ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาเปรียบเทียบกลุ่มอาการของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายในภาคใต้ ประเทศไทย

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาเปรียบเทียบกลุ่มอาการของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายในภาคใต้ ประเทศไทย
นักวิจัย : สว่างวรรณ พิทยานฤมาน
คำค้น : ไตวายเรื้อรัง , ไตวายเรื้อรัง -- ผู้ป่วย , ผู้ป่วย -- การดูแล
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ชนกพร จิตปัญญา , สุนิดา ปรีชาวงษ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะพยาบาลศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/16834
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (พย.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงบรรยาย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอาการของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายในมิติด้านความถี่ ความรุนแรง และความทุกข์ทรมาน รวมถึงศึกษาเปรียบเทียบการรับรู้อาการในแต่ละมิติของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย จำแนกตามตัวแปร ได้แก่ ประเภทของการรักษา เพศ อายุ ภาวะซีด และภาวะโภชนาการ กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ได้รับการรักษาแบบประคับประคอง และการบำบัดทดแทนไต ที่มารับบริการที่คลินิกโรคไตแผนกผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลศูนย์ ในภาคใต้ จำนวน 200 คน ซึ่งได้จากการสุ่มอย่างเป็นระบบ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบบันทึกข้อมูลทั่วไปและข้อมูลเกี่ยวกับความเจ็บป่วย แบบประเมินอาการของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายในแต่ละมิติ ได้แก่ ความถี่ ความรุนแรง และความทุกข์ทรมาน ซึ่งผู้วิจัยสร้างขึ้นจากการทบทวนวรรณกรรม ผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 4 ท่าน และหาค่าความเที่ยงโดยการหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค ได้ค่าความเที่ยงของแบบประเมินในเรื่องของการเกิดอาการ ความถี่ ความรุนแรง และความทุกข์ทรมานของอาการเท่ากับ .92, .87, .89 และ .90 ตามลำดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทดสอบที (t-test) และวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One way ANOVA) ผลการวิจัยพบว่า 1. ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายมีประสบการณ์การรับรู้การเกิดอาการคันมากที่สุด คิดเป็น 84% 2. ในแต่ละมิติของอาการพบว่า อาการนอนไม่หลับเป็นอาการที่ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายมีการรับรู้ความถี่ ความรุนแรง และความทุกข์ทรมานของอาการมากที่สุด (X-bar = 2.42, SD = 1.53, X-bar = 1.88, SD = 1.35 และ X-bar = 2.10, SD = 1.51 ตามลำดับ) 3. การรับรู้อาการของผู้ป่วยในด้านความถี่ ความรุนแรง และความทุกข์ทรมาน เมื่อจำแนกตามอายุ เพศ ประเภทการรักษา และภาวะซีด ไม่แตกต่างกัน 4. ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่มีภาวะโภชนาการในระดับที่ต่างกัน มีการรับรู้อาการในแต่ละมิติแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยผู้ป่วยที่มีภาวะโภชนาการพร่องปานกลางมีการรับรู้ความรุนแรง และความทุกข์ทรมานของอาการสูงกว่าผู้ป่วยที่มีภาวะโภชนาการพร่องเล็กน้อย และภาวะโภชนาการปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (F = 4.65, p = .01 และ F = 4.29, p = .02 ตามลำดับ) นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ป่วยที่มีภาวะโภชนาการพร่องปานกลางมีการรับรู้ความถี่ของอาการสูงกว่าผู้ป่วยที่มีภาวะโภชนาการปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (F = 3.07, p = .05)

บรรณานุกรม :
สว่างวรรณ พิทยานฤมาน . (2552). การศึกษาเปรียบเทียบกลุ่มอาการของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายในภาคใต้ ประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สว่างวรรณ พิทยานฤมาน . 2552. "การศึกษาเปรียบเทียบกลุ่มอาการของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายในภาคใต้ ประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สว่างวรรณ พิทยานฤมาน . "การศึกษาเปรียบเทียบกลุ่มอาการของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายในภาคใต้ ประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print.
สว่างวรรณ พิทยานฤมาน . การศึกษาเปรียบเทียบกลุ่มอาการของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายในภาคใต้ ประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.