| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ด้านกีฬาของนักเรียนโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี |
| นักวิจัย | : | นพรัตน์ เอี่ยมอดุง |
| คำค้น | : | ACHIEVEMENT MOTIVATION , STUDENT , SPORTS SCHOOLCHANGWAT SUPHAN BURI |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2539 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082539001032 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาสภาพแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ด้านกีฬาของนักเรียนโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี (2) เพื่อศึกษาการระบุสาเหตุที่มีผลต่อแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ด้านกีฬาของนักเรียนโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี(3) เพื่อเปรียบเทียบแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ด้านกีฬาระหว่างนักเรียนโรงเรียนกีฬา 3 กลุ่ม และศึกษาเปรียบเทียบแรงจูงใฝ่สัมฤทธิ์ด้านกีฬาระหว่างนักเรียนชายและนักเรียนหญิง,ประเภทกีฬา และสัมฤทธิ์ผลทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรีจำนวยน 172 คน เป็นนักเรียนชาย 122 คน นักเรียนหญิง 50คน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 กลุ่มนักเรียนที่เข้าเรียนมาแล้วเป็นเวลา 5 ปี จำนวน 60 คน กลุ่มี่ 2 กลุ่มนักเรียนที่เข้าเรียนมาแล้วเป็นเวลา 3 ปี จำนวน 44 คน และกลุ่มที่ 3 กลุ่มนักเรียนที่เข้ามาเรียนแล้วเป็นเวลา 1 ปีจำนวน 68 คน ตามลำดับไป เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นแบบวัดแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ด้านกีฬาของนักเรียนโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น มีค่าความเที่ยง0.92 ผู้วิจัยได้นำเครื่องมือนี้ไปใช้วัดกับกลุ่มตัวอย่างและนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่า "ที" (t-test) และ วิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way Analysis of Variance) ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. สภาพแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ด้านกีฬาของนักเรียนโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.78 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูง 2. การระบุสาเหตุที่มีผลต่อแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ด้านกีฬาของนักเรียนโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ3.35 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับปานกลาง โดยมีค่าเฉลี่ยความพยายามเท่ากัย 3.75 ซึ่งอยู่ในระดับสูงโชคเท่ากับ 3.40 อยู่ในระดับปานกลาง ความสามารถเท่ากับ 3.24 อยู่ในระดับปานกลางและความยากของงานเท่ากับ 3.02 อยู่ในระดับปานกลาง 3. นักเรียนโรงเรียนกีฬาทั้ง 3 กลุ่ม มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ด้านกีฬาไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 4. นักเรียนชายและนักเรียนหญิง มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ด้านกีฬาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยนักเรียนชายมีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ด้านกีฬาสูงกว่านักเรียนหญิง 5. นักกีฬาประเภทบุคคลและนักกีฬาประเภททีม มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ด้านกีฬาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยนักกีฬาประเภททีมมีแรงจูงใจใส่สัมฤทธิ์ด้านกีฬาสูงกว่านักกีฬาประเภทบุคคล 6. นักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงและนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ด้านกีฬาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงมีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ด้านกีฬาสูงกว่านักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ |
| บรรณานุกรม | : |
นพรัตน์ เอี่ยมอดุง . (2539). การศึกษาแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ด้านกีฬาของนักเรียนโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. นพรัตน์ เอี่ยมอดุง . 2539. "การศึกษาแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ด้านกีฬาของนักเรียนโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. นพรัตน์ เอี่ยมอดุง . "การศึกษาแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ด้านกีฬาของนักเรียนโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print. นพรัตน์ เอี่ยมอดุง . การศึกษาแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ด้านกีฬาของนักเรียนโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.
|
