล้วนำเสนอในรูปตารางประกอบความเรียง ผลการวิจัย 1.การศึกษาความคิดเห็นของครูสังคมศึกษา เกี่ยวกับบทในการแนะแนวนักเรียนในด้านการศึกษา อาชีพและการพัฒนาบุคลิกภาพ ปรากฏผลดังนี้ ก.โดยการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียน ครูส่วนใหญ่เห็นด้วยมากว่าควรปฏิบัติเกือบทุกด้าน นอกจาการเรียนการสอนเรื่องสหกรณ์ ซึ่งครูเห็นด้วยปานกลางว่าครูควรให้นักเรียนรู้จักเลือกและตัดสินใจเลือกอาชีพในอนาคต โดยการนำนักเรียนชมงานสหกรณ์ร้านค้าในเขตชุมชน หรือท้องถิ่นที่ดำเนินงานที่ประสบผลสำเร็จแล้ว เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีในการประกอบอาชีพต่อไป ข.โดยการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร ครูส่วนใหญ่เห็นด้วยมากว่าควรปฏิบัติเกือบทุกด้าน นอกจากการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรบางกิจกรรม ซึ่งครูเห็นด้วยปานกลางว่าควรปฏิบัติ ได้แก่ การจัดกิจกรรมมี่ให้ความรู้ทางวิชาการ เช่น เชิญวิทยากรมาบรรยาย จัดอภิปรายหรือโต้วาที นำนักเรียน ไปศึกษานอกสถานที่ สาธิตผลงานกิจกรรมทางด้านวิชาการและการจัดกรรมการนักเรียนหรือชมรมกิจกรรมนักเรียนเพื่อเป็นศูนย์ประสานงานจัดทำเอกสารเผยแพร่ความรู้ ครูควรพานักเรียนไปชมและฝึกงานอาชีพต่างๆ ในห้องถิ่น ตลอดจนครูควรติดต่อสัมพันธ์กับนักจิตวิทยา เพื่อช่วยเหลือนักเรียนให้มีสุขภาพจิตที่ดี 2.การเปรียบเทียบความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทในการแนะแนวนักเรียนด้านการศึกษา ก.อาชีพและการพัฒนาบุคลิกภาพ ระหว่าง ครูสังคมศึกษาที่มีประสบการณ์การทำงาน 1-14 ปี ปละครูสังคมศึกษาที่มีประสบการณ์การทำงาน 15ปีขึ้นไป ปรากฏดังนี้ ก. โดยการเรียนการสอนในห้องเรียน พบว่า ครูสังคมศึกษาทั้ง 2 กลุ่มมีความคิด เห็นโดยส่วนรวมไม่แตกต่างกันที่ระดับความมีนัยสำคัญ 0.01 แต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียดปรากฏว่าครูทั้ง 2 กลุ่ม มีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ในเรื่องต่อไปนี้คือ คือ ครูควรบอกนักเรียนให้เข้าใจเกี่ยวกับข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในบทเรียน ครูควรใช้เทคนิคทางจิตวิทยา และการแนะแนวจูงใจให้นักเรียนเห็นประโยชน์ของการเรียนวิชาสังคมศึกษา วางแผนการเยนวิชาต่างๆ ร่วมกับนักเรียนโดยสอดแทรกวิธีเรียนที่ดีให้นักเรียนรู้จักการแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผลและแนะแนวให้นักเรียนได้ศึกษาหาความรู้ด้วยตนเองสามารถสรุปสาระ สำคัญในเนื้อหาแต่ละบทเรียนได้อย่างถูกต้อง ครูควรบอกคุณค่าและความสำคัญของวิชาที่สอนเพื่อค้าหาความสนใจ ความถนัดของนักเรียนแต่ละคนเพื่อเป็นแนวทางในการเลือกวิชาและอาชีพ และเกี่ยวกับการพัฒนาบุคลิกภาพโดยการสอนวิชาสังคมศึกษา เรื่องมารยาทในสังคมและการปฏิบัติตนต่อผู้ใหญ่ ครูควรบอกหลักและแนวทางให้นักเรียนจัดกิจกรรมโดยการสาธิต การแสดงละคร ครูประพฤติตนเป็นตัวอย่างและสอดแทรกการสอนเรื่องการรักษาระเบียบวินัยและบรรทัดฐานที่วางไว้ของโรงเรียน ครูควรให้ความรู้เกี่ยวกับสภาพเหตุการณ์บ้านเมืองทั้งภายในและภายนอกประเทศเพื่อให้นักเรียนตระหนักในหน้าที่และกระทำตนเป็นพลเมืองดีของชาติ เมื่อการเรียนการสอนวิชาสังคมศึกษาจะสิ้นสุดลงในแต่ละภาคครูควรเสริมกำลังใจ ด้วยการให้รางวัลหรือชมเชย และครูควรชี้แจงให้นักเรียนทราบข้อบกพร่องและเสนอแนะแนวทางปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นต่อไป ข. โดยการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร ปรากฏว่าครูสังคมศึกษาทั้ง 2 กลุ่ม มีความคิด เห็นโดยส่วนรวมไม่แตกต่างกันที่ระดับความมีนัยสำคัญ 0.01 แต่เมื่อเปรียบเทียบรายข้อปรากฏว่าครูสังคมศึกษาทั้ง 2 กลุ่ม มีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ในเรื่องต่อไปนี้ คือ เรื่องการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่ให้ความรู้ทางวิชาการโดยเชิญวิทยากรมาบรรยาย การฝึกให้นักเรียนเขียนโครงการ กำหนดจุดมุ่งหมายการดำเนินงานและขั้นตอนการทำงาน รู้จักประสานกับหน่วยงานหรือองค์การที่เกี่ยวข้องเพื่อให้งานดำเนินไปด้วยดี และครูควรสอดแทรกความรู้เรื่องความอดทน การเรียนรู้งาน ความมีระเบียบวินัย ความสะอาด ความรับผิดชอบให้นักเรียนด้วย

บรรณานุกรม :
จริมศรี เพ็ชรกุล . (2529). ความคิดเห็นของครูสังคมศึกษาเกี่ยวกับบทบาทของครูสังคมศึกษา ในการแนะแนวนักเรียน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จริมศรี เพ็ชรกุล . 2529. "ความคิดเห็นของครูสังคมศึกษาเกี่ยวกับบทบาทของครูสังคมศึกษา ในการแนะแนวนักเรียน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จริมศรี เพ็ชรกุล . "ความคิดเห็นของครูสังคมศึกษาเกี่ยวกับบทบาทของครูสังคมศึกษา ในการแนะแนวนักเรียน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2529. Print.
จริมศรี เพ็ชรกุล . ความคิดเห็นของครูสังคมศึกษาเกี่ยวกับบทบาทของครูสังคมศึกษา ในการแนะแนวนักเรียน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2529.