ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การติดตาม การตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนและคุณสมบัติของเชื้อ Vibrio parahaemolyticus และ V. vulnificus ในหอยตะโกรมกรามขาว(Crassostrea belcheri)

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การติดตาม การตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนและคุณสมบัติของเชื้อ Vibrio parahaemolyticus และ V. vulnificus ในหอยตะโกรมกรามขาว(Crassostrea belcheri)
นักวิจัย : พรพงษ์ สุทธิรักษ์
คำค้น : Contamination , oyster , Survival , V. vulnificus , Vibrio parahaemolyticus , การปนเปื้อน , การอยู่รอด , หอยนางรม
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2555
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG5180244 , http://research.trf.or.th/node/6434
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

เชื้อจุลินทรีย์ในกลุ่มวิบริโอ ยกตัวอย่างเช่น Vibrio parahaemolyticus (VP) และ V. vulnificus (VV) จัดเป็นสาเหตุสำคัญสาเหตุหนึ่งในการก่อโรคอาหารเป็นพิษในอาหารทะเล โดยเฉพาะหอยตะโกรมกรามขาว (Crassostrae belcheri) หรือหอยนางรม ซึ่งเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่สำคัญและถือเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด สุราษฎร์ธานี อย่างไรก็ตามจากรายงานการเจ็บป่วยเกี่ยวกับโรคทางเดินอาหารที่เกี่ยวข้องกับหอยนางรม ทำให้เกิดผลเสียในภาพลักษณ์ของจังหวัด ดังนั้นจึงมีความจำเป็นในการติดตามการปนเปื้อนของเชื้อดังกล่าวจากแหล่งเลี้ยงในช่วงระยะเวลา 1 ปี รวมทั้งศึกษาสภาวะที่มีผลต่อการอยู่รอดของเชื้อทั้งสองชนิดที่แยกได้จากหอยนางรม โดยเก็บตัวอย่างจากแหล่งเลี้ยงบริเวณปากคลองเฉงอะและปากคลองกะแดะ อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวนทั้งสิ้น 6 แหล่งเลี้ยง เก็บตัวอย่างหอยนางรม น้ำทะเล และแพลงก์ตอนเพื่อทำการตรวจวิเคราะห์เชื้อ VP และ VV ทุกเดือน เป็นระยะเวลา 1 ปี ผลการติดตามการปนเปื้อนของเชื้อก่อโรคทางเดินอาหาร 2 ชนิด พบการปนเปื้อนของ VP ในตัวอย่างหอยนางรมร้อยละ 94 แต่ตรวจไม่พบยีนที่ควบคุมการสร้างสารพิษ TDH และ TRH ในตัวแทนโคโลนีของ VP ที่คัดแยกได้จากการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างจำนวนทั้งสิ้น 1,200 โคโลนี และยังพบว่าปริมาณของเชื้อดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับฤดูกาล ความเค็มของน้ำทะเล และอุณหภูมิ เป็นสำคัญ ในขณะที่พบการปนเปื้อนของเชื้อ VV ในระดับความชุกที่น้อยกว่าเชื้อ VP และพบการปนเปื้อนของเชื้อทั้งสองชนิดในตัวอย่างน้ำทะเลและแพลงก์ตอนด้วยเช่นเดียวกัน จากการทดสอบผลของเกลือ (NaCl) โปรตีน และไขมัน ต่อการอยู่รอดของเชื้อ VP และ VV ที่แยกได้จากหอยตะโกรม ที่อุณหภูมิ 50, 55, 60 และ 65 oC พบว่า เมื่ออุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นมีผลทำให้ค่า D ลดต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด โดยที่ระดับความเข้มข้นของเกลือที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของเชื้อทั้งสองชนิด ทำให้การต้านทานต่อความร้อนของเชื้อทั้งสองชนิดมากกว่าที่ปริมาณเกลือความเข้มข้นที่สูงกว่าหรือต่ำกว่าความเข้มข้นดังกล่าว จากการทดสอบผลของโปรตีนและไขมันต่อการอยู่รอดของเชื้อ VP และ VV พบว่า ทั้งโปรตีนและไขมันมีผลต่อการอยู่รอดของเชื้อ VP อย่างเห็นได้ชัด โดยเมื่อเพิ่มความเข้มข้นของ Meat extract หรือ Tween 80 เชื้อดังกล่าวอยู่รอดและต้านทานความร้อนได้มากขึ้น โดยเฉพาะที่ 50 และ 55 oC ในขณะที่การเพิ่มขึ้นของปริมาณโปรตีนและไขมันไม่ได้แสดงผลที่เด่นชัดต่อการอยู่รอดของเชื้อ VV โดยเฉพาะที่อุณหภูมิ 60 และ 65 oC จากการศึกษาผลของ pH ต่างๆ หลังจากทิ้งเชื้อทั้งสองชนิดไว้นาน 24 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิห้อง เมื่อนำมาศึกษาการอยู่รอดพบว่า สามารถอยู่รอดได้ดีในสภาวะที่เป็นด่าง ในขณะที่สภาวะที่เป็นกลางและค่อนข้างไปทางกรดเล็กน้อยมีผลทำให้เชื้อสามารถอยู่รอดได้แต่มีปริมาณลดลงเล็กน้อย การศึกษาการอยู่รอดของเชื้อ VP และ VV ในเนื้อหอยนางรมสด ที่อุณหภูมิต่ำ พบว่า เชื้อ VP และ VV ในหอยนางรมมีปริมาณลดลง เมื่อเวลาการเก็บรักษายาวนานขึ้น โดยเชื้อ VP สามารถอยู่รอดได้ในสภาวะอุณหภูมิต่ำทั้งอุณหภูมิแช่แข็งและอุณหภูมิแช่เย็นได้ดีกว่าเชื้อ VV จากผลการศึกษาและประเมินความเสี่ยงของอันตรายจากเชื้อ VP และ VV ที่พบในแหล่งเลี้ยงหอยนางรมบริเวณอ่าวบ้านดอน พบว่า เชื้อทั้งสองชนิดยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญในการบริโภคหอยนางรมในรูปแบบสด หรือ กึ่งสุก ซึ่งอาจนำไปสู่แนวทางในการแก้ไขทั้งในประเด็นพฤติกรรมการบริโภคและการจัดการเกี่ยวกับแหล่งเลี้ยงเพื่อการผลิตและการบริโภคหอยนางรม ให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น และสามารถกล่าวโดยสรุปได้ว่า การบริหารจัดการในภาพรวมตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิตโดยอาศัยความร่วมมือของทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อการจัดการการผลิตหอยนางรมของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้มีคุณภาพและปลอดภัยสำหรับการบริโภคทั้งภายในรวมถึงการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศต่อไปในอนาคต Several species of Vibrio are pathogens, i.e. Vibrio parahaemolyticus (VP) and V.Vulnificus, caused foodborne illness (infection) and usually associated with the consumption of raw or partial-cooked seafoods. It can be carried by numerous sea-living animals, particularly oyster (Crassostrae belcheri), an eminent and profitable sea animal in Suratthani province. However, the outbreak has diminished the consumption of this commercially oysters. This research was aimed to observe the occurrence of this pathogen from cultivated site during a year span. Monitoring the factors involved in its survival was carried out by sampling the oysters, sea water, and planktons for VP & VV identification. Samples were examined every month by obtaining from 6 cultivating sites. As a result, prevalence of VP in oyster was found at 94% while could not detect the coding genes producing TDH and TRH toxins obtained from 1200 colonies. In addition, these bacterial loads could potentially affect by the season, salinity and temperature. The incidence of VV was lower than in VP. However, these 2 pathogens were also found in both sea water and planktons. The optimum range of NaCl, protein and fat was observed at 50, 55, 60, and 65 °C. Increasing in temperature could apparently result in lower D value. Optimal salt concentration could intensify the pathogen’s ability to heat resistance. Survival rate of VP was extended at higher concentration of meat extract or Tween 80 particularly at 50 and 55°C while the rate was not significantly related to the increment of both protein and fat observed in VV, particularly at 60 and 65°C. The basidic condition seemed to be the optimal pH for both species observed at 24 h after incubation at room temperature. Moreover, the longer keeping the oysters at low temperature, the lower these bacterial loads found. At frozen and chilling storage, VP tended to be alive at better rate than VV. Risk assessment was conducted on the oyster cultivating sites nearby Ban-don BAY with aimed to reduce the consumer behavior on raw and medium-rare oyster consuming which risked for infection. Preventive approaches and culturing management for safe production and consumption should be established. Conclusively, integrative cooperation from both government and private sectors including those involved directly and indirectly must contribute on this management plan not only for the product safety and product outstanding of Suratthani but also for quality attribute in both domestic and global commerce.

บรรณานุกรม :
พรพงษ์ สุทธิรักษ์ . (2555). การติดตาม การตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนและคุณสมบัติของเชื้อ Vibrio parahaemolyticus และ V. vulnificus ในหอยตะโกรมกรามขาว(Crassostrea belcheri).
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
พรพงษ์ สุทธิรักษ์ . 2555. "การติดตาม การตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนและคุณสมบัติของเชื้อ Vibrio parahaemolyticus และ V. vulnificus ในหอยตะโกรมกรามขาว(Crassostrea belcheri)".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
พรพงษ์ สุทธิรักษ์ . "การติดตาม การตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนและคุณสมบัติของเชื้อ Vibrio parahaemolyticus และ V. vulnificus ในหอยตะโกรมกรามขาว(Crassostrea belcheri)."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2555. Print.
พรพงษ์ สุทธิรักษ์ . การติดตาม การตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนและคุณสมบัติของเชื้อ Vibrio parahaemolyticus และ V. vulnificus ในหอยตะโกรมกรามขาว(Crassostrea belcheri). กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2555.