| ชื่อเรื่อง | : | การจัดกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมไทยในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัด สำนักงานการประถมศึกษา จังหวัดเชียงใหม่ ตามการรับรู้ของผู้บริหาร ครู และนักเรียน |
| นักวิจัย | : | ลักษณา อินทะจักร |
| คำค้น | : | การอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย , กิจกรรมของนักเรียน -- ไทย -- เชียงใหม่ |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | แรมสมร อยู่สถาพร , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2529 |
| อ้างอิง | : | 9745673366 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/17668 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2529 วัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้คือ เพื่อศึกษาการจัดกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมไทยในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานประถมศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ ตามการรับรู้ของผู้บริหารครู และนักเรียน ในด้านต่อไปนี้ ประเภทของกิจกรรมที่จัด วัตถุประสงค์ของการจัด ลักษณะการดำเนินการจัด ปัจจัยที่ทำให้การจัดกิกรรมประสบผลสำเร็จ ปัญหาและอุปสรรคในการจัด รวมทั้งเจตคติต่อวัฒนธรรมไทยของนักเรียนภายหลังการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมไทย วิธีดำเนินการวิจัย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วย ผู้บริหาร 99 คน ครู 158 คน และนักเรียน 347 คนในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานประถมศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งได้มาโดยการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-Stage Sampling) ผู้วิจัยได้สร้างเครื่องมือการวิจัย 2 ฉบับ ได้แก่ 1. แบบสอบถามผู้บริหารและครู ใช้รวบรวมข้อมูลทุกๆ ด้านตามที่ระบุไว้ในวัตถุประสงค์ของการวิจัย 2. แบบสอบถามนักเรียน ใช้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นต่อการจัดกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมไทย และเจตคติต่อวัฒนธรรมไทยของนักเรียนภายหลังการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมไทย ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้โดยการหาความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัย 1. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะการดำเนินงานจัดกิจกรรมการส่งเสริมวัฒนธรรมไทย ตามการรับรู้ของผู้บริหารและครูพบว่า 1.1 โรงเรียนส่วนใหญ่จัดเตรียมวางแผนการจัดกิจกรรมโดยผู้บริหารและคณะครูร่วมกันวางแผน กำหนดวัตถุประสงค์ และคัดเลือกกิจกรรมให้สอดคล้องกับศาสนา จริยธรรมและวัฒนธรรม 1.2 วัตถุประสงค์ที่กำหนดกันมากที่สุดคือ “เพื่อให้นักเรียนสามารถปฏิบัติตนได้ถูกต้องตามแบบประเพณีวัฒนธรรมไทย” 1.3 โรงเรียนส่วนใหญ่จะให้ข้อมูลข่าวสารจัดกิจกรรมฯ แก่ครูและนักเรียนด้วยการประกาศด้วยวาจา และเผยแพร่ผลงานการจัดกิจกรรมฯ ด้วยการจัดป้ายนิเทศมากที่สุด 1.4 การประสานงานการจัดกิจกรรมฯ ส่วนใหญ่จะมีการประชุมปรึกษาคณะกรรมการในแต่ละกิจกรรม และสนับสนุนให้ครูจัดกิจกรรมฯ ได้ตามความรู้ความสามารถของตนเองภายใต้แผนควบคุมการปฏิบัติงานของโรงเรียน 1.5 โรงเรียนส่วนใหญ่จะให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมฯ ได้ตามความสนใจของตนเอง ซึ่งผลการวิจัยนี้สอดคล้องกับคำตอบของนักเรียน สถานที่ที่ใช้ในการจัดกิกรรมฯ ส่วนใหญ่คือ วัดที่อยู่ใกล้โรงเรียน เวลาที่ใช้จัด ได้แก่ เวลาช่วงเช้าก่อนเข้าห้องเรียน 1.6 การประเมินผลการจัดกิจกรรมฯ พบว่า โรงเรียนส่วนใหญ่ทราบถึงผลการจัดกิจกรรมฯ จากรายงานผลการปฏิบัติกิจกรรม ซึ่งประเมินผลโดยครูที่รับผิดชอบแต่ละโครงการซึ่งส่วนใหญ่ใช้วิธีสังเกตพฤติกรรมทางด้านวัฒนธรรมไทย 2. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพปัญหาและอุปสรรคที่พบในการจัดกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมไทย ปีการศึกษา 2528 ตามการรับรู้ของผู้บริหารและครู จากผลการวิจัยพบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ในระดับมาก คือ งบประมาณมีจำนวนน้อยไม่เพียงพอ และปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ในระดับน้อยที่สุด คือ ก่อนการใช้สนามต้องขออนุญาตผู้บริหารทุกครั้ง 3. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับประเภทของกิจกรรมที่จัด วัตถุประสงค์ ปัจจัยที่ทำให้การจัดกิจกรรมประสบผลสำเร็จ รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคที่พบในการจัดตามการรับรู้ของผู้บริหารและครู พบว่า ในด้านประเภทกิจกรรมที่จัด พบว่า กิจกรรมวัฒนธรรมทางภาษาและวรรณกรรมที่จัดกันมากที่สุด คือ การประกวดคัดลายมือ และจัดน้อยที่สุด คือ การจัดนิทรรศการทางวรรณกรรมต่างๆ กิจกรรมวัฒนธรรมทางมารยาทที่จัดมากที่สุด คือ การฝึกมารยาทไทย และจัดน้อยที่สุด คือการจัดนิทรรศการทางมารยาทไทย กิจกรรมวัฒนธรรมอันเป็นพิธีกรรมทางศาสนาที่จัดมากที่สุดคือ การสวดมนต์ และจัดน้อยที่สุด คือ การจัดเครื่องด้ายสายสิญจน์ กิจกรรมวัฒนธรรมการแสดงหรือการละเล่นพื้นเมืองที่จัดมากที่สุด คือ การฟ้อนเล็บ และจัดน้อยที่สุด คือ การประกวดรำกลองสะบัดชัย และกิจกรรมวัฒนธรรมการแต่งกายของคนไทยที่จัดมากที่สุด คือ การสวมเสื้อม้อฮ่อมทุกวันสุดสัปดาห์ และจัดน้อยที่สุด คือ การประกวดแต่งกายไทยงาม ในด้านวัตถุประสงค์ของการจัด พบว่า วัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมวัฒนธรรมทางภาษาและวรรณกรรมที่กำหนดกันมากที่สุด คือ เพื่อฝึกให้นักเรียนได้ใช้ภาษาที่ถูกต้องและสละสลวยและน้อยที่สุด คือ เพื่อฝึกให้นักเรียนอ่านทำนองเสนาะได้ถูกต้อง วัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมวัฒนธรรมทางมารยาทที่กำหนดกันมากที่สุด คือ เพื่อให้นักเรียนได้ปฏิบัติตนถูกต้องตามแบบมารยาทไทย และกำหนดน้อยที่สุด คือ เพื่อให้นักเรียนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่บุคคลทั่วไป วัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมวัฒนธรรมอันเป็นพิธีกรรมทางศาสนาที่กำหนดกันมากที่สุด คือ เพื่อให้นักเรียนได้รับความรู้เกี่ยวกับพิธีกรรมทางศาสนาและกำหนดกันน้อยที่สุด คือ เพื่ออนุรักษ์พิธีกรรมทางศาสนาให้คงอยู่ตลอดไป วัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมวัฒนธรรมการแสดงหรือการละเล่นพื้นเมืองที่กำหนดกันมากที่สุด คือ เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความสามารถ และที่กำหนดน้อยที่สุดคือ เพื่อส่งเสริมการละเล่นพื้นเมืองให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป และวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมวัฒนธรรมการแต่งกายของคนไทยที่กำหนดกันมากที่สุด คือ เพื่อปลูกฝังความรักความภาคมิภูมิใจในการแต่งกายแบบไทย และที่กำหนดกันน้อยที่สุด คือ เพื่อให้นักเรียนได้รู้วิวัฒนาการของการแต่งกายของคนไทย ในด้านปัจจัยที่ทำให้การจัดกิจกรรมประสบผลสำเร็จ พบว่า ผู้บริหารให้การสนับสนุน ครูให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี นักเรียนสนใจและเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก ได้รับเงินบริจาคและได้รับความช่วยเหลือด้านสื่อและอุปกรณ์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในด้านปัญหาและอุปสรรคที่พบมากในการจัด คือ บุคลากรในโรงเรียนไม่มีความรู้และทักษะเพียงพอที่จะจัดกิจกรรม และที่พบน้อยที่สุด คือ ผู้บริหารไม่ให้การสนับสนุนอย่างเพียงพอ 4. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับเจตคติต่อวัฒนธรรมไทยของนักเรียนภายหลังการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมไทย ตามการรับรู้ของผู้บริหารและครูที่เกิดขึ้น คือ 4.1 นักเรียนสนใจในการพัฒนาตนเองด้านการพูด การอ่าน และการเขียนภาษาไทยให้ดียิ่งขึ้น 4.2 นักเรียนภูมิใจที่ชาติไทยมีมารยาทไทยเป็นของตนเอง 4.3 นักเรียนชื่นชมในพิธีกรรมทางศาสนาและปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง 4.4 นักเรียนชื่นชมและเห็นคุณค่าการละเล่นพื้นเมือง 4.5 นักเรียนพึงพอใจเมื่อได้สวมเสื้อม้อฮ่อมทุกวันศุกร์ และอื่นๆ 5. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะการดำเนินการจัดกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมไทยตามการรับรู้ของนักเรียน คือ เหตุผลที่นักเรียนส่วนใหญ่เข้าร่วมกิจกรรม คือ อยากได้รับความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย สถานที่ที่ใช้ในการจัดกิจกรรมฯ คือ ห้องสมุด เวลาที่ใช้ในการจัดมากที่สุด คือ ตอนพักทานอาหารกลางวัน 6. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นต่อประโยชน์ของการจัดกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมไทยของนักเรียนตามการรับรู้ของตนเอง อยู่ในระดับเห็นด้วย มีค่าเฉลี่ย 4.33 7. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับเจตคติวัฒนธรรมไทยของนักเรียนภายหลังการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมไทยตามการรับรู้ของตนเองเกิดขึ้นอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ย 2.50 |
| บรรณานุกรม | : |
ลักษณา อินทะจักร . (2529). การจัดกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมไทยในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัด สำนักงานการประถมศึกษา จังหวัดเชียงใหม่ ตามการรับรู้ของผู้บริหาร ครู และนักเรียน.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ลักษณา อินทะจักร . 2529. "การจัดกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมไทยในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัด สำนักงานการประถมศึกษา จังหวัดเชียงใหม่ ตามการรับรู้ของผู้บริหาร ครู และนักเรียน".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ลักษณา อินทะจักร . "การจัดกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมไทยในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัด สำนักงานการประถมศึกษา จังหวัดเชียงใหม่ ตามการรับรู้ของผู้บริหาร ครู และนักเรียน."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2529. Print. ลักษณา อินทะจักร . การจัดกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมไทยในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัด สำนักงานการประถมศึกษา จังหวัดเชียงใหม่ ตามการรับรู้ของผู้บริหาร ครู และนักเรียน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2529.
|
