ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การหนุนเสริมเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้งานวิจัยท้องถิ่นแก่เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐและเครือข่ายยุติธรรมชุมชนจังหวัดตรัง ระยะที่ 2

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การหนุนเสริมเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้งานวิจัยท้องถิ่นแก่เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐและเครือข่ายยุติธรรมชุมชนจังหวัดตรัง ระยะที่ 2
นักวิจัย : สุทิน สีสุข
คำค้น : ยุติธรรมชุมชน
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG53S0002 , http://research.trf.or.th/node/7277
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การดำเนินงานวิจัยโครงการหนุนเสริมเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นแก่ เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐและเครือข่ายยุติธรรมชุมชนจังหวัดตรัง ระยะที่ 2 นี้เป็นโครงการวิจัยประจำปี 2553 เป็นการทำงานต่อเนื่องจากโครงการวิจัยระยะแรกที่เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2551-2552 เนื่องจากงานวิจัย ของพื้นที่วิจัยซึ่งดำเนินการร่วมไปด้วยกัน 10 ตำบลยังไม่แล้วเสร็จตามแผนกิจกรรมที่วางไว้ การ ดำเนินงานวิจัยโครงการหนุนเสริม (พี่เลี้ยง สกว.ตรัง) ในระยะที่ 2 นี้ก็ยังมีรูปแบบการทำงานเพื่อสร้าง การเรียนรู้กระบวนการวิจัยเพื่อท้องถิ่นแก่เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐและเครือข่ายยุติธรรมชุมชนจังหวัดตรัง เหมือนเช่นเดิม คือร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมคุ้มครองสิทธิฯ หนุนเสริมการทำกิจกรรมของพื้นที่วิจัยต่อเนื่อง การดำเนินงานตามนโยบาย “ยุติธรรมชุมชน” ของประเทศโดยผ่านกระบวนการงานวิจัยเพื่อ ท้องถิ่นส่งผลให้ผู้วิจัยรวมถึงคนอื่นๆ ที่เข้ามาร่วมขบวนกับงานวิจัยต่างก็ได้รับประสบการณ์ เกิดการ เรียนรู้เพิ่มมากขึ้นตามศักยภาพและการเปิดรับการเรียนรู้ของแต่ละคน บางคนมีพัฒนาการของการทำงาน เปลี่ยนไป เริ่มเข้าใจกระบวนการวิจัยเพื่อท้องถิ่น เปลี่ยนแปลงตนเอง มีการพัฒนาด้านภายใน จิตสำนึก ร่วมในการดูแลสังคม และสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบเครื่องมือการทำงานให้เหมาะสมกับสภาพการ ทำงานของหน่วยงานและสภาพของชุมชนมากขึ้น การทำงานหนุนเสริมเจ้าหน้าที่หน่วยงานนั้น ผู้วิจัยไม่ได้ใช้กระบวนการอันใดมากมายหรือเป็น ระบบ เพราะความสัมพันธ์ของมนุษย์มีความซับซ้อน ไม่สามารถกำหนดว่าจะมีรูปแบบใดทำให้ใครเกิด การเรียนรู้ได้อย่างไร การสร้างการเรียนรู้น่าจะเกิดจากการสร้างกระบวนการหรือจัดกระบวนการให้เขา ได้ สังเกต ปฏิบัติ คิดวิเคราะห์ แล้วเกิดการเรียนรู้เป็นชุดความรู้ของตนเอง ดังนั้นการจะได้เจ้าหน้าที่ที่ เข้าใจต่อระบบการทำงานของหน่วยงานภาครัฐมากขึ้น เข้าใจสภาพความเปลี่ยนแปลงของสังคม เข้าใจ คนมากขึ้น หรือจะเปลี่ยนเป็นการทำงานมาเป็นแบบช่วยเหลือเกื้อหนุนกันและกัน ทำงานด้วยใจต่อใจ ทำงานด้วยความศรัทธา สร้างความสุขจากการทำงานร่วมกัน ลดการเอารัดเอาเปรียบ ลดการคอรัปชั่น และลดการใช้อำนาจ ต้องทำให้เกิดขึ้นโดยตัวของเขาเอง เมื่อเขาเรียนรู้และเกิดปัญญาแล้ว ส่วนการทำงานกับชุมชนนั้นคิดว่าน่าจะค่อยๆ เป็นไปแต่อาจไปอย่างช้าๆ เพราะระบบต่าง ๆ ที่ ถาโถมเข้าไปในชุมชนในช่วงยุคที่ผ่านมานั้นถูกปลูกฝังไว้ลึกมาก แต่พบว่าชุมชนเองยังมีพื้นฐาน ธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ที่มีจิตใจดี หากผู้ที่มีอำนาจภายใต้โครงสร้างต่างๆ ไม่สร้างระบบที่จะก่อ ความเสื่อมโทรมมาใช้ในการปลูกฝังกับประชาชนเพิ่มขึ้นอีกก็คงช่วยลดความเสื่อมถอยของวัฒนธรรม วิถีชีวิต การเมือง หรือเศรษฐกิจของสังคมลงได้ เช่นเดียวกับระบบยุติธรรมที่รัฐวางโครงสร้างลงมา ออกกฎหมาย วางระบบการทำงาน แม้กระทั่งการศึกษาสอนว่าคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ขณะที่ผู้ใช้กฎหมายมีความรู้ไม่เท่าทัน บางคนที่ หัวหมอหรือมีความรู้ที่เรียกว่าสูงหน่อยก็เอาเป็นช่องทางในการใช้อำนาจ สร้างอำนาจเข้าตัวเอง

บรรณานุกรม :
สุทิน สีสุข . (2554). การหนุนเสริมเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้งานวิจัยท้องถิ่นแก่เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐและเครือข่ายยุติธรรมชุมชนจังหวัดตรัง ระยะที่ 2.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สุทิน สีสุข . 2554. "การหนุนเสริมเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้งานวิจัยท้องถิ่นแก่เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐและเครือข่ายยุติธรรมชุมชนจังหวัดตรัง ระยะที่ 2".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สุทิน สีสุข . "การหนุนเสริมเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้งานวิจัยท้องถิ่นแก่เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐและเครือข่ายยุติธรรมชุมชนจังหวัดตรัง ระยะที่ 2."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2554. Print.
สุทิน สีสุข . การหนุนเสริมเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้งานวิจัยท้องถิ่นแก่เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐและเครือข่ายยุติธรรมชุมชนจังหวัดตรัง ระยะที่ 2. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2554.