ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การประเมินผลโครงการจัดทำบัตรประจำตัวผู้สูงอายุเขตกรุงเทพมหานคร

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประเมินผลโครงการจัดทำบัตรประจำตัวผู้สูงอายุเขตกรุงเทพมหานคร
นักวิจัย : กาญจนา ปานุราช
คำค้น : 261 P.
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2537
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1222537000003
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษานี้มุ่งวิเคราะห์ (1) ข้อมูลทั่วไปของผู้สูงอายุ ได้แก่ ลักษณะทั่วไป ข้อมูลด้านสุขภาพอนามัย ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ (2) "ผล" ของโครงการฯ ที่เกิดต่อผู้สูงอายุที่มีบัตรฯ ใน 4 มิติได้แก่ ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการฯ การใช้บริการด้านสุขภาพอนามัยและความพอใจในโครงการฯ (3) "ผล" การดำเนินกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯ ของศูนย์บริการสาธารณสุขใน 5 กิจกรรม ได้แก่การประชาสัมพันธ์โครงการฯ การสำรวจและรับแจ้งความจำนงขอมีบัตรฯ การจัดทำและการออกบัตรฯ การให้บริการด้านสุขภาพอนามัยแก่ผู้สูงอายุที่มีบัตรฯ การรายงานและสรุปผลโครงการฯ(4) ปัญหาและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับโครงการฯ ของผู้สูงอายุและเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการสาธารณสุข ผู้ศึกษารวบรวมข้อมูลโดย (1) สัมภาษณ์ผู้สูงอายุที่มีบัตรฯ จำนวน 120 คน และผู้สูงอายุที่ไม่มีบัตรฯ จำนวน120 คน ที่มาใช้บริการ ณ ศูนย์บริการสาธารณสุข 24 บางเขนโรงพยาบาลราชวิถีและโรงพยาบาลกลาง (2) สัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ของศูนย์บริการสาธารณสุขจำนวน 10 แห่ง สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ พิสัย มัชฌิมเลขคณิตส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และใช้สถิติอนุมาน ได้แก่ t-test,Pearson's Product Moment Correlation Coefficient สรุปผลการศึกษา 1. ข้อมูลทั่วไปของผู้สูงอายุ กลุ่มผู้สูงอายุที่มีบัตรฯ เป็นหญิง (ร้อยละ 57.5) มากกว่าชาย (ร้อยละ 42.5)ส่วนกลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่มีบัตรฯ เป็นชาย (ร้อยละ 62.5)มากกว่าหญิง (ร้อยละ 37.5) ทั้ง 2 กลุ่มมีอายุเฉลี่ย 67 ปีมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้สูงอายุที่ศึกษาจบชั้นประถมศึกษาตอนต้น (ร้อยละ 60) สมรสและอยู่ด้วยกัน (ร้อยละ 57.1)ส่วนมากไม่ได้ประกอบอาชีพ (ร้อยละ 84.5) ต้องอาศัยรายได้จากบุตรหลานและญาติพี่น้อง (ร้อยละ 65.4) โรคประจำตัวที่พบมากในผู้สูงอายุ ได้แก่ โรคระบบไหลเวียนของโลหิต(ร้อยละ 62.08) มากกว่าสามในสี่ของผู้สูงอายุระบุว่า เมื่อเจ็บป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาลของรัฐ (ร้อยละ 48.8) และศูนย์บริการสาธารณสุข (ร้อยละ 30.8) เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้สูงอายุที่มีบัตรฯ มีความสนใจมากกว่าผู้สูงอายุที่ไม่มีบัตรฯ ในเรื่องเกี่ยวกับการออกกำลังกาย การรับข่าวสารเกี่ยวกับสุขภาพ การใช้สิทธิช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลจากบัตรฯ อย่างไรก็ตามผู้สูงอายุที่ไม่มีบัตรฯ ที่ไม่เคยทราบข่าวเกี่ยวกับโครงการฯ มีจำนวนไม่มากนัก (ร้อยละ 33.3)และเป็นที่น่ายินดีว่าเกือบครึ่งหนึ่งของผู้สูงอายุที่ไม่มีบัตรฯ มีความสนใจที่จะมาทำบัตรฯ (ร้อยละ 46.7) 2. "ผล" ของโครงการฯ ที่เกิดต่อผู้สูงอายุที่มีบัตรฯจากการทดสอบสมมติฐานพบว่าผู้สูงอายุที่มีบัตรฯ มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการฯ การใช้บริการด้านสุขภาพอนามัย และความพอใจในบริการด้านสุขภาพอนามัย สูงกว่าผู้สูงอายุที่ไม่มีบัตรฯ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01นอกจากนั้นเกือบสามในสี่ของกลุ่มผู้สูงอายุที่มีบัตรฯ มีความพอใจในโครงการฯ อยู่ในระดับสูง (ร้อยละ 73.3) ที่เห็นได้ชัดคือ ผู้สูงอายุที่มีบัตรฯ ส่วนใหญ่มีความพอใจสูงในบริการด้านบัตรฯ (ร้อยละ 95.8) และเกือบสามในสี่มีความพอใจสูงในบริการด้านสุขภาพอนามัย (ร้อยละ 74.2) ส่วนผู้สูงอายุที่มีบัตรฯ น้อยกว่าครึ่งหนึ่งเท่านั้นที่มีความพอใจสูงในบริการด้านการใช้บัตรฯ (ร้อยละ 45.8 3. "ผล" การดำเนินกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯพบว่า ศูนย์บริการสาธารณสุขทั้ง 10 แห่ง ได้จัดทำบัตรฯให้กับผู้สูงอายุเป็นจำนวนทั้งสิ้น 5,467 บัตร และมีการดำเนินกิจกรรมทั้ง 5 กิจกรรม ยกเว้น การสำรวจจำนวนผู้สูงอายุในเขตรับผิดชอบของศูนย์บริการสาธารณสุข 4. ปัญหาและข้อเสนอแนะ 4.1 ปัญหา ผู้สูงอายุ 1. ด้านข่าวสารเกี่ยวกับโครงการฯ หนึ่งในสามของกลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่มีบัตรฯ ไม่เคยได้รับข่าวสารเกี่ยวกับโครงการฯ และมากกว่าหนึ่งในสี่ของกลุ่มผู้สูงอายุที่มีบัตรฯ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสถานที่ใช้บริการไม่ถูกต้อง 2. ด้านหลักเกณฑ์ของโครงการฯ 2.1 ขั้นตอนการขอมีบัตรฯ ผู้สูงอายุที่มีทะเบียนบ้านอยู่ต่างจังหวัดหรืออยู่นอกเขตรับผิดชอบของศูนย์บริการสาธารณสุขไม่สามารถยื่นความจำนงขอมีบัตรฯ ได้ 2.2 สถานที่ทำบัตรฯ ผู้สูงอายุที่อยู่ไกลจากศูนย์บริการสาธารณสุขมาทำบัตรฯ ไม่สะดวก 2.3 ขั้นตอนการใช้บัตรฯ เพื่อรับบริการที่โรงพยาบาลต้องมีใบส่งตัวจากศูนย์บริการสาธารณสุข ทำให้ไม่สะดวก 2.4 การบริการ เกือบครึ่งหนึ่งของผู้สูงอายุมีความเห็นว่า ผู้สูงอายุที่มีบัตรฯ ได้รับยาไม่เท่าเทียมกับผู้สูงอายุที่ไม่มีบัตรฯ 3. ด้านชมรมผู้สูงอายุ มากกว่าหนึ่งในสามของผู้สูงอายุ ไม่ทราบว่ามีชมรมผู้สูงอายุ และเดินทางมาร่วมกิจกรรมลำบาก เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการสาธารณสุข 1. ด้านการประชาสัมพันธ์โครงการฯ ขาดแคลนงบประมาณและเจ้าหน้าที่ในการประชาสัมพันธ์โครงการฯ อย่างต่อเนื่อง 2. ด้านการจัดทำบัตรฯ ไม่สามารถจัดทำบัตรฯ ให้แก่ผู้สูงอายุที่มีทะเบียนบ้านอยู่ต่างจังหวัด หรืออยู่นอกเขตรับผิดชอบของศูนย์บริการสาธารณสุข 3. ด้านการส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์บริการสาธารณสุขไม่สามารถจัดหาสถานที่ตั้งชมรมและผู้นำชมรมผู้สูงอายุทั้งไม่สามารถเผยแพร่เอกสารความรู้เกี่ยวกับสุขภาพให้แก่ผู้สูงอายุได้ทั่วถึงเท่าที่ควร 4.2 ข้อเสนอแนะ ผู้สูงอายุ 1. สถานที่ทำบัตรฯ ควรให้ผู้สูงอายุทำบัตรฯ ได้ที่โรงพยาบาลของรัฐทุกแห่ง 2. สถานที่ใช้บริการ ควรให้ผู้สูงอายุใช้บริการด้านสุขภาพอนามัยได้ที่โรงพยาบาลของรัฐทุกแห่ง หรือโรงพยาบาลเอกชน 3. ขั้นตอนการใช้บัตรฯ ที่โรงพยาบาล ควรให้ผู้สูงอายุใช้บัตรฯ ได้โดยไม่ต้องมีใบส่งตัวจากศูนย์บริการสาธารณสุข 4. การบริการ ควรให้ผู้สูงอายุที่ใช้บัตรฯ ได้รับบริการเท่าเทียมกับผู้สูงอายุที่ไม่มีบัตรฯ เช่น ได้รับยาเหมือนกัน เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการสาธารณสุข 1. การสำรวจจำนวนผู้สูงอายุของศูนย์บริการสาธารณสุข กรุงเทพมหานครควรสนับสนุนทีมสำรวจเฉพาะกิจให้แก่ศูนย์บริการสาธารณสุข 2. เอกสารเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพของผู้สูงอายุ กรุงเทพมหานคร ควรปรับปรุงการจัดพิมพ์เอกสารทั้งด้านรูปแบบและเนื้อหาความรู้ ผู้ศึกษา 1. การประชาสัมพันธ์โครงการฯ กรุงเทพมหานครและศูนย์บริการสาธารณสุข ควรมีการประชาสัมพันธ์โครงการฯอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยผ่านสื่อต่าง ๆ เช่นสื่อมวลชน (โทรทัศน์ วิทยุ) สื่อชุมชน (ผู้นำชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุข หอกระจายข่าวชุมชน) การจัดนิทรรศการเผยแพร่โครงการฯ ประจำปี ตลอดจนจัดพิมพ์เอกสารเผยแพร่รายละเอียดต่าง ๆ ของโครงการฯ 2. การปรับปรุงหลักเกณฑ์ของโครงการฯ ศูนย์บริการสาธารณสุข ควรศึกษาปัญหาเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ของโครงการฯเพื่อรวบรวมข้อมูลที่จะนำไปใช้ประโยชน์ในการพิจารณาปรับหลักเกณฑ์เกี่ยวกับขั้นตอนการขอมีบัตรฯ สถานที่ทำบัตรฯสถานที่ใช้บริการ การให้บริการเสนอต่อคณะอนุกรรมการร่างระเบียบการให้บริการสุขภาพผู้สูงอายุแบบให้เปล่าโดยรัฐเพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุมีโอกาสทำบัตรฯ และใช้บริการได้ทั่วถึงและสะดวกขึ้น 3. ชมรมผู้สูงอายุ (1) กรุงเทพมหานครควรสนับสนุนงบประมาณและเจ้าหน้าที่ให้แก่ศูนย์บริการสาธารณสุข เพื่อช่วยให้ศูนย์บริการสาธารณสุขสามารถจัดตั้งชมรมผู้สูงอายุในชุมชนต่าง ๆ ได้มากขึ้น (2) ศูนย์บริการสาธารณสุขควรมีการประชาสัมพันธ์ชมรมผู้สูงอายุ (3) รัฐควรสนับสนุนให้หน่วยงานต่าง ๆ จัดตั้งชมรมผู้สูงอายุ เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุในชุมชนต่าง ๆ มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมของชมรมได้ทั่วถึงและสะดวกขึ้น

บรรณานุกรม :
กาญจนา ปานุราช . (2537). การประเมินผลโครงการจัดทำบัตรประจำตัวผู้สูงอายุเขตกรุงเทพมหานคร.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กาญจนา ปานุราช . 2537. "การประเมินผลโครงการจัดทำบัตรประจำตัวผู้สูงอายุเขตกรุงเทพมหานคร".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กาญจนา ปานุราช . "การประเมินผลโครงการจัดทำบัตรประจำตัวผู้สูงอายุเขตกรุงเทพมหานคร."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2537. Print.
กาญจนา ปานุราช . การประเมินผลโครงการจัดทำบัตรประจำตัวผู้สูงอายุเขตกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2537.