ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาคุณลักษณะเชิงปฏิบัติงานของระบบสารสนเทศที่เหมาะสมในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข : สรุปผลการศึกษาคุณลักษณะเชิงปฏิบัติงานของระบบสารสนเทศที่เหมาะสมในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เล่มที่ 6/6 , [Descriptive Study on Information System Practice in Public Hospitals : Conclusion volume 6/6]
นักวิจัย : ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ , National Electronics and Computer Technology Center
คำค้น : Information System , ระบบสารสนเทศ , ระบบเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ , ระบบข้อมูล , ระบบคอมพิวเตอร์
หน่วยงาน : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://hdl.handle.net/11228/1655 , W26.5 ศ812ก 2544
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : th
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

lสรุปผลการศึกษาคุณลักษณะเชิงปฏิบัติงานของระบบงานสารสนเทศที่เหมาะสมในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เล่มที่ 6/6สรุปได้ดังนี้หลักวิชาการในการพัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ มีหลักการอยู่ 7 ขั้นตอน คือ การศึกษาถึงความเป็นไปได้และความเหมาะสมของระบบงาน การพิจารณาเลือกใช้สถาปัตยกรรมระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่าย การออกแบบระบบงาน การพัฒนาระบบงาน การทดสอบ การติดตั้งและประยุกต์ใช้งาน และ การประเมินผลการพัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร์หลักวิชาการทางด้านคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ (Application Software Development and Software Engineering) อยู่ในระดับ “ไม่ยาก” แต่การประยุกต์ใช้ “ยากกว่า” (หรืออาจเขียนง่ายๆว่า “เทคนิคไม่ยาก ยากที่การบริหารการจัดการ”)ระบบงานสารสนเทศที่เหมาะสมนั้น จำเป็นต้องมี “มาตรฐาน” ของปัจจัยต่างๆที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่น มาตรฐานของกระบวนการปฏิบัติงาน มาตรฐานด้านระบบข้อมูล มาตรฐานการใช้เทคนิคและเครื่องมือการพัฒนาระบบงาน เป็นต้นการพัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร์และสารสนเทศของโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขไทยที่ผ่านมา (ตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2526 – 2543) พบว่าไม่ได้ใช้ (ไม่มี/ ไม่ยอมรับ) แผนแม่บทการพัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้เป็นแผนงานฯหลักในการพัฒนาระบบงานฯอย่างจริงจังให้เกิดผลในทางปฏิบัติ (กระทรวงสาธารณสุขไทย มีแผนแม่บทสารสนเทศ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538) ทำให้เสมือนขาด “การวางแผนงาน กลยุทธ์ นโยบาย และ ทิศทางในภาพรวม”ไม่ได้ใช้ มาตรฐานร่วมกันในการพัฒนาระบบงานฯ ทำให้การเชื่อมต่อ แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างโรงพยาบาลและหน่วยงาน เป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพขาดบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรม เรียนรู้ วิชาการด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างเป็นระบบ (ที่ผ่านมา เป็นการเรียนรู้แบบ “ตามอัธยาศัย” ตามความต้องการ ตามความใฝ่รู้ของบุคลากรทางการแพทย์ด้วยตัวเอง)ขาดการกำหนดตำแหน่ง อำนาจ หน้าที่ โครงสร้างบุคลากรพร้อม Job Description ทางด้านสารสนเทศอย่างเป็นระบบขาดประสิทธิภาพ (ที่เหมาะสม) ในการบริหารการจัดการ (คน งาน เงิน) โรงพยาบาล หน่วยงานทางการแพทย์และสาธารณสุข อยู่ในลักษณะการพัฒนาระบบงานแบบ “ตัวใครตัวมัน” หน่วยงานไหนมี “คนเก่ง คนสนใจ” ก็พัฒนาได้มากกว่า หน่วยงานที่ขาด “คนเก่ง คนสนใจ”สรุป สถานภาพในปัจจุบันของระบบงานคอมพิวเตอร์และสารสนเทศในโรงพยาบาล สังกัดกระทรวงสาธารณสุข อยู่ในลักษณะที่ต้อง “ทบทวน กำหนดนโยบาย กลยุทธ์ มาตรฐาน และ เร่งรีบดำเนินการ” ก่อนที่จะ “ปรับปรุงได้ยากกว่านี้”ผู้บริหาร (ทุกระดับ) มีความต้องการในการใช้ระบบข้อมูลและระบบสารสนเทศ แต่ปัญหาที่พบคือ “ไม่สามารถประมวลผลข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ” สาเหตุหลัก เริ่มตั้งแต่การวิเคราะห์ความต้องการใช้คอมพิวเตอร์และสารสนเทศ ไปจนถึงการพัฒนาและการนำไปใช้แนวคิดเกี่ยวกับ “คุณสมบัติเชิงปฏิบัติการของระบบงานสารสนเทศที่เหมาะสมในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข” สามารถดำเนินการได้ตามลำดับขั้นตอนดังนี้ศึกษาภาพรวมของงาน กิจกรรม การดำเนินงานทั้งหมดของโรงพยาบาลวิเคราะห์กระบวนการปฏิบัติงานของแต่ละระบบงานวิเคราะห์ ปรับปรุง และ ออกแบบระบบงานใหม่กำหนดคุณสมบัติเชิงปฏิบัติการของระบบงานสารสนเทศที่เหมาะสมในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข โดยใช้เทคนิค อย่างเช่น Data Flow Diagram, Entity Relationship Diagram, System Flow Diagram, Process Flow Diagram, Unify Modeling Language และ อื่นๆ เป็นต้นทางด้าน “ต้นทุนและค่าใช้จ่ายด้าน IT” จากรายงานวิจัยฯ พบว่า โรงพยาบาลลงทุนด้าน IT โดยเฉลี่ยเมื่อเทียบกับรายรับของโรงพยาบาล เป็น 0.44 % (อธิบายได้ว่า รายรับของโรงพยาบาล 100 บาท โรงพยาบาลลงทุนด้าน IT ประมาณ 0.44 บาท) โดยที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่ (500-1038 เตียง) มีการลงทุนต่ำสุด (0.23 %)รายจ่ายด้าน IT ต่อผู้ป่วย 1 คน โดยเฉลี่ยประมาณ 2.54 บาท โดยที่โรงพยาบาลขนาดกลาง (120 –499 เตียง) มีค่าใช้จ่ายต่ำสุด (2.12 บาท/คน) และ โรงพยาบาลขนาดใหญ่ (499-1038 เตียง)มีค่าใช้จ่ายสูงสุด (3.37 บาท/คน)

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

บรรณานุกรม :