ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความปลอดภัยและผลต่อกระดูกของยา Mentetrenone ในผู้ป่วยเด็กโรค Osteogenesis Imperfecta

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความปลอดภัยและผลต่อกระดูกของยา Mentetrenone ในผู้ป่วยเด็กโรค Osteogenesis Imperfecta
นักวิจัย : สาธิดา พูนมากสถิตย์
คำค้น : ยา -- ผลข้างเคียง , ยา -- ผลกระทบทางสรีรวิทยา , Drugs -- Side effects , Drugs -- Physiological effect , Mentetrenone -- Side effects , Mentetrenone -- Physiological effect
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์ , กัญญา ศุภปิติพร , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทย์ศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2549
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/52722
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549

วัตถุประสงค์ – เพื่อศึกษาถึงความปลอดภัยในการใช้ menatetrenone ในผู้ป่วยเด็ก OI และ ศึกษาผลของ menatetrenone ต่อความหนาแน่นกระดูก และอัตราการหักของกระดูกในผู้ป่วยเด็ก OI รูปแบบการวิจัย – การวิจัยเชิงวิเคราะห์ไปข้างหน้า สถานที่ศึกษา – แผนกผู้ป่วยนอก กุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ประชากร – ผู้ป่วยเด็กโรคosteogenesis imperfecta 5 รายที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ตั้งแต่ มีนาคม 2549 ถึง มีนาคม 2550 วิธีการศึกษา – ผู้ป่วยที่เข้าร่วมการศึกษาจะได้รับการซักประวัติข้อมูลพื้นฐาน ประวัติการรักษาและการเกิดกระดูกหักในอดีต และเจาะเลือดเพื่อนำไปตรวจหาระดับBUN, แคลเซียม, ฟอสฟอรัสเอกซเรย์กระดูก และการตรวจความหนาแน่นกระดูก ก่อนและหลังการให้ยา menatetrenone แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์หาความสัมพันธ์และผลการเปลี่ยนแปลงของผลเลือด ความหนาแน่นกระดูก(Bone mineral density, BMD) และอัตราหักของกระดูก ผลการศึกษา – ผู้ป่วยเข้าร่วมการศึกษาทั้งหมด 5 ราย (เพศชาย 4 ราย) อายุผู้เข้าร่วมการศึกษา อยู่ระหว่าง 9 เดือน ถึง 4 ปี 9 เดือน โดยมีอายุเฉลี่ย 2 ปี 7 เดือน พบว่า ในระยะเวลาศึกษาผู้เข้าร่วมทั้งหมดไม่พบอาการข้างเคียงใดๆ การตรวจระดับBUN, แคลเซียม ,ฟอสฟอรัส ในเลือด ก่อนและหลังการรักษาด้วยยา menatetrenone มีค่าไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และเมื่อเปรียบเทียบ BMD และผลต่อการหักของกระดูกก่อนและหลังการให้ยา menatetrenone พบว่าBMDมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และมีอัตราหักของกระดูกลดลงจาก 1.7048 เป็น 0.8 ครั้งต่อปี แต่เมื่อพิจารณาทางค่าสถิติพบว่าไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ บทสรุป - การรักษาด้วยยา menatetrenone ในผู้ป่วยเด็กโรค osteogenesis imperfecta ไม่พบอาการข้างเคียงที่รุนแรง พบว่าค่าความหนาแน่นกระดูกเพิ่มขึ้นหลังการรักษา และลดอัตราการหักของกระดูกเทียบกับก่อนการรักษา แต่เมื่อพิจารณาทางค่าสถิติ ไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ

บรรณานุกรม :
สาธิดา พูนมากสถิตย์ . (2549). ความปลอดภัยและผลต่อกระดูกของยา Mentetrenone ในผู้ป่วยเด็กโรค Osteogenesis Imperfecta.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สาธิดา พูนมากสถิตย์ . 2549. "ความปลอดภัยและผลต่อกระดูกของยา Mentetrenone ในผู้ป่วยเด็กโรค Osteogenesis Imperfecta".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สาธิดา พูนมากสถิตย์ . "ความปลอดภัยและผลต่อกระดูกของยา Mentetrenone ในผู้ป่วยเด็กโรค Osteogenesis Imperfecta."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549. Print.
สาธิดา พูนมากสถิตย์ . ความปลอดภัยและผลต่อกระดูกของยา Mentetrenone ในผู้ป่วยเด็กโรค Osteogenesis Imperfecta. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2549.