| ชื่อเรื่อง | : | กระบวนการผลิตข้าวหมกแช่เยือกแข็ง |
| นักวิจัย | : | กูรอซียะห์ ยามิรูเด็ง |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1162546000507 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ข้าวหมกเป็นอาหารที่ผู้บริโภคนิยมมากชนิดหนึ่งโดยเฉพาะชาวมุสลิม แต่กระบวนการทำยุ่งยากและใช้เวลา ดังนั้นเพื่อความสะดวกรวดเร็วสำหรับผู้บริโภค งานวิจัยนี้จึงทดลองผลิตข้าวหมกแช่เยือกแข็ง โดยตรวจสอบลักษณะคุณภาพข้าว 4 ชนิด เป็นข้าวสารธรรมดา 2 ชนิด(ข้าวเหลือง 11 และข้าวชัยนาท 1) และข้าวนึ่ง 2 ชนิด (ข้าวอูรอ และข้าวนึ่งชัยนาท 1) วิธีการเตรียมข้าวขั้นต้น 3 วิธีคือ การลวก, ผัด และนึ่ง ก่อนนำไปทำให้สุกพร้อมปรุงรสด้วยหม้อหุงข้าวไฟฟ้า การหาอัตราส่วนข้าวต่อน้ำที่เหมาะสม แล้วจึงนำข้าวหมกที่ได้มาผ่านกระบวนการแช่เยือกแข็ง 2 แบบคือ แบบที่ 1 (แบบแผ่นสัมผัส) และแบบที่ 2 (แบบไครโอจินิก) และหาอายุการเก็บรักษาข้าวหมกแช่เยือกแข็ง พบว่าข้าวทั้ง 4 ชนิด มีรูปร่างเมล็ดยาวเรียว ความคงตัวของแป้งสุกอ่อน (90.97-114 มิลลิเมตร) อุณหภูมิในการเจลาทิไนซ์อยู่ในช่วง 55-80(+,ฐ)ซและเมื่อพิจารณาการเปลี่ยนแปลงความหนืดของข้าวทั้ง 2 ลักษณะพบว่า ข้าวธรรมดา มีค่าความหนืดสูงสุดสูงกว่าข้าวนึ่ง และแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) ลักษณะเมล็ดข้าวหมกหุงสุกที่ได้จากวิธีการเตรียมข้าวแบบนึ่งมีค่าความแน่นแข็งไม่แตกต่างจากการลวก และหุงปกติ ลักษณะเมล็ดข้าวที่ได้คงตัว มีร้อยละข้าวเต็มเมล็ดสูงถึงร้อยละ 72.63-91.79และผู้บริโภคให้การยอมรับ อัตราส่วนน้ำของข้าวชัยนาท 1, ข้าวเหลือง 11, ข้าวอูรอ และข้าวนึ่งชัยนาท 1 มีค่าอัตราส่วนข้าวต่อน้ำเท่ากับ 1:2.4, 1:2.3, 1:2.7 และ 1:2.5 ตามลำดับ นำข้าวหมกมาแช่เยือกแข็งทั้ง 2 แบบ พบว่าข้างทั้ง 4 ชนิด สามารถแช่เยือกแข็งได้ทั้ง 2 แบบโดยข้าวนึ่ง (ข้าวนึ่งชัยนาท 1) สามารถทนต่อการคืนรูปจากเยือกแข็งได้ 3 ครั้ง ส่วนข้าวธรรมดา (ข้าวชัยนาท 1) สามารถทนต่อการคืนรูปจากเยือกแข็งได้ 1 ครั้ง โดยมีค่าความแน่นแข็งเท่ากับ 35.17 และ 121.01 นิวตัน ตามลำดับ สำหรับวิธีการแช่เยือกแข็งพบว่า การแช่เยือกแข็งแบบที่ 2 ทำให้โครงสร้างของเมล็ดข้าวถูกทำลายน้อยกว่าการแช่เยือกแข็งแบบที่ 1 และผู้ทดสอบชิมให้การยอมรับ การเก็บรักษาข้าวหมกแช่เยือกแข็งจากข้าวชัยนาท 1 และข้าวนึ่งชัยนาท 1 ไว้ที่อุณหภูมิ 5(+,ฐ)ซ ได้นาน 3 วัน เมื่อเก็บรักษาที่อุณหภูมิ -5 และ -18(+,ฐ)ซได้ไม่น้อยกว่า 2 เดือน โดยพบว่าข้าวหมกแช่เยือกแข็งจากข้าวชัยนาท 1 และข้าวนึ่งชัยนาท 1ซึ่งเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิ 5(+,ฐ)ซ มีการเปลี่ยนแปลงมากกว่าที่อุณหภูมิ -5 และ -18(+,ฐ)ซโดยเฉพาะค่าทีบีเอ และการเกิดรีโทรเกรเดชัน มีค่าเพิ่มขึ้นจากข้าวหมกหุงสุกใหม่ โดยข้าวหมกหุงสุกใหม่จากข้าวชัยนาท 1 และข้าวนึ่งชัยนาท 1 มีค่าทีบีเอเท่ากับ 0.0312 และ 0.0468มิลลิกรัมมาโลแนลดีไฮด์ต่อกิโลกรัม ตามลำดับ เมื่อแช่เยือกแข็ง และเก็บรักษามีค่าเพิ่มขึ้นอยู่ในช่วง 0.0572-0.4420 และ 0.0677-0.4498 มิลลิกรัมมาโลแนลดีไฮด์ต่อกิโลกรัม ตามลำดับส่วนการเกิดรีโทรเกรเดชันของข้าวหมกแช่เยือกแข็ง เมื่อเก็บรักษาที่อุณหภูมิ -18(+,ฐ)ซ มีค่าเพิ่มขึ้นเท่ากับ 0.0075-0.462 จูลต่อกรัม ข้าวหมกสุกใหม่ และข้าวหมกแช่เยือกแข็งเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 5(+,ฐ)ซ ไว้ 5 วัน และเก็บรักษาที่อุณหภูมิ -5 และ -18(+,ฐ)ซ ไว้ 2 เดือนเมื่อนำไปตรวจสอบ ปรากฏว่ามีปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมด ยีสต์และราต่างๆ อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยต่อผู้บริโภค |
| บรรณานุกรม | : |
กูรอซียะห์ ยามิรูเด็ง . (2546). กระบวนการผลิตข้าวหมกแช่เยือกแข็ง.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กูรอซียะห์ ยามิรูเด็ง . 2546. "กระบวนการผลิตข้าวหมกแช่เยือกแข็ง".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กูรอซียะห์ ยามิรูเด็ง . "กระบวนการผลิตข้าวหมกแช่เยือกแข็ง."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print. กูรอซียะห์ ยามิรูเด็ง . กระบวนการผลิตข้าวหมกแช่เยือกแข็ง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.
|
