| ชื่อเรื่อง | : | ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ และกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของผลไม้ละมุดและมะเฟือง |
| นักวิจัย | : | ดลรวี ลีลารุ่งระยับ |
| คำค้น | : | ต้านการอักเสบ , ต้านอนุมูลอิสระ , มะเฟือง , ละมุด |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2554 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5220040 , http://research.trf.or.th/node/5200 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วัตถุประสงค์ของการศึกษาครั้งนี้ประกอบด้วย 1) เพื่อศึกษาสารอาหารและปริมาณของสารออกฤทธิ์ในผลไม้ละมุดและมะเฟือง 2) ฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบรวมไปถึงกระตุ้นระบบภูมิคุ้มในเซลล์เลี้ยง และ 3) ฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ การอักเสบและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันระหว่างมะเฟืองและละมุดในกลุ่มผู้สูงอายุ ผลการศึกษาสารอาหารและปริมาณสารออกฤทธิ์พบว่าในมะเฟือง 100 กรัม จะประกอบด้วยคาร์ไบไฮเดรต 4.68 กรัม โปรตีน 0.48 กรัม ไขมัน 0.17 กรัม เถ้า 2.17 กรัม และความชื้น 90.7% ส่วนละมุด 100 กรัมจะประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 20.7 กรัม โปรตีน 0.34 กรัม ไขมัน 0.24 กรัม เถ้า 0.62 กรัมและมีความชื้น 78.1% ส่วนฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระชนิดต่างๆ พบว่า มะเฟืองมีฤทธิ์ในการทำลายอนุมูลอิสระชนิด H2O2 และ Nitric Oxide (NO) ได้ดีกว่าละมุด แต่ละมุดมีคุณสมบัติในการทำลายอนุมูลอิสระชนิด Hydroxyl และ Superoxide ได้ดีกว่ามะเฟือง เมื่อเปรียบเทียบฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระโดยรวมพบว่า ทั้งน้ำและสารสกัดหยาบมะเฟืองมีฤทธิ์ที่สูงกกว่าน้ำหรือสารสกัดละมุดอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้แล้วยังพบว่าสารสกัดมะเฟืองและน้ำมะเฟืองยังมีคุณสมบัติในการป้องกันการเกิดออกซิเดชันของไขมันและโปรตีนในเลือดที่ถูกกระตุ้นด้วยสาร AAPH ได้ดีกว่าสารสกัดหรือน้ำละมุดอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนสารออกฤทธิ์พบว่าในมะเฟืองจะมีปริมาณสารฟีนอล วิตามินซี ที่สูงกว่าละมุดอย่างมีนัยสำคัญในขณะที่ละมุดจะมีปริมาณของวิตามิน เอสูงกว่ามะเฟือง สำหรับฤทธิ์ในการป้องกันการอักเสบและระบบภูมิคุ้มในเซลล์เลี้ยงพบว่า มะเฟืองมีคุณสมบัติในการยับยั้งการหลั่งสาร TNF-alpha, IL-23 และยับยั้งการหลั่ง NO ในเซลล์ชนิด PBMC ได้ดีกว่าละมุดอย่างมีนัยสำคัญ ในการศึกษาในกลุ่มผู้สูงอายุ พบว่าการรับประทานผลไม้มะเฟืองและละมุดในปริมาณ 100 กรัมต่อวัน 2 ครั้งต่อวัน เป็นเวลาติดต่อกัน 4 สัปดาห์ พบว่ามีผลทำให้ปริมาณของ Lymphocyte, Neutrophil, HDL มีค่าเพิ่มขึ้น และทำให้ Eosinophil และ LDL มีค่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้พบว่าในกลุ่มผู้สูงอายุที่ได้รับประทานมะเฟืองจะมีปริมาณ วิตามซี เพิ่มขึ้นในกระแสเลือดสูงกว่ากลุ่มที่ได้รับละมุด แต่มีปริมาณวิตามิน เอ ที่ต่ำกว่า สำหรับภาวะออกซิเดชันในเลือดพบว่า ในกลุ่มที่ได้รับมะเฟืองจะทำให้เลือดมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้นและสามารถลดการเกิดออกซิเดชันของไขมัน (malondialdehyde : MDA) และ Protein hydroperoxide (PrOOH) ได้อย่างมีนัยสำคัญ ในขณะในกลุ่มละมุดจะมีการลดลงของปริมาณ MDA อย่างมีนัยสำคัญ แต่น้อยกว่าในกลุ่มมะเฟืองและมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และที่สำคัญพบว่าเฉพาะในกลุ่มที่ได้รับมะเฟืองจะมีปริมาณของสาร TNF และ IL-23 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากผลการศึกษาครั้งนี้สามารถสรุปได้ว่า ในมะเฟืองไทยมีสาระสำคัญหลายชนิดทั้งกลุ่มฟีนอล และวิตามินซีที่สูง มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งการอักเสบและยังกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันได้ดีกว่าละมุด ทั้งในหลอดทดลองและในกลุ่มผู้สูงอายุอย่างเด่นชัด ถึงแม้ละมุดไทยจะไม่มีฤทธิ์ในการยับยั้งการอักเสบหรือกระตุ้นระบบภูมิคุ้มได้ดีเหมือนมะเฟือง แต่ก็มีสารวิตามิน เอที่สูงกว่า รวมไปถึงฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพได้ |
| บรรณานุกรม | : |
ดลรวี ลีลารุ่งระยับ . (2554). ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ และกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของผลไม้ละมุดและมะเฟือง.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ดลรวี ลีลารุ่งระยับ . 2554. "ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ และกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของผลไม้ละมุดและมะเฟือง".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ดลรวี ลีลารุ่งระยับ . "ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ และกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของผลไม้ละมุดและมะเฟือง."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2554. Print. ดลรวี ลีลารุ่งระยับ . ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ และกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของผลไม้ละมุดและมะเฟือง. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2554.
|
