ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายอั้งยี่ : ซ่องโจรในประเทศไทย

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายอั้งยี่ : ซ่องโจรในประเทศไทย
นักวิจัย : สุรจิต พัฒนสาร
คำค้น : ซ่องโจร , ความผิดฐานอั้งยี่ , อั้งยี่ , อาชญากรรมองค์การ -- ไทย , ความผิดฐานซ่องโจร , การบังคับใช้กฎหมาย -- ไทย
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : มุรธา วัฒนะชีวะกุล , เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2530
อ้างอิง : 9745681989 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/48140
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2530

ความผิดฐานอั้งยี่ : ซ่องโจร เป็นบทบัญญัติในทางอาญาที่มีเจตนารมย์และวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์และสวัสดิภาพของสาธารณชนเป็นประการสำคัญ โดยมุ่งถึงการกระทำบางอย่างที่มีพฤติกรรมอันอาจจะก่อให้เกิดความหวาดหวั่น ทำให้สังคมเกิดอัตราเสี่ยง (degree of risk) ทั้งนี้เนื่องจากการกระทำในลักษณะนี้เกิดจากการที่บุคคลหลายคนได้ร่วมมือกันกระทำ ซึ่งลักษณะของการร่วมมือนี้ทำให้ความผิดนั้นร้ายแรงขึ้น การกระทำบางอย่างมีความประสงค์มุ่งหมายเป็นการถาวร เพื่อเตรียมการหรือจัดวางแผนการในการกระทำผิด ซึ่งนับว่าเป็นภัยต่อความสงบสุขของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้การกระทำดังกล่าว ยังได้ก่อความยุ่งยากแก่การปราบปรามและการพิสูจน์ความผิด จากประวัติและความเป็นมา ความผิดฐานอั้งยี่ : ซ่องโจรได้มีมาแต่สมัยโบราณ แต่อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาปรากฏว่าการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวได้ประสบปัญหาในทางปฏิบัติ กล่าวคือ ในส่วนของความผิดอั้งยี่ ไม่ปรากฏมีการบังคับใช้ให้เกิดผลในทางปฏิบัตินัก ทั้งๆ ที่ในปัจจุบันอาชญากรรมที่เกิดจากการร่วมกันกระทำความผิดของบุคคลเป็นแก๊งค์ หรือ เป็นองค์กร นับวันจะมีแนวโน้มทวีมากขึ้นในสังคม ซึ่งต่างกับความผิดฐานซ่องโจรที่มีการบังคับใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่ที่ผ่านมามักจะพบว่า การบังคับใช้ของพนักงาน เจ้าหน้าที่ได้เป็นไปในลักษณะของการสนองนโยบายของรัฐในช่วงขณะใดขณะหนึ่งเท่านั้น นอกจากนี้การบังคับใช้มักจะอยู่เพียงในขั้นตอนของเจ้าพนักงานตำรวจเท่านั้น ซึ่งการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวในขั้นเจ้าพนักงานตำรวจนี้เป็นไปเพื่อนโยบายการสร้างความสงบสุขแก่สังคมมากกว่าการหวังผลในทางคดี ด้วยเหตุนี้ผู้ถูกจับกุมในความผิดดังกล่าวจึงมีสถิติเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในชั้นศาลน้อยมาก โดยส่วนใหญ่ มักได้รับการปล่อยตัวไปหลังจากถูกควบคุมตัวในชั้นสอบสวนมาระยะหนึ่ง จากการปฏิบัติของพนักงานตำรวจที่ยึดถือนโยบายการสร้างความสงบสุขแก่สังคมโดยอาศัยบทบัญญัติความผิดฐานซ่องโจรนี้เอง ที่ผ่านมาจึงมักถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อมวลชนและประชาชนโดยเสมอว่า พนักงานตำรวจมักอาศัยความผิดดังกล่าวไปในทางที่ไม่ชอบ และเป็นการกระทบต่อหลักการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน นอกจากนี้จากการวิจัยพบว่าปัญหาและอุปสรรคของการยังคับใช้กฎหมายอั้งยี่ : ซ่องโจรมีหลายประการ เป็นต้นว่า ในด้านนโยบายของรัฐ ปรากฏว่ารัฐยังให้ความสำคัญต่อปัญหาอาชญากรรมในลักษณะดังกล่าวน้อยมาก ในด้านรูปแบบและวิธีการดำเนินการของอาชญากรรมในความผิดดังกล่าว มักมีลักษณะเป็นการปกปิด ทั้งนี้เพราะเป็นความผิดที่อยู่ในขั้นตอนของการเริ่มต้น ความผิดตามกฎหมายอาญา ทั้งกิจการที่เนื่องมาจากอาชญากรรมดังกล่าว สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนบางกลุ่ม นอกจากนี้วิธีดำเนินการของอาชญากร ได้พยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับองค์กรของรัฐ ประกอบกับตัวอาชญากรมักเป็นผู้มีความรู้ ความชำนาญ และมีปัจจัยสนับสนุนในการคงอยู่ และการปฏิบัติขององค์กร ทั้งทางด้านการเงินและจากหน่วยงานของรัฐ ในส่วนขององค์ของรัฐจะเห็นได้ว่า ในปัจจุบันรัฐยังไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อปัญหาอาชญากรรมดังกล่าวโดยตรง นอกจากนี้โครงสร้างขององค์กรในกระบวนการยุติธรรมก็ยังไม่เอื้ออำนวยต่อการบังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งการขาดการประสานงานในองค์กรที่เกี่ยวข้อง ด้านประชาชนเองก็ยังขาดการตระหนักในปัญหาอาชญากรรมดังกล่าว ทั้งนี้เนื่องจากการขาดข้อมูล การมีทัศนคติที่ไม่ถูกต้องต่อการปฏิบัติของเจ้าพนักงาน รวมตลอดทั้งความไม่มั่นใจในการคุ้มครองของรัฐ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เราอาจสันนิษฐานเบื้องต้นว่า สภาพปัญหาของอาชญากรรมที่เกิดจากการร่วมกันของบุคคลเป็นกลุ่ม หรือเป็นองค์การมักจะมีความสัมพันธ์กับประสิทธิภาพของกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย หรือ กระบวนการยุติธรรมของฝ่ายบริหาร กล่าวคือ อาชญากรรมดังกล่าวจะมีความสลับซับซ้อน และทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น หากกระบวนการบังคับใช้กฎหมายและการบริหารงานยุติธรรมยังบกพร่องและขาดประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้ รัฐจึงต้องมีนโยบายที่แน่ชัดต่อปัญหาอาชญากรรมดังกล่าว สำหรับกลไก หรือหน่วยงานที่ทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ควรมีโครงสร้างและมีปัจจัยที่สามารถสนองตอบต่อปัญหาอาชญากรรมดังกล่าวอย่างจริงจัง นอกจากนี้ในส่วนบุคลากรเอง ควรมีการพัฒนาเพื่อความเป็นนักปฏิบัติการ หรือผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ ความสามารถทันต่อปัญหาอาชญากรรมในลักษณะดังกล่าวโดยตรงในส่วนของประชาชน รัฐต้องนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับอาชญากรรมดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนได้ทราบและตระหนักถึงผลกระทบอันเนื่องมาจากการกระทำของกลุ่มอาชญากรดังกล่าว อันจะเป็นการป้องกันการเข้าร่วมและให้การสนับสนุนต่อกลุ่มอาชญากรดังกล่าว

บรรณานุกรม :
สุรจิต พัฒนสาร . (2530). ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายอั้งยี่ : ซ่องโจรในประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุรจิต พัฒนสาร . 2530. "ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายอั้งยี่ : ซ่องโจรในประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุรจิต พัฒนสาร . "ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายอั้งยี่ : ซ่องโจรในประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2530. Print.
สุรจิต พัฒนสาร . ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายอั้งยี่ : ซ่องโจรในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2530.