ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชันของกลีเซอรอลบนตัวเร่งปฏิกิริยาซีโอไลต์

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชันของกลีเซอรอลบนตัวเร่งปฏิกิริยาซีโอไลต์
นักวิจัย : พิชร์ณัฏฐ์ เศวตรัตน์
คำค้น : ตัวเร่งปฏิกิริยาซีโอไลต์ , เอสเทอริฟิเคชัน , กลีเซอรีน , การเร่งปฏิกิริยาวิวิธพันธุ์
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ชวลิต งามจรัสศรีวิชัย , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิทยาศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/16055
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552

ศึกษาการใช้ซีโอไลต์เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำหรับการสังเคราะห์โมโนและไดกลี-เซอไรด์ โดยศึกษาหาผลของโครงสร้างซีโอไลต์ที่มีผลต่อผลได้ (yield) ของผลิตภัณฑ์ และเปรียบเทียบกับการใช้วัสดุรูพรุนขนาดกลางชนิดกรด (acid mesoporous materials) และแร่ดิน (clay minerals) เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาและศึกษาภาวะที่เหมาะสมสำหรับปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชันของกลีเซอรอลกับกรดไขมัน โดยตัวแปรที่ศึกษาคือ การเติมตัวทำละลายร่วม ความยาวของสาย-โซ่กรดไขมัน และชนิดของตัวเร่งปฏิกิริยา พบว่า ซีโอไลต์ที่มีขนาดรูพรุนเล็ก (micropores) มีความเลือกจำเพาะ (selectivity) ต่อโมโนกลีเซอไรด์มากกว่าวัสดุรูพรุนขนาดกลางและแร่ดิน และความเป็นกรด (acidity) ที่แรงของซีโอไลต์ ทำให้สามารถเร่งปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชันได้ดี เมื่ออัตราส่วนโมลของกลีเซอรอลต่อกรดไขมันลดลง กรดไขมันสามารถดูดซับบนพื้นผิวตัวเร่งปฏิกิริยาได้มากขึ้น ทำให้ผลได้ของโมโนกลีเซอไรด์เพิ่มขึ้น อัตราการกวนและน้ำหนักตัวเร่งปฏิกิริยาที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ตัวเร่งปฏิกิริยากระจายตัวได้ดีในของผสมปฏิกิริยา ความเลือกจำเพาะต่อโมโนกลีเซอไรด์จึงเพิ่มขึ้น แต่ถ้าเพิ่มอุณหภูมิปฏิกิริยาและระยะเวลาทำปฏิกิริยา ส่งผลให้ความเลือกจำเพาะต่อโมโนกลีเซอไรด์ลดลง เนื่องจากโมโนกลีเซอไรด์ทำปฏิกิริยากับกรดไขมันเกิดเป็นได-และไตรกลีเซอไรด์ตามลำดับ ส่วนกรดไขมันที่มีสายโซ่สั้น ให้ผลได้ของโมโนกลีเซอไรด์มากกว่ากรดไขมันที่มีสายโซ่ยาว เนื่องจากกรดไขมันสายโซ่สั้นสามารถแพร่เข้าทำปฏิกิริยาภายในรูพุรนของซีโอไลต์ได้มากกว่า โดยซีโอไลต์ที่สามารถเร่งปฏิกิริยาได้ดี คือ MCM-22 เมื่อเติมตัวทำละลายร่วมในปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชัน พบว่า การเปลี่ยนของกรดไขมันและความเลือกจำเพาะต่อโมโนกลีเซอไรด์ เนื่องจากตัวทำละลายร่วมมีสมบัติความชอบน้ำ (hydrophilicity) จึงดูดซับบนพื้นผิวตัวเร่งปฏิกิริยา ทำให้กรดไขมันไม่สามารถเข้าจับกับตำแหน่งกรด (acid site) บนพื้นผิวตัวเร่งปฏิกิริยาได้ ภาวะที่เหมาะสมสำหรับปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชันคือ อัตราส่วนโดยโมลกลีเซอรอลต่อกรดไขมันเท่ากับ 1 อัตราการกวน 150 รอบต่อนาที อุณหภูมิปฏิกิริยา 110 องศาเซลเซียส ปริมาณตัวเร่งปฏิกิริยา 6 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก และระยะเวลาทำปฏิกิริยา 8 ชั่วโมง

บรรณานุกรม :
พิชร์ณัฏฐ์ เศวตรัตน์ . (2552). ปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชันของกลีเซอรอลบนตัวเร่งปฏิกิริยาซีโอไลต์.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พิชร์ณัฏฐ์ เศวตรัตน์ . 2552. "ปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชันของกลีเซอรอลบนตัวเร่งปฏิกิริยาซีโอไลต์".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พิชร์ณัฏฐ์ เศวตรัตน์ . "ปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชันของกลีเซอรอลบนตัวเร่งปฏิกิริยาซีโอไลต์."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print.
พิชร์ณัฏฐ์ เศวตรัตน์ . ปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชันของกลีเซอรอลบนตัวเร่งปฏิกิริยาซีโอไลต์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.