ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การค้าเสรีและความเป็นธรรมทางการค้า กรณีคึกษาสิทธิบัตรยาไทย

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การค้าเสรีและความเป็นธรรมทางการค้า กรณีคึกษาสิทธิบัตรยาไทย
นักวิจัย : นันทนา ตั้งวินิต
คำค้น : สิทธิบัตรยา , การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา , การเจรจาต่อรอง , การค้าเสรีและการคุ้มครอง , การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สมภพ มานะรังสรรค์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะเศรษฐศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/15452
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551

ศึกษาอำนาจการเจรจาต่อรองข้อตกลงว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับการค้าหรือทริปส์ (TRIPS) และ ข้อตกลงทริปส์และการสาธารณสุข (TRIPS and public health) เฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิทธิบัตรยา และอำนาจการเจรจาต่อรองการค้าระหว่างไทย-สหรัฐอเมริกา ในการแก้ไขพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2535 เพื่อวิเคราะห์ว่าในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงสถาบันของกฎและระเบียบแต่ละครั้ง ผู้ผลักดันใช้เครื่องมือ และอำนาจการต่อรองอะไรที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกติกาดังกล่าว รวมทั้งกลุ่มอื่นๆ ใช้กลยุทธ์อย่างไรในการคัดง้างอำนาจจากผู้ที่มีโครงสร้างเชิงอำนาจที่มากกว่า เพื่อให้เห็นพลวัตของการต่อสู้ในเรื่องสิทธิบัตรยา อันจะเป็นประโยชน์ต่อการต่อรองเรื่องสิทธิบัตรยาในอนาคต การศึกษาใช้วิธีการและรวบรวมข้อมูลจากเอกสาร และการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกำหนดนโยบายสิทธิบัตรยา โดยใช้ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศ และเศรษฐศาสตร์สถาบันเป็นกรอบในการวิเคราะห์ ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มบริษัทยาของสหรัฐอเมริกา และรัฐบาลของประเทศพัฒนาแล้ว นำโดยสหรัฐอเมริกามีอำนาจเชิงโครงสร้างในการผลักดันให้เกิดข้อตกลงว่าด้วย ทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับการค้าหรือทริปส์ (TRIPS) ในปี พ.ศ. 2537 ซึ่งการยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาดังกล่าว ก่อให้เกิดปัญหาการเข้าถึงยา เป็นเหตุให้กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาต้องร่วมมือกันเพื่อผลักดันให้เกิดการเจรจาข้อตกลงทริปส์และการสาธารณสุขในปี พ.ศ. 2544 ทำให้หลักเกณฑ์ของทริปส์มีความยืดหยุ่น และลดปัญหาการเข้าไม่ถึงยาโดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา นอกจากนี้กลุ่มบริษัทยาของสหรัฐอเมริกา และรัฐบาลสหรัฐอเมริกายังมีอำนาจเชิงโครงสร้างและเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ ในการต่อรองเพื่อให้ไทยแก้ไขพระราชบัญญัติสิทธิบัตร ได้แก่ สิทธิพิเศษด้านภาษีศุลกากร หรือ GSP และ มาตรา 301 และ 301 Special ทำให้ไทยต้องโอนอ่อนและยอมแก้ไขพระราชบัญญัติสิทธิบัตรในปี พ.ศ. 2535 แม้จะได้รับการคัดค้านจากนักวิชาการ และบริษัทผู้ผลิตยาของไทย แต่กลุ่มผู้คัดค้านไม่มีความสามารถในการเข้าถึงผู้กำหนดนโยบาย การแก้ไขพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2535 ทำให้ไทยต้องให้ความคุ้มครองสิทธิบัตร ผลิตภัณฑ์ยาเพิ่มจากเดิมให้ความคุ้มครองเฉพาะกรรมวิธีการผลิต และเพิ่มระยะความคุ้มครองจาก 15 เป็น 20 ปี.

บรรณานุกรม :
นันทนา ตั้งวินิต . (2551). การค้าเสรีและความเป็นธรรมทางการค้า กรณีคึกษาสิทธิบัตรยาไทย.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นันทนา ตั้งวินิต . 2551. "การค้าเสรีและความเป็นธรรมทางการค้า กรณีคึกษาสิทธิบัตรยาไทย".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นันทนา ตั้งวินิต . "การค้าเสรีและความเป็นธรรมทางการค้า กรณีคึกษาสิทธิบัตรยาไทย."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551. Print.
นันทนา ตั้งวินิต . การค้าเสรีและความเป็นธรรมทางการค้า กรณีคึกษาสิทธิบัตรยาไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.