ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ภูมิภาคนิยมกับผลกระทบต่ออุตสาหกรรมชุมชนของไทย

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ภูมิภาคนิยมกับผลกระทบต่ออุตสาหกรรมชุมชนของไทย
นักวิจัย : สมภพ มานะรังสรรค์
คำค้น : Community Economy , Community Industry development , Regionalism , การรวมตัวแบบภูมิภาคนิยม , อุตสาหกรรมชุมชน , เศรษฐกิจชุมชน
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4040009 , http://research.trf.or.th/node/969
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การรวมตัวแบบภูมิภาคนิยม (Regionalism) มีกระแสสูงในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา โดยมีจุดมุ่งหมาย อย่างน้อย 3 ประการคือ การขยายกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศที่เป็นสมาชิกในกลุ่มเอง การกีดกันประเทศ นอกกลุ่มในการติดต่อสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับประเทศในกลุ่ม และการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของ กลุ่มในประชาคมเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางความหนุนเนื่องของกระแสโลกาภิวัตน์ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา ได้ส่งผลให้การรวมกลุ่มกันของ ประเทศในภูมิภาคต่าง ๆ เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง โดยอาศัยปัจจัยทางภูมิศาสตร์และความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ของประเทศสมาชิกในกลุ่ม เป็นสื่อกลางในการรวมกลุ่ม ซึ่งการรวมกลุ่มของประเทศต่าง ๆ ในปัจจุบัน มีขนาด และกิจกรรมที่แตกต่างกันไป นับตั้งแต่การรวมตัวในระดับสากลภายใต้ข้อตกลงแก็ตต์ (GATT) การรวมกลุ่มใน ลักษณะภูมิภาคนิยมต่าง ๆ เช่น สหภาพยุโรป (European Union - EU) เอเปค (APEC) อาฟต้า (AFTA) นาฟต้า (NAFTA) การรวมกลุ่มแบบอนุภูมิภาคนิยม (Sub-Regionalism) เช่น โครงการพัฒนาเศรษฐกิจสามฝ่าย (Indonesia Malaysia - Thailand Growth Triangle Development - IMT - GT) โครงการความร่วมมือในอนุภูมิ ภาคแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregional Cooperation - GMS) โครงการความร่วมมือระหว่างอาเซียนและ ลุ่มแม่น้ำโขง (ASEAN - Mekong Basin Development Cooperation) ฯลฯ นอกจากแนวโน้มการรวมกลุ่มระหว่างประเทศ ซึ่งขยายตัวขึ้นแล้ว ภายในแต่ละประเทศเองก็มีโครงการ พัฒนาเศรษฐกิจขนาดใหญ่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากในช่วงประมาณทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งสภาวะโลกาภิวัตน์ (Globalization) ได้ขยายตัวมากขึ้น ตัวอย่างเช่น กรณีของไทยเองก็มีโครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลตะวันออก (Eastern Sea Board - ESB) เกิดขึ้นแล้ว ขณะที่โครงการอื่น ๆ กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการ หรือศึกษาวาง แผนเพื่อนำไปสู่การดำเนินการในอนาคต ตัวอย่างเช่น โครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลภาคใต้ (Southern Sea Board - SSB) และโครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลตะวันตก (Western Sea Board - WSB)กล่าวได้ว่า การรวมตัวแบบภูมิ ภาคนิยมที่กำลังขยายตัวไปทั่วโลกนั้นเป็นทั้งยุทธวิธี(Strategy) และยุทธศาสตร์หรือเป้าหมาย (Objective) ทาง การพัฒนาเศรษฐกิจในปัจจุบันของประเทศต่าง ๆ ซึ่งกำลังคุกรุ่นไปด้วยกระแสโลกาภิวัตน์ ดังนั้นเพื่อให้เศรษฐกิจ และสังคมสามารถอยู่รอดปลอดภัยจากกระแสพลวัตโลกดังกล่าว ควรมีการดำเนินการดังต่อไปนี้ (1) ในระดับภูมิภาค ควรเพิ่มความเข้มแข็งทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจของสมาชิกกลุ่มอาเซียน (ASEAN) โดยอาศัยวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ (Economic Crisis) ในปัจจุบันให้กลายเป็นโอกาส ตัวอย่างเช่น ใช้ โอกาสจากวิกฤตการณ์ทางการเงิน (Financial Crisis) ที่สมาชิกกลุ่มอาเซียนต่างเผชิญปัญหาที่คล้ายคลึงกันคือมี ค่าเงินที่ลอยตัว (Floating) ไปในทิศทางเดียวกันเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการรวมตัวกัน เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งทาง เศรษฐกิจของ ASEAN ให้มากยิ่งขึ้น แนวทางการร่วมมือของสมาชิกอาเซียน เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งให้กลุ่มของตน ควรดำเนินการอย่างน้อย 3 ประการคือ ประการแรก ต้องมีการปรึกษาหารือเพื่อหาทางขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจของสมาชิกอาเซียน เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านการค้า และการลงทุน ระหว่างกัน ฯลฯ ตัวอย่างเช่น การลดทอนอุปสรรคด้านการค้าและ การลงทุนข้ามแดนระหว่างกันและกัน ฯลฯ ประการที่สอง จะต้องมีการพัฒนาระบบโครงข่ายการคมนาคมขนส่ง เชื่อมโยงสมาชิกอาเซียนทั้งเก่าและใหม่เพื่อนำไปสู่การลดทอนต้นทุน (Costs) ทางการค้าและการลงทุนระหว่างกัน ประการที่สาม ควรหาทางเชื่อมโยงหรือร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศในเอเซียตะวันออกอื่น ๆ เช่น ญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้ ฯลฯ อันจะนำไปสู่ความเข้มแข็งยิ่งขึ้นของภูมิภาคนี้ เพื่อที่จะแข่งขันต่อรองกับภูมิภาคอื่น ๆ ได้อย่าง มีประสิทธิภาพขึ้น (2) ระดับภายในประเทศ จะต้องเพิ่มความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจภายในประเทศ เพื่อทำให้ไทยสามารถ บริหารวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ (Economic Crisis Management) ในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หลัง อิง (Buffer) ทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ๆ ซึ่งควรพัฒนาขึ้นมา ก็คือการพัฒนาภาคการผลิตหลักๆ ที่ไทยมีความได้ เปรียบเชิงเปรียบเทียบ (Comparative Advantage) ในการผลิต ไม่ว่าจะใช้ภายในประเทศ หรือเพื่อการส่งออก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การผลิตในภาคการเกษตรและกิจกรรมต่อเนื่องอื่น ๆ เพราะนอกจากภาคเกษตร สามารถ ผลิตผลผลิตเพื่อใช้ประโยชน์ด้านต่าง ๆ ภายในประเทศแล้ว ยังสามารถส่งออกเพื่อหาเงินตราต่างประเทศมาใช้ พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมท่ามกลางวิกฤตการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นด้วย มีข้อที่น่าสังเกตว่า เมื่อเทียบกับการผลิตอื่น ๆ ของไทยแล้ว การผลิตในภาคเกษตรและอุตสาหกรรมต่อเนื่องจะพึ่งพาการนำเข้า หรือมีสัดส่วนของต้นทุนจากการ นำเข้า (Import Content) น้อยกว่า การพัฒนาภาคการเกษตรและกิจกรรมต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น อุตสาหกรรมการ เกษตรและธุรกิจชุมชนอื่น ๆ ควรมีปัจจัยต่าง ๆ เข้ามาหนุนช่วย เช่น การแก้ไขปัญหาด้านการผลิต (Production) เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพของการบริหารต้นทุน (Cost Management) ทางการผลิต การเพิ่มประสิทธิภาพของ การบริหารทางการตลาด (Marketing Management) ทั้งตลาดในประเทศ และต่างประเทศ Regionalism has been expanding since the late 1980’s. It has three major objectives. First, to increase economic activities among member countries. Second, to prevent non-member countries from doing business with the member countries. Third, to increase economic competitiveness of the member countries in the world market. Generally, geographical-proximity factor and economic relationship among the member countries are the important means used to promote regionalism or economic integration. Economic integration in various regions varies on scale and in economic activities, i.e., GATT – the economic integration on the world –wide scale, regionalism such as the European Union (EU), APEC, AFTA, NAFTA and sub-regionalism, i.e., the Indonesia – Malaysia – Thailand Growth Triangle Development (MT-GT), the Greater Mekong Sub-regional Cooperation (GMS) and ASEAN-Mekong Basin Development Cooperation. In addition to the widespread international economic integration under the speedy globalization, a lot of countries also invest in big infrastructure projects to boost their economic development. For example, Thailand , has been concentrating in several mega – projects such as the Eastern Seaboard Development, the Southern Seaboard Development and Western Seaboard Development, etc. We could say that regionalism which has been expanding through out the world has become both the strategy and objective of economic development of various countries under speedy globalization. To stay safely with the world economic dynamism, Thailand should follow the development strategies as follows: (1) Regional level. ASEAN members should strengthen their economic cooperation by turning economic crises into opportunities. At present, most of ASEAN members are facing similar financial crises, particularly currency exchange rate system. Hence, their currency exchange rates have the same trends which my encourage greater economic cooperation among the ASEAN members. ASEAN members should do three major things to promote closer economic cooperation. First, to organize more meetings among ASEAN members to promoted regional trade and investment. Second, to increase transportation and communication networks connecting the ASEAN members to reduce the costs of regional trade and investment. Third, to expand economic cooperation with other East Asian countries; i.e., Japan, China, South Korea, in order to strengthen competitive edge over other economic blocs. (2) Within the country. To increase the efficiency of economic crisis management, Thailand should put more emphasis on the development of the economic sector with comparative advantage, particularly the agricultural sector and the related agro-industries. Besides the good prospects in both production and marketing, especially for exports, agricultural and related sectors also have much lower import content of their production, which enables them the increase cost management efficiency. To strengthen agricultural and related activities, the promotion efforts should be on increasing the efficiency of both education and marketing.

บรรณานุกรม :
สมภพ มานะรังสรรค์ . (2542). ภูมิภาคนิยมกับผลกระทบต่ออุตสาหกรรมชุมชนของไทย.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สมภพ มานะรังสรรค์ . 2542. "ภูมิภาคนิยมกับผลกระทบต่ออุตสาหกรรมชุมชนของไทย".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สมภพ มานะรังสรรค์ . "ภูมิภาคนิยมกับผลกระทบต่ออุตสาหกรรมชุมชนของไทย."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2542. Print.
สมภพ มานะรังสรรค์ . ภูมิภาคนิยมกับผลกระทบต่ออุตสาหกรรมชุมชนของไทย. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2542.