ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ลักษณะงาน ประสบการณ์ในการทำงาน บทบาททางวิชาชีพ กับความยึดมั่นผูกพันต่อองค์การของพยาบาลวิชาการ โรงพยาบาลของรัฐ กรุงเทพมหานคร

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ลักษณะงาน ประสบการณ์ในการทำงาน บทบาททางวิชาชีพ กับความยึดมั่นผูกพันต่อองค์การของพยาบาลวิชาการ โรงพยาบาลของรัฐ กรุงเทพมหานคร
นักวิจัย : สอาด วงศ์อนันตนนท์
คำค้น : ORGANIZATIONAL COMMITMENI , PROFESSIONAL NURSES
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2537
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082537000801
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วน บุคคล ลักษณะงานประสบการณ์ในการทำงาน และบทบาททางวิชาชีพกับความยึดมั่นผูกพันกันต่อองค์การของโรงพยาบาลของรัฐกรุงเทพมหานครศึกษาปัจจัยที่เป็นตัวทำนายความยึดมั่นผูกพันต่อองค์การของพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลของรัฐ กรุงเทพมหานคร ตัวอย่างประชากรที่ศึกษาเป็นพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลของรัฐกรุงเทพมหานคร 8 แห่ง จำนวน 380 คนเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามซึ่งผู้วิจัยพัฒนาจากวรรณคดีและ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบเพิ่ม หรือลดตัวแปรเป็นขั้น ๆ ผลการวิจัยพบว่า 1. อายุ ระยะเวลาที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาล ความมอิสระในการทำงาน ความหลากหลายของงาน ความมีเอกลักษณ์ของงาน ความสำคัญของงาน ผลป้อนกลับของงาน ความรู้สึกว่าตนมีความสำคัญต่อองค์การความรู้สึกว่าองค์การเป็นที่พึ่งที่ได้ ความคาดหวังได้รับการตอบสนองจากองค์ การ ทัศนคติเพื่อนร่วมงานและองค์การ มีความสัมพันธ์ทางบวกกับความยึดมั่นผูกพันต่อองค์การ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ความขัดแย้งในบทบาทและความคลุมเครือในบทบาทมีความสัมพันธ์ทางลบกับความยึดมั่นผูกพันต่อองค์การ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 2. กลุ่มตัวแปรที่สามารถร่วมกันทำนายความยึดมั่นผูกพันต่อองค์การ ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 มี 6 ตัวแปร คือ ความคาดหวังได้ รับการตอบสนองจากองค์การ ความรู้สึกว่าองค์การเป็นที่พึ่งได้ ความคลุมเครือในบทบาท อายุ ทัศนคติต่อเพื่อร่วมงานและองค์การ และความมีอิสระใน การทำงาน สามารถอธิบายความผันแปรของความยึดมั่นผูกพันต่อองค์การได้ ร้อยละ 52.49 (R('2) = .5249) ได้สมการทำนายได้ดังต่อไปนี้ Y = 26.1982m + .6547 ความคาดหวังได้รับการตอบสนอง จากองค์การ + .6988 ความรู้สึกวาองค์การเป็นที่พึ่งพิงได้ - .3293ความคลุมเครือในบทบาท + .3489 อายุ + .1172 ทัศนคติต่อเพื่อร่วมงาน และองค์การ + .2291 ความมีอิสระในการทำงาน (สมการในรูปคะแนนดิบ) Z = .3144 ความคาดหวังได้รับการตอบสนองจากองค์การ +.2891 ความรู้สึกว่าองค์การเป็นที่พึ่งพิงได้ - .1834 ความคลุมเครือในบทบาท + .1380 อายุ +.1126 ทัศนคติต่อผู้ร่วมงานและองค์การ +.0986 ความมีอิสระในการทำงาน (สมการในรูปคะแนนมาตรฐาน)

บรรณานุกรม :
สอาด วงศ์อนันตนนท์ . (2537). ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ลักษณะงาน ประสบการณ์ในการทำงาน บทบาททางวิชาชีพ กับความยึดมั่นผูกพันต่อองค์การของพยาบาลวิชาการ โรงพยาบาลของรัฐ กรุงเทพมหานคร.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สอาด วงศ์อนันตนนท์ . 2537. "ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ลักษณะงาน ประสบการณ์ในการทำงาน บทบาททางวิชาชีพ กับความยึดมั่นผูกพันต่อองค์การของพยาบาลวิชาการ โรงพยาบาลของรัฐ กรุงเทพมหานคร".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สอาด วงศ์อนันตนนท์ . "ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ลักษณะงาน ประสบการณ์ในการทำงาน บทบาททางวิชาชีพ กับความยึดมั่นผูกพันต่อองค์การของพยาบาลวิชาการ โรงพยาบาลของรัฐ กรุงเทพมหานคร."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2537. Print.
สอาด วงศ์อนันตนนท์ . ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ลักษณะงาน ประสบการณ์ในการทำงาน บทบาททางวิชาชีพ กับความยึดมั่นผูกพันต่อองค์การของพยาบาลวิชาการ โรงพยาบาลของรัฐ กรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2537.