ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของการฝึกเกมเสริมกิจกรรมพลศึกษาที่มีต่อการปรับตัวทางสังคมของนักเรียนชั้นประถมศึกษา

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของการฝึกเกมเสริมกิจกรรมพลศึกษาที่มีต่อการปรับตัวทางสังคมของนักเรียนชั้นประถมศึกษา
นักวิจัย : คมกฤช รัตตะมณี
คำค้น : PRACTICING , SUPPLEMENTARY GAMES , PHYSICAL ACTIVITIES , SOCIAL ADJUSTMENT
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082543000901
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลของการฝึกเกมเสริมกิจกรรมพลศึกษาที่มีต่อการปรับตัวทางสังคมของนักเรียนชั้นประถมศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนชายชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนอัสสัมชัญแผนกประถมที่ตอบแบบสำรวจปัญหาการปรับตัวทางสังคมและมีค่าคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าเปอร์เซ็นต์ไทล์ที่ 75 จำนวน 90 คน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ30 คน กลุ่มทดลองที่ 1 สอนเกมเสริมกิจกรรมพลศึกษา กลุ่มทดลองที่ 2สอนกิจกรรมพลศึกษา ทั้งสองกลุ่มฝึกเพิ่มเติมในเวลาหลังเลิกเรียนเป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 วัน ครั้งละ 50 นาที กลุ่มควบคุมเรียนพลศึกษาในชั้นเรียนตามปกติ ไม่มีการฝึกเพิ่มเติมหลังการทดลอง 8 สัปดาห์ทำการสำรวจปัญหาการปรับตัวทางสังคม และนำผลที่ได้จากการทดสอบมาวิเคราะห์ข้อมูลตามวิธีทางสถิติ โดยหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว หากพบความแตกต่างจึงเปรียบเทียบเป็นรายคู่ โดยวิธีการของเชฟเฟ่ (Scheffe' method) ผลการวิจัยพบว่า 1. ค่าเฉลี่ยของคะแนนการปรับตัวทางสังคมของกลุ่มทดลองเกมเสริมกิจกรรมพลศึกษา มีคะแนนเฉลี่ยการปรับตัวทางสังคมก่อนการทดลองกับหลังการทดลองแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. ค่าเฉลี่ยของคะแนนการปรับตัวทางสังคม ของกลุ่มทดลองกิจกรรมพลศึกษา มีคะแนนเฉลี่ยการปรับตัวทางสังคมก่อนการทดลองกับหลังการทดลองไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. เมื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนการปรับตัวทางสังคมของกลุ่มทดลองเกมเสริมกิจกรรมพลศึกษา กลุ่มทดลองกิจกรรมพลศึกษา และกลุ่มควบคุมหลังการทดลอง พบว่า มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05จึงทดสอบเป็นรายคู่โดยวิธีการของเชฟเฟ่ (Scheffe' method) พบว่า กลุ่มทดลองที่ 1 และกลุ่มควบคุม มีคะแนนเฉลี่ยการปรับตัวทางสังคมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยกลุ่มทดลองที่ 1 มีคะแนนการปรับตัวทางสังคมดีกว่ากลุ่มควบคุม กลุ่มทดลองที่ 1 และกลุ่มทดลองที่ 2 มีคะแนนเฉลี่ยการปรับตัวทางสังคมไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 กลุ่มทดลองที่ 2 และกลุ่มควบคุม มีคะแนนเฉลี่ยการปรับตัวทางสังคมไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

บรรณานุกรม :
คมกฤช รัตตะมณี . (2543). ผลของการฝึกเกมเสริมกิจกรรมพลศึกษาที่มีต่อการปรับตัวทางสังคมของนักเรียนชั้นประถมศึกษา.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
คมกฤช รัตตะมณี . 2543. "ผลของการฝึกเกมเสริมกิจกรรมพลศึกษาที่มีต่อการปรับตัวทางสังคมของนักเรียนชั้นประถมศึกษา".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
คมกฤช รัตตะมณี . "ผลของการฝึกเกมเสริมกิจกรรมพลศึกษาที่มีต่อการปรับตัวทางสังคมของนักเรียนชั้นประถมศึกษา."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print.
คมกฤช รัตตะมณี . ผลของการฝึกเกมเสริมกิจกรรมพลศึกษาที่มีต่อการปรับตัวทางสังคมของนักเรียนชั้นประถมศึกษา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.