| ชื่อเรื่อง | : | ผลของการดื่มน้ำเย็นต่อการตอบสนองของอุณหภูมิแกนกลางของร่างกายและการสูญเสียน้ำขณะออกกำลังกายระดับปานกลางในที่ร้อนของคนอ้วน |
| นักวิจัย | : | ปิยเชษฐ์ ตะสิงห์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | อรอนงค์ กุละพัฒน์ , สมพล สงวนรังศิริกุล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2557 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/46434 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557 การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอุณหภูมิแกนกลางของร่างกายและการสูญเสียน้ำของคนอ้วนเปรียบเทียบกับคนน้ำหนักปกติในการออกกำลังกายด้วยความหนักระดับปานกลางในที่อากาศเย็นและที่อากาศร้อน และศึกษาผลของการดื่มน้ำเย็นเปรียบเทียบกับการดื่มน้ำอุณหภูมิห้องก่อนการออกกำลังกายในที่ร้อนต่ออุณหภูมิแกนกลางและการสูญเสียน้ำของคนอ้วน 12 คน และชายสุขภาพดีน้ำหนักปกติ 12 คน ทำการทดสอบเดินเร็วแบบต่อเนื่องด้วยความหนักระดับปานกลาง 45–50% ของอัตราการเต้นของหัวใจสำรองสูงสุด ตามสูตรของ Karvonen เป็นเวลา 30 นาที บนลู่วิ่งกลในห้องควบคุมสภาพอากาศ ในที่อากาศเย็นควบคุมอุณหภูมิคงที่ 23°C - 24°Cความชื้นสัมพัทธ์ 75±5% ส่วนในที่อากาศร้อนควบคุมอุณหภูมิคงที่ 30°C - 31°C ความชื้นสัมพัทธ์ 80±5% ผลการศึกษาพบว่า อุณหภูมิแกนกลางร่างกายของคนอ้วนไม่มีความแตกต่างกันกับคนน้ำหนักปกติทั้งในที่เย็น (คนอ้วน 37.77±0.08°C, คนปกติ 37.68±0.08°C; P=0.463) และในที่อากาศร้อน (คนอ้วน 37.82±0.06°C, คนปกติ 37.85±0.06°C; P=0.725) อัตราการเต้นของหัวใจ ความรู้สึกเหนื่อย และความรู้สึกร้อนของคนอ้วนกับคนน้ำหนักปกติไม่แตกต่างกันทั้งในการออกกำลังกายในที่เย็นและที่ร้อน แต่คนอ้วนมีปริมาณการสูญเสียน้ำจากการออกกำลังกายมากกว่าคนน้ำหนักปกติ ในที่เย็น 160 มล. (คนอ้วน 443.33±98.65 มล., คนปกติ283.33±108.15 มล.; P≤0.001) ในที่ร้อน 194 มล. (คนอ้วน 632.50 ±126.57 มล.,คนปกติ 438.33±126.62 มล.; P≤0.001) และผลการศึกษาการดื่มน้ำเย็น (0.5±0.5°C) เปรียบเทียบกับการดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง (30.5±0.5°C) ก่อนการออกกำลังกายในที่ร้อนของคนอ้วนพบว่า อุณหภูมิแกนกลางของร่างกายจากการดื่มน้ำเย็นเปรียบเทียบกับการดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง (ดื่มน้ำเย็น 37.57±0.07°C, ดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง 37.63±0.05°C; P=0.296) ความรู้สึกเหนื่อย (ดื่มน้ำเย็น 12.15±0.29, ดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง 12.64±0.36; P=0.068) และความรู้สึกร้อน (ดื่มน้ำเย็น 2.40±0.10, ดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง 2.66±0.15; P=0.068) ไม่แตกต่างกัน แต่การดื่มน้ำเย็นทำให้อัตราการเต้นของหัวใจต่ำกว่าการดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง (ดื่มน้ำเย็น 130.75±1.67 ครั้ง/นาที, ดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง 134.08±1.91 ครั้ง/นาที; P=0.024) และการดื่มน้ำเย็นก่อนออกกำลังกายในที่ร้อนสามารถลดการสูญเสียน้ำได้ดีกว่าการดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง (ดื่มน้ำเย็น 646.67±139.82 มล., ดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง 735.00±126.95 มล.; P=0.010) แสดงว่าคนอ้วนที่จะต้องออกกำลังกายในที่อากาศร้อน 30°C - 31°C สามารถออกกำลังกายแบบต่อเนื่องในระดับความหนักปานกลางเป็นระยะเวลาประมาณ 30 นาทีได้โดยที่อุณหภูมิแกนกลางของร่างกายไม่มีการเพิ่มสูงมากจนถึงขั้นเป็นอันตราย แต่คนอ้วนควรดื่มน้ำก่อนการออกกำลังกายเพิ่มเติมจากคนน้ำหนักปกติประมาณ 200 มล. สำหรับออกกำลังกายในที่อากาศร้อน และ 160 มล.ในที่อากาศเย็น และการดื่มน้ำเย็นก่อนการออกกำลังกายเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนอ้วนที่จะต้องออกกำลังกายในที่ร้อนเพราะสามารถลดปริมาณการสูญเสียน้ำและลดอัตราการเต้นของหัวใจขณะออกกำลังกายในที่ร้อนได้ และการดื่มน้ำเย็นก่อนออกกำลังกายมีแนวโน้มช่วยลดความรู้สึกเหนื่อยและความรู้สึกร้อนขณะออกกำลังกายในที่ร้อนได้ โดยที่ไม่ส่งผลต่ออุณหภูมิแกนกลางของร่างกาย |
| บรรณานุกรม | : |
ปิยเชษฐ์ ตะสิงห์ . (2557). ผลของการดื่มน้ำเย็นต่อการตอบสนองของอุณหภูมิแกนกลางของร่างกายและการสูญเสียน้ำขณะออกกำลังกายระดับปานกลางในที่ร้อนของคนอ้วน.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปิยเชษฐ์ ตะสิงห์ . 2557. "ผลของการดื่มน้ำเย็นต่อการตอบสนองของอุณหภูมิแกนกลางของร่างกายและการสูญเสียน้ำขณะออกกำลังกายระดับปานกลางในที่ร้อนของคนอ้วน".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปิยเชษฐ์ ตะสิงห์ . "ผลของการดื่มน้ำเย็นต่อการตอบสนองของอุณหภูมิแกนกลางของร่างกายและการสูญเสียน้ำขณะออกกำลังกายระดับปานกลางในที่ร้อนของคนอ้วน."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557. Print. ปิยเชษฐ์ ตะสิงห์ . ผลของการดื่มน้ำเย็นต่อการตอบสนองของอุณหภูมิแกนกลางของร่างกายและการสูญเสียน้ำขณะออกกำลังกายระดับปานกลางในที่ร้อนของคนอ้วน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2557.
|
