ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แนวโน้มพฤติการณ์ในการกระทำความผิดทางอาญาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ

หน่วยงาน สำนักงานศาลยุติธรรม สถาบันวิจัยและพัฒนารพีพัฒนศักดิ์

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แนวโน้มพฤติการณ์ในการกระทำความผิดทางอาญาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
นักวิจัย : พัฒนาพร โกวพัฒนกิจ , ปิยะบุตร บุญอร่ามเรือง , ณัฐพล อัสสะรัตน์ , กุลประภัสสร์ ฉันทาลักษณ์
คำค้น : แนวโน้มพฤติการณ์ , การกระทำความผิดทางอาญา , เทคโนโลยีสารสนเทศ
หน่วยงาน : สำนักงานศาลยุติธรรม สถาบันวิจัยและพัฒนารพีพัฒนศักดิ์
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2560
อ้างอิง : -
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

แม้ประเทศไทยจะมีพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 บัญญัติความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ไว้ค่อนข้างครอบคลุมเกี่ยวกับการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ และกำหนดอัตราโทษสำหรับการลงโทษผู้กระทำผิดมีตั้งแต่ปรับสถานเดียวจนสูงสุดจำคุกถึง 20 ปี โดยกฎหมายดังกล่าวมีผลใช้บังคับเกือบสิบปีแล้วแต่ไม่ปรากฏว่าความผิดคดีอาญาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศจะลดน้อยลง ในทางตรงกันข้ามได้พัฒนารูปแบบและวิธีการกระทำความผิดตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น จนกลายมาเป็นประเด็นถกเถียงกันว่า กฎหมายฉบับนี้อาจล้าสมัยไปแล้วสำหรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในปัจจุบันที่กำลังเข้าสู่ยุคสังคมออนไลน์ การศึกษานี้จึงจัดทำขึ้นเพื่อให้ทราบถึงแนวโน้มพฤติการณ์ในการกระทำความผิดทางอาญาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งในด้านรูปแบบและปริมาณ เพื่อที่จะประเมินแนวโน้มพฤติการณ์ของการกระทำความผิด ภายใต้กฎหมายปัจจุบันว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร โดยตามทฤษฎีในปัจจุบันได้จำแนกตามพฤติกรรม 4 ประเภท ได้แก่ (1) การบุกรุกออนไลน์ (cyber-trespass) (2) การหลอกลวงออนไลน์ (cyber-deception) (3) การอนาจารออนไลน์ (cyber-obscenity) (4) การใช้ความรุนแรงออนไลน์ (cyber-violence) โดยผลการศึกษาพบว่า ในเชิงรูปแบบพฤติกรรมการกระทำความผิดยังคงเป็นพฤติกรรมการกระทำความผิดแบบดั้งเดิม ได้แก่ การหมิ่นประมาท ฉ้อโกง และอนาจาร เป็นสำคัญ ซึ่งเป็นปัญหาความสับสนการดำเนินคดีความผิด แบบดั้งเดิมเป็นความผิดทางคอมพิวเตอร์ ประกอบความไม่เข้าใจในตัวกฎหมายที่มีส่วนสำคัญในการสร้างความสับสน ดังกล่าว นอกจากนี้การดำเนินการดังกล่าวยังมีปัญหาการไม่สามารถระบุตัวตนได้เป็นอุปสรรคของการดำเนินคดีเป็นประการสำคัญ ในเชิงปริมาณจากการสำรวจปัจจัยหลัก 3 ประการ ของอินเทอร์เน็ต ได้แก่ ปัจจัยด้านการระบุตัวตนไม่ได้ (anonymity) ปัจจัยด้านความเป็นอิสระ (freedom) และปัจจัยด้านความไม่ปลอดภัย (vulnerability) พบว่าปัจจัยด้านความรู้สึกเป็นอิสระในอินเทอร์เน็ตเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อแนวโน้มทำให้มีการกระทำผิด และสามารถระบุกลุ่มตัวอย่างที่มีแนวโน้มที่จะกระทำความผิดสูงกว่ากลุ่มอื่นได้ เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ต่อไป

บรรณานุกรม :
พัฒนาพร โกวพัฒนกิจ , ปิยะบุตร บุญอร่ามเรือง , ณัฐพล อัสสะรัตน์ , กุลประภัสสร์ ฉันทาลักษณ์ . (2560). แนวโน้มพฤติการณ์ในการกระทำความผิดทางอาญาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานศาลยุติธรรม สถาบันวิจัยและพัฒนารพีพัฒนศักดิ์ .
พัฒนาพร โกวพัฒนกิจ , ปิยะบุตร บุญอร่ามเรือง , ณัฐพล อัสสะรัตน์ , กุลประภัสสร์ ฉันทาลักษณ์ . 2560. "แนวโน้มพฤติการณ์ในการกระทำความผิดทางอาญาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานศาลยุติธรรม สถาบันวิจัยและพัฒนารพีพัฒนศักดิ์ .
พัฒนาพร โกวพัฒนกิจ , ปิยะบุตร บุญอร่ามเรือง , ณัฐพล อัสสะรัตน์ , กุลประภัสสร์ ฉันทาลักษณ์ . "แนวโน้มพฤติการณ์ในการกระทำความผิดทางอาญาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานศาลยุติธรรม สถาบันวิจัยและพัฒนารพีพัฒนศักดิ์ , 2560. Print.
พัฒนาพร โกวพัฒนกิจ , ปิยะบุตร บุญอร่ามเรือง , ณัฐพล อัสสะรัตน์ , กุลประภัสสร์ ฉันทาลักษณ์ . แนวโน้มพฤติการณ์ในการกระทำความผิดทางอาญาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานศาลยุติธรรม สถาบันวิจัยและพัฒนารพีพัฒนศักดิ์ ; 2560.