ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเพิ่มความคงตัวและควบคุมการปลดปล่อยวิตามินเอ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเพิ่มความคงตัวและควบคุมการปลดปล่อยวิตามินเอ
นักวิจัย : เนติ วระนุช
คำค้น : วิตามินเอ , ความคงตัว , topical delivery , retinoic acid , all-trans retinoic acid
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : -
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วัตถุประสงค์การวิจัยครั้งนี้มุ่งเน้นศึกษาเพิ่มความคงตัวและควบคุมการปลดปล่อยอนุพันธ์วิตามินเอชนิดเรติโนอิกเอซิดด้วยการบรรจุเรติโนอิกเอซิดในอนุภาคไมเซลชนิดโพลีเอทิลีนไกลคอลเชื่อมต่อกับอนุพันธ์กรดไขมันชนิดต่างๆ (PEG-PE polymeric micelles) ในการศึกษาครั้งนี้พบว่าค่าความเข้มข้นวิกฤต (Critical micelle concentration) ของ PEG-PE ชนิดต่างๆมีค่าระหว่าง 97-243 uM ขึ้นอยู่กับโครงสร้างของส่วนที่ละลายน้ำ (PEG fragment) กับส่วนที่ไม่ละลายน้ำ (PE fragment) เมื่อศึกษาคุณลักษณะต่างๆของเรติโนอิกเอซิดในอนุภาคไมเซล PEG-PE พบว่าอนุภาคไมเซลชนิด PEG-2 DPPE มีประสิทธิภาพในการบรรจุเรติโนอิกเอซิคมากที่สุดถึง 82% และให้อนุภาคทรงกลมขนาดไม่เกิน 10 nm เมื่อศึกษาความคงตัวของเรติโนเอซิดที่บรรจุในอนุภาคไมเซลดังกล่าวพบว่าแสงยังเป็นปัจจัยหลักต่อการสลายตัวของเริตโนอิกเอซิดที่น่าสนใจคืออนุภาคไมเซล PEG-DPPE สามารถชะลอการสลายตัวของเรติโนอิกเอซิดได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อถูกเก็บภายใต้สภาวะที่เต็มไปด้วยก๊าซออกซิเจนและปราศจากแสงอีกทั้งเมื่อเก็บสารละลายไมเซลของเรติโนอิกเอซิดดังกล่าวในสภาวะห้องและไม่มีแสงเป็นเวลา 28 วันจากการทดสอบพบว่ามีปริมาณเรติโนอิกเอซิดคงเหลืออยู่ในสารละลายไมเซลอยู่ถึง 86% ในขณะที่ปริมาณเรติโนอิกเอซิดคงเหลืออยู่ในสารละลายควบคุม 43% นอกจากนี้ผลการทดสอบความสามารถในการปลดปล่อยเรติโนอิกเอซิดในอนุภาค PEG750 DPPE บนผิวหนังด้วยวิธี Franz diffusion celbs ในสภาวะ non-occlusion อันเป็นสภาวะจริงของการใช้พบว่าที่เวลา 8 ชั่วโมงของการทดลองสามารถวิเคราะห์เจอเรติโนอิกเอซิดในชั้นผิวต่างๆ 6% และ receiving solution 16% ตามลำดับในขณะที่ 3% และ 11% ของปริมาณเรดิโนอีกเอซิดในสารละลายควบคุมสามารถวิเคราะห์พบในชั้นผิวและ receiving solution ตามลำดับจากการทดสอบครั้งนี้สามารถสรุปได้ว่าการบรรจุเรติโนอิกเอซิดลงในอนุภาคไมเซลชนิด PEG180 DPPE สามารถเพิ่มความคงตัวทางเคมีตลอดจนเพิ่มการปลดปล่อยลงสู่ชั้นผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บรรณานุกรม :
เนติ วระนุช . (2552). การเพิ่มความคงตัวและควบคุมการปลดปล่อยวิตามินเอ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
เนติ วระนุช . 2552. "การเพิ่มความคงตัวและควบคุมการปลดปล่อยวิตามินเอ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
เนติ วระนุช . "การเพิ่มความคงตัวและควบคุมการปลดปล่อยวิตามินเอ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 2552. Print.
เนติ วระนุช . การเพิ่มความคงตัวและควบคุมการปลดปล่อยวิตามินเอ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; 2552.