| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาความชุกของระดับภูมิคุ้มกันของบาดทะยักและคอตีบในประชากรไทยและแรงงานต่างด้าว |
| นักวิจัย | : | ไพลิน มหาพรรณ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ธีระพงษ์ ตัณฑวิเชียร , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2557 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/46585 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557 ที่มา: จากการระบาดของโรคคอตีบบริเวณชายแดนประเทศไทยในประชากรผู้ใหญ่ทำให้ตระหนักถึงความสำคัญว่าประชากรผู้ใหญ่บางส่วนไม่ได้รับการฉีดวัคซีนกระตุ้นทุก 10 ปี เนื่องจากจะมีการเปิดประเทศ ASEAN Economic Community(AEC) Era ในระยะเวลาอันใกล้นี้ ทำให้แรงงานต่างด้าวเข้ามาในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศโดยเฉพาะประเทศกัมพูชา ไม่ได้มีการฉีดวัคซีนในวัยเด็กที่เพียงพอ (Expanded Programs on Immunization ;EPI) จึงอาจนำไปสู่อัตราการเกิดโรคบาดทะยักในกลุ่มแรงงานต่างด้าวและอาจเกิดการระบาดของโรคคอตีบในคนไทยและแรงงานต่างด้าวขึ้นมากกว่าเดิมได้ จึงได้มีการเจาะเลือดสำรวจระดับภูมิคุ้มกันโรคบาดทะยักและคอตีบประชากรที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพมหานครและจังหวัดข้างเคียง และฉีดวัคซีน Td ให้ประชากรเหล่านี้ โดยจุดประสงค์เพื่อ สำรวจระดับภูมิคุ้มกันของimmunity ดูช่วงอายุที่ควรจะเป็นเป้าหมายหลักในการทำ mass vaccination แก่ประชากรไทยและแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านที่มาอาศัยในประเทศไทย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดของโรคขึ้นมา โดยอาสาสมัครทั้งหมดในการศึกษา 229 คน เป็นอาสาสมัครคนไทย 117 คน และ แรงงานต่างด้าว 122 คน (กัมพูชา 72 คน และ พม่า 40 คน) พบว่าคนไทย 106 คน (90.6%)มีภูมิคุ้มกันสำหรับโรคบาดทะยัก (>0.1 IU/ml) แต่แรงงานต่างด้าวมีภูมิเพียง 58 คน (51.8%) ค่า Geometric mean titer (GMT)ของแรงงานต่างด้าวได้เพียง 0.13 IU/ml ซึ่งต่ำกว่าคนไทยอย่างมีนัยสำคัญ คนไทยมีค่า GMT 1.38 IU/ml (p<0.05, 95%CI 4.96-13.37) แต่อย่างไรก็ดี พบว่าระดับภูมิคุ้มกันต่อโรคคอตีบในคนไทยกลับน้อยกว่าแรงงานต่างด้าว โดยมีคนไทย 84 คน (70.9%)มีภูมิคุ้มกันสำหรับโรคบาดทะยัก (>0.1 IU/ml) แรงงานต่างด้าวมีภูมิ 91 คน (81.3%) โดยค่าGeometric mean titer (GMT)ของคนต่างด้าวสูงกว่าคนไทยแต่ไม่มีนัยสำคัญ โดยมีค่า 0.28 และ 0.17 IU/ml ตามลำดับ (p =0.68, 95%CI 0.47-0.85) ซึ่งจากผลการศึกษานี้ที่พบว่าแรงงานต่างด้าวมีภูมิต่อคอตีบมากกว่าคนไทยในขณะที่มีภูมิต่อบาดทะยักน้อยกว่ามาก อาจจะเป็นเพราะมีภูมิต่อคอตีบผ่านทางการกระตุ้นทางธรรมชาติ ซึ่งภูมิที่เกิดขึ้นตามธรรมชาตินี้จะไม่สามารถป้องกันหรือลดอัตราการเป็นพาหะของโรคคอตีบได้ วิธีการ: หลังจากฉีดวัคซีนTd ให้ทุกคน 1 เข็ม พบว่าอาสาสมัครคนไทยเกือบทุกคนที่เดิมไม่มีภูมิตอบสนองต่อการฉีดวัคซีนที่สามารถป้องกันโรคคอตีบได้ ยกเว้น คนไทย 1 ราย (<0.1 IU/ml ,2.6%) โดยเป็นภูมิที่สามารถป้องกันโรคได้แต่ไม่นาน 14 คน (0.1- <1 IU/ml, 35.9%) และเป็นภูมิที่สามารถป้องกันโรคในระยะยาว 24 คน (>1 IU/ml, 61.5%) ส่วนแรงงานต่างด้าวทุกคนตอบสนองต่อการฉีดวัคซีนคอตีบทุกคน แต่ไม่ตอบสนองต่อบาดทะยัก 5 คน (<0.1 IU/ml ,9.2%) ในขณะที่คนไทยตอบสนองต่อบาดทะยักทุกคน โดยคนที่ภูมิไม่ขึ้นมักจะจำประวัติการฉีดวัคซีนในวัยเด็กไม่ได้ สรุปผลการวิจัย: โดยสรุป การจะป้องกันการระบาดของโรคคอตีบที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในช่วง AEC จากการศึกษานี้แนะนำว่า ควรฉีดวัคซีน Td ให้แรงงานต่างด้าวทุกคนในทุกช่วงอายุ และ คนไทยที่อายุมากกว่า 30 ปี 1 เข็ม และฉีดกระตุ้นทุก 10 ปี โดยถ้าเป็นไปได้ในช่วงที่มีการระบาดของโรคคอตีบแนะนำให้ฉีดคนไทยอย่างน้อย 1 เข็มหรือถ้าเป็นเป็นได้ควรฉีด 2 เข็มเนื่องจากต้องการภูมิคุ้มกันระยะยาว ส่วนแรงงานต่างด้าวอาจพิจารณาฉีด 3 เข็ม |
| บรรณานุกรม | : |
ไพลิน มหาพรรณ . (2557). การศึกษาความชุกของระดับภูมิคุ้มกันของบาดทะยักและคอตีบในประชากรไทยและแรงงานต่างด้าว.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ไพลิน มหาพรรณ . 2557. "การศึกษาความชุกของระดับภูมิคุ้มกันของบาดทะยักและคอตีบในประชากรไทยและแรงงานต่างด้าว".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ไพลิน มหาพรรณ . "การศึกษาความชุกของระดับภูมิคุ้มกันของบาดทะยักและคอตีบในประชากรไทยและแรงงานต่างด้าว."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557. Print. ไพลิน มหาพรรณ . การศึกษาความชุกของระดับภูมิคุ้มกันของบาดทะยักและคอตีบในประชากรไทยและแรงงานต่างด้าว. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2557.
|
