ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของขนาดเศษยางบดผสมในมวลรวม ที่มีต่อคุณสมบัติความต้านทานการยุบตัวของแอสฟัลต์คอนกรีตผสมร้อน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของขนาดเศษยางบดผสมในมวลรวม ที่มีต่อคุณสมบัติความต้านทานการยุบตัวของแอสฟัลต์คอนกรีตผสมร้อน
นักวิจัย : ศิวารักษ์ อุ่นศิวิไลย์
คำค้น : แอสฟัลต์คอนกรีต , ยาง , Asphalt concrete , Rubber
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : บุญชัย แสงเพชรงาม , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/49575
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556

การผสมเศษยางบดลงในวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีต มีการใช้งานในต่างประเทศมากว่า 30 ปี โดยการผสมเข้ากับแอสฟัลต์ซีเมนต์ เรียกว่า Crumb Rubber Modified Binder (CRMB) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมประสานของแอสฟัลต์ ลดการเกิดความเสียหายต่อผิวทางได้ดี แต่ข้อจำกัดของ CRMB คือความยุ่งยากในขั้นตอนการผสมเศษยางกับแอสฟัลต์ซึ่งต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะทางเท่านั้น งานวิจัยนี้จึงให้ความสนใจในการนำเศษยางบดที่มีขนาดอยู่ในระดับหินย่อยมาผสมและแทนที่ส่วนหนึ่งของหินย่อยในมวลรวม โดยศึกษาศักยภาพในการปรับปรุงคุณสมบัติด้านการต้านทานการยุบตัวถาวรของวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตที่ผสมยางบด ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดความเสียหายแบบยุบตัวในแนวร่องล้อที่เป็นรูปแบบความเสียหายหลักของถนนในประเทศไทย โดยงานวิจัยนี้ออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตด้วยวิธี Marshall Mix Design โดยเป็นส่วนผสมที่มีขนาดคละแบบแน่น (Dense Graded) และแบบช่องว่าง (Gap Graded) ตามข้อกำหนดสำหรับการก่อสร้างชั้นผิวทาง ส่วนผสมแต่ละรูปแบบขนาดคละสนใจปัจจัยด้านขนาดยางบด 3 ขนาด คือ ค้างบนตะแกรงเบอร์ 16 เบอร์ 30 และผ่านตะแกรงเบอร์ 30 โดยแต่ละขนาดมีปัจจัยด้านปริมาณยางบดที่แทนที่หินย่อยในสัดส่วน 1% และ 2% ของปริมาตรมวลรวมทั้งหมด และพิจารณาประสิทธิภาพความต้านทานการยุบตัวถาวรของแอสฟัลต์คอนกรีตโดยการทดสอบ Dynamic Creep ด้วยเครื่อง Asphalt Mixture Performance Tester (AMPT) และการทดสอบการยุบตัวด้วยเครื่อง Wheel Tracking ผลการทดสอบ Dynamic Creep พบว่าการผสมเศษยางบดในแอสฟัลต์คอนกรีตทั้ง 2 รูปแบบขนาดคละ ไม่ได้ส่งผลให้มีความแตกต่างของผลการทดสอบ Dynamic Creep อย่างมีนัยสำคัญ จึงไม่สามารถบ่งบอกการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติการต้านทานการยุบตัวได้จากการทดสอบ Dynamic Creep ตามเงื่อนไขที่ใช้สำหรับงานวิจัยนี้ ด้านผลการทดสอบการยุบตัวด้วยเครื่อง Wheel Tracking จากการพิจารณาค่า Wheel Tracking Slope (WTS) แอสฟัลต์คอนกรีตทั้ง 2 รูปแบบขนาดคละมีแนวโน้มเดียวกัน คือ ขนาดยางบดที่เล็กลงจะเพิ่มประสิทธิภาพการต้านทานการยุบตัวถาวรที่ดีขึ้น โดยยางบดขนาดผ่านตะแกรงเบอร์ 30 จะส่งผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพมากที่สุด และปริมาณของยางบดที่เพิ่มขึ้นจะเพิ่มประสิทธิภาพให้ดีขึ้นเช่นกัน โดยการผสมยางบดในสัดส่วน 2% โดยปริมาตรมวลรวมจะส่งผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพมากที่สุด สำหรับส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตขนาดคละแบบ Dene Graded ส่วนผสมที่มีเศษยางบดขนาดผ่านตะแกรงเบอร์ 30 ปริมาณ 2% โดยปริมาตรมวลรวมมีความต้านทานการยุบตัวดีที่สุด โดยมีค่า WTS เท่ากับ 0.04 มิลลิเมตรต่อ1000 รอบ ซึ่งมีประสิทธิภาพดีกว่าคิดเป็น 2.10 เท่า ของส่วนผสมที่ใช้อ้างอิง(ไม่ผสมยางบด) ที่มีค่า WTS เท่ากับ 0.09 มิลลิเมตรต่อ1000 รอบ และสำหรับส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตขนาดคละแบบ Gap Graded ส่วนผสมที่มีเศษยางบดขนาดผ่านตะแกรงเบอร์ 30 ด้วยสัดส่วน 2% โดยปริมาตรมวลรวมมีความต้านทานการยุบตัวได้ดีที่สุด โดยมีค่า WTS เท่ากับ 0.12 มิลลิเมตรต่อ1000 รอบ โดยมีประสิทธิภาพดีกว่าคิดเป็น 3.95 เท่า ของส่วนผสมที่ใช้อ้างอิง (ไม่ผสมยางบด)

บรรณานุกรม :
ศิวารักษ์ อุ่นศิวิไลย์ . (2556). ผลของขนาดเศษยางบดผสมในมวลรวม ที่มีต่อคุณสมบัติความต้านทานการยุบตัวของแอสฟัลต์คอนกรีตผสมร้อน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศิวารักษ์ อุ่นศิวิไลย์ . 2556. "ผลของขนาดเศษยางบดผสมในมวลรวม ที่มีต่อคุณสมบัติความต้านทานการยุบตัวของแอสฟัลต์คอนกรีตผสมร้อน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศิวารักษ์ อุ่นศิวิไลย์ . "ผลของขนาดเศษยางบดผสมในมวลรวม ที่มีต่อคุณสมบัติความต้านทานการยุบตัวของแอสฟัลต์คอนกรีตผสมร้อน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556. Print.
ศิวารักษ์ อุ่นศิวิไลย์ . ผลของขนาดเศษยางบดผสมในมวลรวม ที่มีต่อคุณสมบัติความต้านทานการยุบตัวของแอสฟัลต์คอนกรีตผสมร้อน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.