| ชื่อเรื่อง | : | การพัฒนาความมั่นคงของกองทุนสวัสดิการชุมชนจังหวัดพะเยา |
| นักวิจัย | : | มนตรา พงษ์นิล |
| คำค้น | : | กองทุนสวัสดิการชุมชน , การสื่อสารการตลาดระดับชุมชน , ระบบสวัสดิการชุมชน , เศรษฐศาสตร์ชุมชน |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2554 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG53O0006 , http://research.trf.or.th/node/5281 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | จังหวัดพะเยา นับว่าเป็นพื้นที่ที่มีการดำเนินงานพัฒนาท้องถิ่น โดยภาคประชาชน/องค์กรชุมชนที่เข้มแข็ง โดยมีผลงานที่สะท้อนความเข้มแข็งคือการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับตำบลในจังหวัดพะเยา แต่การทำงานของกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ผ่านมายังไม่มีการวิเคราะห์เพื่อการบริหารความเสี่ยงทางการเงินของกองทุนในอนาคต ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความไม่มั่นคงทางการเงินของกองทุนสวัสดิการชุมชน ดังนั้นแนวทางในการที่จะพัฒนาศักยภาพการทำงานของกองทุนสวัสดิการชุมชนให้เกิดความมั่นคง คือ จะทำอย่างไรให้ประชาชนในตำบลเข้าเป็นสมาชิกของกองทุน ลดอัตราการลาออกจากสภาพสมาชิก และจะสร้างความมั่นคงทางด้านการเงินให้กับกองทุนสวัสดิการได้อย่างไร โดยการศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1.) เพื่อศึกษาปัญหาและศักยภาพด้านความมั่นคงทางการเงินและจำนวนสมาชิกของกองทุนสวัสดิการชุมชน ของจังหวัดพะเยา 5 ตำบล ได้แก่ ตำบลแม่สุก ตำบลห้วยยางขาม ตำบลหนองหล่ม ตำบลคือเวียง ตำบลบ้านปิน 2.) เพื่อศึกษาและพัฒนารูปแบบที่เหมาะสมในการจัดการพัฒนาความมั่นคงของกองทุนสวัสดิการชุมชนเพื่อความยั่งยืนใน 5 ตำบล จังหวัดพะเยา ผลงานวิจัยด้านการสร้างและรักษาสมาชิก พบว่า กลุ่มตัวอย่างรับรู้ถึงกองทุนสวัสดิการเป็นกองทุนที่ช่วยเหลือเมื่อเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล และได้รับสวัสดิการตอบแทนเมื่อเสียชีวิตมากกว่าเป็นการช่วยเหลือกันในสังคมซึ่งเป็นปรัชญาหรือคุณค่าหลักของการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน เนื่องมาจากการสื่อสารที่ผ่านมามีวัตถุประสงค์เพื่อการจูงใจให้คนในชุมชนสมัครเป็นสมาชิกจึงมีการสื่อสารเพื่อให้รับรู้ถึงผลตอบแทนที่จะได้รับจากการเป็นสมาชิกกองทุนฯ เป็นหลัก แต่เมื่อเป็นสมาชิกแล้วไม่เคยได้รับสวัสดิการตอบแทน ทำให้สมาชิกกองทุนไม่ตระหนักถึงคุณค่าหลักของกองทุนและเริ่มถอนตัวออกไป ดังนั้นกองทุนฯควรจะมีการสร้างตราสินค้า (Brand) หรือการสร้างชื่อ “กองทุนสวัสดิการชุมชน” ให้ปรากฏชัด ภายใต้ปรัชญาการช่วยเหลือเกื้อกูลกันในชุมชน โดยใช้สื่อบุคคล ที่มีความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับเป็นหลักและเพิ่มช่องทางการสื่อสาร เช่น เสียงตามสาย หรือป้ายเป็นการตอกย้ำสารตลอดจน เพิ่มความถี่ในการสื่อสารให้มากขึ้น ผลการศึกษาด้านความมั่นคงทางการเงิน พบว่าภายใต้สถานการณ์การเงินและจำนวนสมาชิก ณ ปีปัจจุบัน (2552) กองทุนฯ ทั้ง 5 ตำบลจะมีเงินสะสมประมาณระหว่าง 5,000,000 – 10,000,000 บาท และจะมีอายุในการดำเนินการไปอีกประมาณ 35-40 ปี แต่ถ้ามีจำนวนสมาชิกเต็มจำนวนประชากรของตำบลนั้น ๆ กองทนฯ จะมีเงินสะสมสูงสุดเพิ่มขึ้นจากกรณีเดิมเฉลี่ยประมาณ 5,000,000 บาท ขณะที่อายุการดำเนินการของกองทนฯ ลดลงจากเดิมเฉลี่ยประมาณ 5 ปี ดังนั้นเพื่อให้กองทุนฯมีความมั่นคงทางการเงินมากขึ้น กองทุนฯ ควรพิจารณานำเงินสะสมไปลงทุนกับหลักทรัพย์หรือตราสารที่มีความเสี่ยงต่ำและได้รับผลตอบแทนแน่นอน เช่น การซื้อตั๋วเงินคลังหรือพันธบัตรรัฐบาล การฝากธนาคาร(แบบดอกเบี้ยพิเศษ) ในช่วงระหว่างปีที่เงินสะสมเพิ่มขึ้นเป็นต้น |
| บรรณานุกรม | : |
มนตรา พงษ์นิล . (2554). การพัฒนาความมั่นคงของกองทุนสวัสดิการชุมชนจังหวัดพะเยา.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. มนตรา พงษ์นิล . 2554. "การพัฒนาความมั่นคงของกองทุนสวัสดิการชุมชนจังหวัดพะเยา".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. มนตรา พงษ์นิล . "การพัฒนาความมั่นคงของกองทุนสวัสดิการชุมชนจังหวัดพะเยา."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2554. Print. มนตรา พงษ์นิล . การพัฒนาความมั่นคงของกองทุนสวัสดิการชุมชนจังหวัดพะเยา. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2554.
|
