ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของยาฟีโนไฟเบรตในขนาดต่าง ๆ ต่อระดับกรดยูริกในเลือดและในปัสสาวะในผู้ป่วยโรคเกาต์ที่ยังมีระดับกรดยูริกในเลือดสูงหลังจากได้รับยาลดกรดยูริกที่เป็นมาตรฐานแล้ว

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของยาฟีโนไฟเบรตในขนาดต่าง ๆ ต่อระดับกรดยูริกในเลือดและในปัสสาวะในผู้ป่วยโรคเกาต์ที่ยังมีระดับกรดยูริกในเลือดสูงหลังจากได้รับยาลดกรดยูริกที่เป็นมาตรฐานแล้ว
นักวิจัย : อธิพงศ์ สูริประเสริฐ
คำค้น : โรคเกาต์ -- การรักษา , ยา -- ผลกระทบทางสรีระวิทยา , ภาวะกรดยูริกในเลือดสูง , Gout -- Treatment , Drugs -- Physiological effect , Hyperuricemia
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : มนาธิป โอศิริ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2550
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/52031
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550

เปรียบเทียบประสิทธิภาพของยาฟีโนไฟเบรต ขนาด 300 มก.ต่อวัน และ 100 มก.ต่อวัน และยาหลอก ในการลดระดับกรดยูริกในเลือด ในผู้ป่วยโรคเกาต์ ที่ยังมีระดับกรดยูริกในเลือดสูง หลังจากได้รับ ยาลดกรดยูริกที่เป็นมาตรฐานแล้ว ศึกษาผู้ป่วยโรคเกาต์ที่ยังมีระดับกรดยูริกในเลือดสูงหลังจากได้รับยาลดกรดยูริก ที่เป็นมาตรฐานแล้ว จำนวน 33 ราย โดยสุ่มเลือกให้ได้รับ ยาฟีโนไฟเบรต (Lexemin) ในขนาด 300 มก. (11 ราย) หรือ 100 มก. (11 ราย) หรือได้รับยาหลอก (11 ราย) เป็นเวลา 8 สัปดาห์ ผู้ป่วยทุกรายต้องไม่มีการปรับเปลี่ยนขนาดยาลดกรดยูริก (ยาอัลโลพิวรินอลหรือเบนซ์บรอมาโรน) อย่างน้อย 3 เดือนก่อนเข้าร่วมการวิจัย และไม่มีการเปลี่ยนแปลงขนาดของยาที่มีผลต่อระดับกรดยูริกในเลือดหรือในปัสสาวะในระหว่างการวิจัย จากนั้นนำผลต่างของระดับกรดยูริกในเลือดที่ลดลงมาเปรียบเทียบกันระหว่าง 3 กลุ่ม ผู้ป่วยโรคเกาต์ที่เข้าร่วมการวิจัย มีอายุเฉลี่ย+ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 58.3+-14.5 ปี และร้อยละ 78.8 เป็นเพศชาย ผู้ป่วย 32 ราย (ร้อยละ 97) ได้รับยาอัลโลพิวรินอลขนาดเฉลี่ย 121.1+-53.1 มก. ยาฟีโนไฟเบรตขนาด 300 มก.ต่อวัน และขนาด 100 มก.ต่อวัน สามารถลดระดับกรดยูริกในเลือดได้มากกว่ายาหลอกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยยาฟีโนไฟเบรตขนาด 300 มก.ต่อวัน สามารถลดระดับกรดยูริกในเลือด เฉลี่ย 1.6+-1.5 มก.ต่อดล. (ร้อยละ 20.9+-16.6) และยาฟีโนไฟเบรตขนาด 100 มก.ต่อวัน สามารถลดระดับกรดยูริกในเลือดเฉลี่ย 0.9+-0.8 มก.ต่อดล. (ร้อยละ 11.6+-9.4) ระดับกรดยูริกในปัสสาวะเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เฉพาะกลุ่มที่ได้รับยาฟีโนไพเบรตขนาด 300 มก.ต่อวัน และผลข้างเคียงรุนแรงที่พบไม่มีความแตกต่างระหว่าง 3 กลุ่ม สรุปยาฟีโนไฟเบรตขนาด 300 มก.ต่อวัน. และขนาด 100 มก.ต่อวัน สามารถใช้เป็นยาเสริม เพื่อรักษาผู้ป่วยโรคเกาต์ ที่ยังมีระดับกรดยูริกในเลือดสูง หลังจากได้รับยาลดกรดยูริกที่เป็นมาตรฐานแล้วมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงร่วมด้วย

บรรณานุกรม :
อธิพงศ์ สูริประเสริฐ . (2550). ผลของยาฟีโนไฟเบรตในขนาดต่าง ๆ ต่อระดับกรดยูริกในเลือดและในปัสสาวะในผู้ป่วยโรคเกาต์ที่ยังมีระดับกรดยูริกในเลือดสูงหลังจากได้รับยาลดกรดยูริกที่เป็นมาตรฐานแล้ว.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อธิพงศ์ สูริประเสริฐ . 2550. "ผลของยาฟีโนไฟเบรตในขนาดต่าง ๆ ต่อระดับกรดยูริกในเลือดและในปัสสาวะในผู้ป่วยโรคเกาต์ที่ยังมีระดับกรดยูริกในเลือดสูงหลังจากได้รับยาลดกรดยูริกที่เป็นมาตรฐานแล้ว".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อธิพงศ์ สูริประเสริฐ . "ผลของยาฟีโนไฟเบรตในขนาดต่าง ๆ ต่อระดับกรดยูริกในเลือดและในปัสสาวะในผู้ป่วยโรคเกาต์ที่ยังมีระดับกรดยูริกในเลือดสูงหลังจากได้รับยาลดกรดยูริกที่เป็นมาตรฐานแล้ว."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. Print.
อธิพงศ์ สูริประเสริฐ . ผลของยาฟีโนไฟเบรตในขนาดต่าง ๆ ต่อระดับกรดยูริกในเลือดและในปัสสาวะในผู้ป่วยโรคเกาต์ที่ยังมีระดับกรดยูริกในเลือดสูงหลังจากได้รับยาลดกรดยูริกที่เป็นมาตรฐานแล้ว. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.