| ชื่อเรื่อง | : | รูปแบบความผูกพันและการแก้ปัญหาความขัดแย้งของนักศึกษาอาชีวศึกษา |
| นักวิจัย | : | วรัญญา วชิโรดม |
| คำค้น | : | ความขัดแย้ง (จิตวิทยา) , ความผูกพัน , นักเรียนอาชีวศึกษา , ความขัดแย้งระหว่างบุคคล |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | สุภาพรรณ โคตรจรัส , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะจิตวิทยา |
| ปีพิมพ์ | : | 2549 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/14850 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549 การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบความผูกพัน และการแก้ไขความขัดแย้งของนักศึกษาอาชีวศึกษา กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาอาชีวศึกษาจำนวน 567 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้คือ แบบวัดรูปแบบความผูกพัน แบบวัดรูปแบบการแก้ไขความขัดแย้ง วิเคราะห์ข้อมูลโดย วิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว ความแปรปรวนสองทาง การเปรียบเทียบพหุคูณด้วยวิธีการ Dunnett's T3 และScheffe และหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่า 1. นักศึกษาอาชีวศึกษาโดยทั่วไปมีรูปแบบความผูกพันแบบมั่นคง ใช้รูปแบบการแก้ไขความขัดแย้งแบบบูรณาการและแบบประนีประนอมในระดับค่อนข้างสูง ใช้รูปแบบการแก้ไขความขัดแย้งแบบหลีกหนี แบบยอมให้และแบบแข่งขันในระดับปานกลาง 2. นักศึกษาหญิงมีรูปแบบการมองผู้อื่นด้านบวกมากกว่านักศึกษาชาย 3. นักศึกษาหญิงใช้รูปแบบการแก้ไขความขัดแย้งแบบบูรณาการและแบบประนีประนอมสูงกว่านักศึกษาชาย ในขณะที่นักศึกษาชายใช้รูปแบบการแก้ไขความขัดแย้งแบบแข่งขันสูงกว่านักศึกษาหญิง 4. นักศึกษาที่มีรูปแบบความผูกพันแบบมั่นคงและแบบกังวลใช้รูปแบบการแก้ไขความขัดแย้งแบบบูรณาการสูงกว่านักศึกษาที่มีรูปแบบความผูกพันแบบทะนงตน และแบบหวาดกลัว และกลุ่มนี้ยังใช้รูปแบบการแก้ไขความขัดแย้งแบบประนีประนอมสูงกว่านักศึกษาที่มีรูปแบบความผูกพันแบบทะนงตน 5. นักศึกษาที่มีรูปแบบความผูกพันแบบกังวลใช้รูปแบบการแก้ไขความขัดแย้งแบบแข่งขันสูงกว่านักศึกษาที่มีรูปแบบความผูกพันแบบมั่นคงและแบบทะนงตน6. นักศึกษาที่มีรูปแบบความผูกพันแบบกังวลและแบบหวาดกลัวใช้รูปแบบการแก้ไขความขัดแย้งแบบยอมให้สูงกว่านักศึกษาที่มีรูปแบบความผูกพันแบบมั่นคงและแบบทะนงตน และกลุ่มนี้ยังใช้รูปแบบการแก้ไขความขัดแย้งแบบหลีกหนีสูงกว่านักศึกษาที่มีรูปแบบความผูกพันแบบทะนงตน 7. รูปแบบการมองตนเองด้านลบมีความสัมพันธ์ทางบวกกับรูปแบบการแก้ไขความขัดแย้งแบบยอมให้ 8. รูปแบบการมองผู้อื่นด้านลบมีความสัมพันธ์ทางลบกับรูปแบบการแก้ไขความขัดแย้งแบบบูรณาการ และแบบประนีประนอม 9. รูปแบบการแก้ไขความขัดแย้งแบบบูรณาการมีความสัมพันธ์ทางบวกกับรูปแบบการแก้ไขความขัดแย้งแบบประนีประนอม 10. รูปแบบการแก้ไขความขัดแย้งแบบยอมให้มีความสัมพันธ์ทางบวกกับรูปแบบการแก้ไขความขัดแย้งแบบประนีประนอมและแบบหลีกหนี |
| บรรณานุกรม | : |
วรัญญา วชิโรดม . (2549). รูปแบบความผูกพันและการแก้ปัญหาความขัดแย้งของนักศึกษาอาชีวศึกษา.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วรัญญา วชิโรดม . 2549. "รูปแบบความผูกพันและการแก้ปัญหาความขัดแย้งของนักศึกษาอาชีวศึกษา".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วรัญญา วชิโรดม . "รูปแบบความผูกพันและการแก้ปัญหาความขัดแย้งของนักศึกษาอาชีวศึกษา."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549. Print. วรัญญา วชิโรดม . รูปแบบความผูกพันและการแก้ปัญหาความขัดแย้งของนักศึกษาอาชีวศึกษา. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2549.
|
