| ชื่อเรื่อง | : | ความชุกและปัจจัยที่สัมพันธ์กับการป่วยเป็นวัณโรคปอดในผู้ติดสารเสพติดที่ไม่ติดเชื้อเอดส์ |
| นักวิจัย | : | วันเพ็ญ ทรงดอน |
| คำค้น | : | PULMONARY TUBERCULOSIS , DRUG AND SUBSTANCE USE |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082542000641 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษานี้เป็นการศึกษาเชิงพรรณนาแบบ ตัดขวาง ณ จุดเวลาหนึ่ง เพื่อหาความชุกและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการป่วยเป็นวัณโรคปอดในผู้ติดสารเสพติดที่ไม่ติดเชื้อเอดส์ณ คลินิกบำบัดยาเสพติด สังกัดสำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2542ถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2543 จำนวนประชากรที่ศึกษา 385 ราย เป็นผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป และมีผลanti - HIV เป็นลบเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ตรวจเสมหะ และถ่ายภาพรังสีทรวงอกวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS/PC for windows วิเคราะห์หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน สำหรับข้อมูลทั่วไป และใช้ Chi - square test และunpaired t - test ทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่ ปัจจัยด้านประชากร ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสารเสพติด และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับวัณโรค กับการป่วยเป็นวัณโรคปอดในผู้ติดสารเสพติดที่ไม่ติดเชื้อเอดส์ ผลการศึกษาพบว่า ความชุกของวัณโรคปอดจากการเอกซเรย์ เท่ากับร้อยละ 3.4(95% CI = 1.59 -5.21 ) และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการป่วยเป็นวัณโรคปอดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ ภาวะทุพโภชนาการ (p-value = 0.010) และประวัติการมีสมาชิกในครอบครัวป่วยเป็นวัณโรค (p-value =0.013) สำหรับปัจจัยด้านประชากร ได้แก่ เพศ อายุ การศึกษาอาชีพ รายได้ ประวัติการดื่มสุราประวัติการสูบบุหรี่ พบว่า ไม่มีความสัมพันธ์กับการป่วยเป็นวัณโรคปอด ในผู้ติดสารเสพติดที่ไม่ติดเชื้อเอดส์ ส่วนปัจจัยที่เกี่ยวกับสารเสพติดได้แก่ ชนิดของสารเสพติด วิธีการเสพ ความถี่ในการเสพ ปริมาณในการเสพ รวมทั้งระยะในการเสพสารเสพติด พบว่าไม่มีความสัมพันธ์ทางสถิติกับการป่วยเป็นวัณโรคปอด ในผู้ติดสารเสพติดเช่นกัน เมื่อเปรียบเทียบอัตราความชุกของวัณโรคปอดจากเอกซเรย์ของการศึกษานี้กับการสำรวจวัณโรคครั้งที่ 3 ในประชากรทั่วไป 38 จังหวัด พ.ศ. 2534 -2535 ของกองวัณโรค กรมควบคุมโรคติดต่อ เพื่อศึกษาข้อมูลทางระบาดวิทยาของวัณโรค พบว่าอัตราความชุกวัณโรคโดยการเอกซเรย์เท่ากับ 1.01 จะเห็นได้ว่าความชุกจากการเอกซเรย์ในกลุ่มผู้ติดสารเสพติดที่ไม่ติดเชื้อเอดส์สูงกว่าประชากรทั่วไปถึง 3 เท่า การศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่ากลุ่มผู้ติดสารเสพติดที่ไม่ติดเชื้อเอดส์ เป็นกลุ่มเสี่ยงที่สำคัญทีควรให้ความสนใจ เนื่องจากสามารถที่จะแพร่เชื้อให้กับชุมชนหรือครอบครัวได้ง่าย การเฝ้าระวังโรค โดยวิธีค้นหาผู้ป่วยแบบตั้งรับ (Passive Case Finding) เป็นวิธีที่ง่ายในการดำเนินการควบคุมป้องกันโรค เนื่องจากผู้ป่วยติดยาเสพติดมารับการบำบัดรักษายาเสพติด ที่สถานบริการทุกวัน ดังนั้น ในการจัดทำแผนงานหรือนโยบาย เพื่อเฝ้าระวังวัณโรค จึงควรให้ความสำคัญกับประชากรที่ติดสารเสพติดดังกล่าว |
| บรรณานุกรม | : |
วันเพ็ญ ทรงดอน . (2542). ความชุกและปัจจัยที่สัมพันธ์กับการป่วยเป็นวัณโรคปอดในผู้ติดสารเสพติดที่ไม่ติดเชื้อเอดส์.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วันเพ็ญ ทรงดอน . 2542. "ความชุกและปัจจัยที่สัมพันธ์กับการป่วยเป็นวัณโรคปอดในผู้ติดสารเสพติดที่ไม่ติดเชื้อเอดส์".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วันเพ็ญ ทรงดอน . "ความชุกและปัจจัยที่สัมพันธ์กับการป่วยเป็นวัณโรคปอดในผู้ติดสารเสพติดที่ไม่ติดเชื้อเอดส์."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print. วันเพ็ญ ทรงดอน . ความชุกและปัจจัยที่สัมพันธ์กับการป่วยเป็นวัณโรคปอดในผู้ติดสารเสพติดที่ไม่ติดเชื้อเอดส์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.
|
