ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความสัมพันธ์ระหว่าง ปัจจัยส่วนบุคคล ทัศนคติต่อวิชาชีพการพยาบาล ความพึงพอใจในงาน และความยึดมั่นผูกพันต่อองค์การ กับความตั้งใจที่จะออกจากงาน ของพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลรัฐ กรุงเทพมหานคร

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความสัมพันธ์ระหว่าง ปัจจัยส่วนบุคคล ทัศนคติต่อวิชาชีพการพยาบาล ความพึงพอใจในงาน และความยึดมั่นผูกพันต่อองค์การ กับความตั้งใจที่จะออกจากงาน ของพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลรัฐ กรุงเทพมหานคร
นักวิจัย : น้องนุช ภูมิสนธิ์
คำค้น : TURNOVER INTENTION , PROFESSIONAL NURSES
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2539
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082539000331
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความตั้งใจที่จะออกจากงาน ปัจจัยส่วนบุคคล ทัศนคติต่อวิชาชีพการพยาบาล ความพึงพอใจในงาน และความยึดมั่นผูกพันต่อองค์การของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลรัฐ กรุงเทพมหานคร ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง ปัจจัยส่วนบุคคล ทัศนคติต่อวิชาชีพการพยาบาล ความพึงพอใจในงาน และความยึดมั่นผูกพันต่อองค์การกับความตั้งใจที่จะออกจากงาน รวมทั้งศึกษาปัจจัยที่เป็นตัวทำนายความตั้งใจที่จะออกจากงานของพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลรัฐ กรุงเทพมหานคร จากกลุ่มตัวอย่าง 933 คน ที่ได้จาการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม ซึ่งผู้วิจัยพัฒนาจากวรรณคดีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบเพิ่มตัวแปรเป็นขั้นตอน ผลการวิจัยพบว่า 1. ความตั้งใจที่จะออกจากงาน ของพยาบาลวิชาชีพ อยู่ในระดับปานกลาง 2. พยาบาลวิชาชีพ มีทัศนคติต่อวิชาชีพการพยาบาลทางบวกอยู่ในระดับน้อย มีความพึงพอใจในงาน และความยึดมั่นผูกพันต่อองค์การ อยู่ในระดับปานกลาง 3. อายุ ระยะเวลาที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาล การปฏิบัติงานในหน่วยงานบริการผู้ป่วยนอก การปฏิบัติงานในหน่วยบริการหัตถการ ทัศนคติต่อวิชาชีพการพยาบาลทางบวก ความพึงพอใจในงาน ความพึงพอใจในงานโดยรวม ความยึดมั่นผูกพันต่อองค์การมีความสัมพันธ์ทางลบกับความตั้งใจที่จะออกจากงาน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สถานภาพโสด มีความสัมพันธ์ทางบวกกับความตั้งใจที่จะออกจากงาน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4. กลุ่มตัวแปรที่สามารถร่วมกันทำนายความตั้งใจที่จะออกจากงานได้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 มี 7ตัวแปร โดยสามารถอธิบายความแปรปรวนของความตั้งใจที่จะออกจากงานได้ร้อยละ 50.40 (R('2)= .5040) ได้สมการทำนายในรูปคะแนนมาตรฐาน ดังนี้ Z = .3633 ความมั่นคงในหน้าที่การงาน - .3297 ความยึดมั่นผูกพันต่อองค์การ - .0952 ระยะเวลาที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาล - .0841 ความพึงพอใจในงานโดยรวม - .585 ชีวิตส่วนตัว + .0795 เงินเดือนและค่าตอบแทน - .0736 นโยบายและการบริหาร

บรรณานุกรม :
น้องนุช ภูมิสนธิ์ . (2539). ความสัมพันธ์ระหว่าง ปัจจัยส่วนบุคคล ทัศนคติต่อวิชาชีพการพยาบาล ความพึงพอใจในงาน และความยึดมั่นผูกพันต่อองค์การ กับความตั้งใจที่จะออกจากงาน ของพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลรัฐ กรุงเทพมหานคร.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
น้องนุช ภูมิสนธิ์ . 2539. "ความสัมพันธ์ระหว่าง ปัจจัยส่วนบุคคล ทัศนคติต่อวิชาชีพการพยาบาล ความพึงพอใจในงาน และความยึดมั่นผูกพันต่อองค์การ กับความตั้งใจที่จะออกจากงาน ของพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลรัฐ กรุงเทพมหานคร".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
น้องนุช ภูมิสนธิ์ . "ความสัมพันธ์ระหว่าง ปัจจัยส่วนบุคคล ทัศนคติต่อวิชาชีพการพยาบาล ความพึงพอใจในงาน และความยึดมั่นผูกพันต่อองค์การ กับความตั้งใจที่จะออกจากงาน ของพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลรัฐ กรุงเทพมหานคร."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print.
น้องนุช ภูมิสนธิ์ . ความสัมพันธ์ระหว่าง ปัจจัยส่วนบุคคล ทัศนคติต่อวิชาชีพการพยาบาล ความพึงพอใจในงาน และความยึดมั่นผูกพันต่อองค์การ กับความตั้งใจที่จะออกจากงาน ของพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลรัฐ กรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.