| ชื่อเรื่อง | : | เครือข่ายขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาเด็ก เยาวชน และการศึกษา โครงการจัดตั้งสถาบันรามจิตติ (ระยะที่ 3) |
| นักวิจัย | : | อมรวิชช์ นาครทรรพ |
| คำค้น | : | การศึกษา , การเรียนรู้ , ปฏิรูปการเรียนรู้ , ยุทธศาสตร์เด็ก , รามจิตติ , สภาวการณ์เด็กและเยาวชน , เด็ก , เยาวชน |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2553 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDC5140008 , http://research.trf.or.th/node/6651 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | สถาบันรามจิตติภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้ดำเนินงานภายใต้ชุดโครงการ “เครือข่ายขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาเด็ก เยาวชน และการศึกษาโครงการจัดตั้งสถาบันรามจิตติ (รามจิตติระยะที่ 3)” โดยในรอบ 17 เดือนที่ผ่านมา (กันยายน 2551 – มกราคม 2553) สถาบันรามจิตติในฐานะผู้ประสานงานโครงการฯ ได้ดำเนินงานที่สำคัญๆ ดังนี้ 5 ผลงานเด่น 1. งานพัฒนาระบบเฝ้าระวังสภาวการณ์เด็กและเยาวชนร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สถาบันรามจิตติภายใต้การกำกับของมูลนิธิภูมิปัญญาร่วมกับกองทุนคุ้มครองเด็ก และศูนย์เฝ้าระวังและเตือนภัยทางสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์“โครงการความร่วมมือเพื่อการติดตามและพัฒนาระบบเฝ้าระวังสภาวการณ์เด็กและเยาวชน(Child Watch)” โดยมีการลงนามในสัญญาโครงการไปเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2552 ที่ผ่านมา นับเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันให้ Child Watch เข้าสู่ระบบงานกระทรวงพม. และขับเคลื่อนไปสู่การพัฒนาระบบเฝ้าระวังร่วมกับพมจ./การใช้ประโยชน์ของหน่วยงานต่างๆ ในท้องถิ่น 2. งานสร้างผลกระทบจากข้อมูลสภาวการณ์เด็กและเยาวชน ซึ่งข้อมูลสภาวการณ์เด็กและเยาวชนจากโครงการ Child Watch ถือเป็นข้อมูลมีพลังและสร้างผลกระทบต่อสังคมในวงกว้างและถูกนำไปใช้อ้างอิงอย่างแพร่หลายในหน่วยงานต่างๆ ในการดำเนินงานด้านการเฝ้าระวังและพัฒนาเด็กและเยาวชน ก่อให้เกิดโครงการและกิจกรรมดีๆ ทั้งยังเป็นการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน อาทิเช่น “โครงการบ้านหลังเรียน” ที่ภายหลังมีภาคีหลักที่จะเข้ามาหนุนเสริมงานในพื้นที่ คือสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 4 ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 11 จังหวัด และสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5 ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด รวมทั้งสิ้น 19 จังหวัด นอกจากนี้โครงการบ้านหลังเรียนยังขยายผลไปในรูปแบบต่างๆ ปัจจุบันโครงการบ้านหลังเรียนได้ขยายผลไปไม่ต่ำกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ 3. การเชื่อมงานสกว.เข้ากับภาคี สถาบันรามจิตติร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) กระทรวงวัฒนธรรม ลงนามใน “โครงการความร่วมมือเพื่อการวิจัยและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การเสริมสร้างความเข้มแข็งทางวัฒนธรรมของสังคมไทย ระยะที่ 1” โดยมีวัตถุประสงค์ประการแรกคือวิจัยและติดตามสภาวการณ์ทางวัฒนธรรมของประเทศ ประการที่สองคือการสร้างหลักสูตรโรงเรียนทำหนังวัฒนธรรมและการให้ทุนอุดหนุนสถานศึกษาเพื่อการทำหนังวัฒนธรรม ในส่วนนี้ได้เชื่อมเอางานของสกว.คือ โครงการยุววิจัยประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเข้ากับการให้ทุนยุววิจัยจากโรงเรียนต่างๆ ที่มีความสนใจเพื่อสร้างหนังวัฒนธรรมนำเสนอผลงานการศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของตนเอง ปัจจุบันได้จัดอบรมหลักสูตรโรงเรียนทำหนังวัฒนธรรมไปแล้ว 3 รุ่น ซึ่งได้รับการตอบรับจากครูและนักเรียนที่เข้าร่วมเป็นอย่างดี และประการสุดท้ายคือการนำผลการวิจัยมาผลิตสื่อสารคดีเพื่อการรณรงค์ทางวัฒนธรรม โดยในระยะที่นี้ 1 ได้รับงบประมาณกว่า 5 ล้านบาท และในปีพ.ศ. 2553 นี้คาดว่าจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากทาง สวช. เพื่อขยายผลการดำเนินโครงการเพิ่มมากขึ้นจากเดิม 2 แห่งเป็น 8 แห่ง อันจะทำให้โครงการโรงเรียนทำหนังวัฒนธรรมสามารถไปถึงเด็กและเยาวชนในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งครอบคลุมภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมีการริเริ่มพัฒนาโครงการยุววิจัยที่ต่อยอดจากโครงการยุววิจัยประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของสกว. ไปสู่การขับเคลื่อนการเปิดพื้นที่การเรียนรู้ท้องถิ่นให้กับเด็กและเยาวชนในอีกหลายภูมิภาค เช่น โครงการยุววิจัยสังคมและวัฒนธรรมในภาคเหนือ โครงการยุววิจัยมัคคุเทศก์ในภาคใต้ เป็นต้น 4. งานความร่วมมือทางวิชาการเพื่อการพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ จากการดำเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการโดยสถาบันรามจิตติได้เข้าไปมีบทบาทในฐานะผู้ประสานงานให้กับโครงการภายใต้ชื่อ “สำนักงานประสานงานโครงการความร่วมมือทางวิชาการเพื่อการพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต้” เกิดชุดโครงการ 5 ชุด ได้แก่ ชุดโครงการวิจัยและพัฒนาการศึกษาด้านอาชีพเพื่อส่งเสริมการมีงานทำและเสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชน ชุดโครงการวิจัยและพัฒนาเครือข่ายการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาครูและคุณภาพการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ชุดโครงการวิจัยและพัฒนาสื่อและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ชุดโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาพหุวัฒนธรรมศึกษาในเขตพัฒนาเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ชุดโครงวิจัยเพื่อพัฒนาการบริหารจัดการการศึกษาในเขตพัฒนาเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการดำเนินโครงการจนแล้วเสร็จในช่วงที่ผ่านมาอย่างน้อย 8 โครงการ ปัจจุบันเกิดเครือข่ายโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการกว่า 200 โรงเรียน มีเครือข่ายครูกว่า 2,000 คน และนักเรียนกว่า 20,000 คน เข้าร่วมในโครงการ และกำลังพัฒนาโครงการใหม่ๆ และการขยายกลุ่มเป้าหมายทางการศึกษาให้มากขึ้น 5. การเข้ามาสนับสนุนต่อยอดการทำงานด้านเด็กและเยาวชนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพในโครงการ Child Watch ก่อให้เกิดการทำงานด้านการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เมืองน่าอยู่สำหรับเด็กและสร้างกลไกระบบเฝ้าระวังสภาวการณ์เด็กและเยาวชน โดยเฉพาะในปีที่ผ่านได้ดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดนำร่อง 23 จังหวัด ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ นอกจากนี้ยังได้เปิดเวทีพูดคุย ระดมความคิดทั้งจากหน่วยงานระดับภาค หน่วยงานระดับจังหวัด ไปจนถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจนเกิดเป็น “เมนูการพัฒนาเด็ก” อาทิเช่น โครงการบ้านหลังเรียน, โครงการถนนเด็กเดิน, Books Mobile, การจัดทำ Child Watch ตำบล, โฮงเฮียนจาวบ้าน เป็นต้น ซึ่งได้ก่อให้เกิดความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ตามมาอีกมากมาย อาทิเช่น ความร่วมมือในการกำหนดร่างมาตรฐานกลางเพื่อการกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น: ด้านการพัฒนาเด็กร่วมกับกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นกระทรวงมหาดไทย ความร่วมมือกับองค์กรยูนิเซฟ (UNICEF) เพื่อจัดทำคู่มือการพัฒนาเด็กและเยาวชนสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น: ภายใต้แนวคิดยุทธศาสตร์เมืองน่าอยู่สำหรับเด็ก ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาข้อเสนอโครงการ 4 บทเรียนเด่น จากการดำเนินงานโครงการ “เครือข่ายขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาเด็ก เยาวชน และการศึกษาโครงการจัดตั้งสถาบันรามจิตติ (ระยะที่ 3) พบว่าบทเรียนที่สำคัญอันส่งผลให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดีนั้น เกิดจากบทเรียนอันสำคัญคือ “ยุทธศาสตร์ 4 พลัง” อันได้แก่ พลังการบูรณาการ ประกอบไปด้วยการบูรณาการเชิงพื้นที่การทำงาน และการบูรณาการในโจทย์สำคัญในการเชื่อมต่อกับงานเชิงระบบและโครงสร้างของกระทรวงต่างๆ พลังการประสานเชื่อมโยง ซึ่งประกอบด้วย 4 ส่วน ได้แก่ การเชื่อมคน การเชื่อมความรู้ การเชื่อมทรัพยากร และการเชื่อมงาน พลังการขับเคลื่อนคู่ขนาน ทั้งในมิติแนวตั้งและมิติแนวนอน และพลังการสร้างนักวิจัย เพื่อการพัฒนา สร้างเครือข่าย และหนุนเสริมการทำงาน นอกจากบทเรียนดังกล่าวแล้ว ยังพบว่า การทำงานประสานเครือข่ายด้านเด็ก เยาวชนและการศึกษาประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งด้วยการขับเคลื่อนความรู้ที่ไปพร้อมๆ กับกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมีการจัดการความรู้ที่ดี บทเรียนดังกล่าวในข้างต้น นอกจากจะเป็นแนวทางการดำเนินงานเพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนากลไกขับเคลื่อนของสถาบันรามจิตติที่จะเข้าไปสนับสนุนงานพัฒนาจังหวัดในภาพรวมของสกว.แล้ว ในขณะเดียวกันก็เข้าไปผลักดันให้เกิดการพัฒนาจังหวัดในเชิงลึกในมิติเด็กและเยาวชนอีกด้วย |
| บรรณานุกรม | : |
อมรวิชช์ นาครทรรพ . (2553). เครือข่ายขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาเด็ก เยาวชน และการศึกษา โครงการจัดตั้งสถาบันรามจิตติ (ระยะที่ 3).
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. อมรวิชช์ นาครทรรพ . 2553. "เครือข่ายขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาเด็ก เยาวชน และการศึกษา โครงการจัดตั้งสถาบันรามจิตติ (ระยะที่ 3)".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. อมรวิชช์ นาครทรรพ . "เครือข่ายขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาเด็ก เยาวชน และการศึกษา โครงการจัดตั้งสถาบันรามจิตติ (ระยะที่ 3)."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2553. Print. อมรวิชช์ นาครทรรพ . เครือข่ายขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาเด็ก เยาวชน และการศึกษา โครงการจัดตั้งสถาบันรามจิตติ (ระยะที่ 3). กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2553.
|
