| ชื่อเรื่อง | : | บทบาทองค์กรภาครัฐต่อการสนับสนุนระบบการเงินที่อยู่อาศัยของประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย |
| นักวิจัย | : | ธนสิทธิ์ ศรีวิภาสถิตย์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ , กุณฑลทิพย พานิชภักดิ์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2557 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/45706 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ระบบการเงินที่อยู่อาศัยเป็นระบบสำคัญที่ส่งเสริมให้บุคคลทั่วไปได้มีที่อยู่อาศัย ซึ่งมีความแตกต่างกันแต่ละประเทศตามบริบททางเศรษฐกิจ สังคม กฎหมาย และที่สำคัญที่สุดคือบทบาทภาครัฐ ประกอบกับประเทศในภูมิภาคอาเซียนเริ่มก้าวเข้าสู่การรวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) ดังนั้นการศึกษานี้จึงได้ศึกษาบทบาทองค์กรภาครัฐต่อการสนับสนุนระบบการเงินที่อยู่อาศัยประเทศในกลุ่มอาเซียนที่มีพัฒนาการที่ก้าวหน้าคือประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย เพื่อนำมาวิเคราะห์เป็นข้อเสนอแนะปรับใช้กับประเทศไทย ใช้ระเบียบวิธีวิจัย 2 วิธีคือ 1) การวิจัยเชิงเอกสารเพื่อศึกษารูปแบบของระบบการเงินที่อยู่อาศัยและบทบาทองค์กรภาครัฐ 2) การสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อสรุปเป็นข้อเสนอแนะนำมาปรับใช้กับระบบการเงินที่อยู่อาศัยในประเทศไทย ผลการศึกษาพบว่า 1) ทั้ง 3 ประเทศมีระบบการเงินที่อยู่อาศัยหลักคือระบบเงินฝากธนาคารที่ดำเนินงานโดยธนาคารพาณิชย์ อย่างไรก็ตามภาครัฐของแต่ละประเทศมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนระบบการเงินที่อยู่อาศัยโดยการจัดตั้งองค์กรเพื่อสนับสนุนด้านต่างๆของระบบการเงินที่อยู่อาศัย 2) ลักษณะขององค์กรภาครัฐที่สนับสนุนระบบการเงินที่อยู่อาศัยสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 รูปแบบสำคัญคือ รูปแบบแรกองค์กรที่ดำเนินการให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยโดยตรง เช่น Housing Development Board ของสิงคโปร์ Treasury Housing Loans Division และ Malaysia Building Society Berhad ของมาเลเซีย และธนาคารอาคารสงเคราะห์และการเคหะแห่งชาติของไทย ซึ่งองค์กรเหล่านี้มีองค์ประกอบและการดำเนินงานที่แตกต่างกัน รูปแบบที่สองคือองค์กรที่สนับสนุนสภาพคล่องได้แก่ Cagamas Berhad ของมาเลเซีย และบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยของไทย ในขณะที่สิงคโปร์นั้นไม่มี และรูปแบบที่สามคือองค์กรที่เป็นแหล่งเงินทุนระยะยาว(กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ) ได้แก่ Central Provident Fund ของสิงคโปร์ และ Employee Provident Fund ของมาเลเซีย 3) ลักษณะการดำเนินนโยบายผ่านองค์กรภาครัฐที่สำคัญมีทั้งรูปแบบและเป้าหมายที่คล้ายคลึงกันทั้ง 3 ประเทศ เช่น การอุดหนุน (Subsidy) ให้แก่ประชาชนเพื่อลดช่องว่างและอุปสรรคให้แก่ประชาชนด้วยวิธีการต่างๆ การแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจโดยใช้การสนับสนุนระบบการเงินที่อยู่อาศัย และการดำเนินนโยบายร่วมกันระหว่างองค์กรภาครัฐที่มีหน้าที่ด้านระบบการเงินที่อยู่อาศัย และส่วนที่แตกต่างกันไปตามสถานการณ์และบริบทแวดล้อมของแต่ละประเทศ เช่น การใช้ Reverse Mortgage เพื่อแก้ไขปัญหาผู้สูงอายุที่ขาดแคลนเงินสดของสิงคโปร์ เป็นต้น จากผลการศึกษาสามารถนำไปสู่ข้อเสนอแนะที่ว่า ไทยสามารถนำเอาคุณลักษณะที่โดดเด่นบางประการของสิงคโปร์และมาเลเซียมาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทแวดล้อมได้ดังต่อไปนี้ 1) ไทยสามารถนำรูปแบบการดำเนินนโยบายที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยของสิงคโปร์และมาเลเซียที่มีความน่าสนใจมาปรับใช้ได้ โดยเฉพาะการอุดหนุนและการใช้ Reverse Mortgage 2) บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยสามารถศึกษารูปแบบการดำเนินงานและนำเอาประสบการณ์ของ Cagamas Berhad ที่ประสบความสำเร็จมาปรับใช้ได้ 3) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นแหล่งเงินทุนระยะยาวที่สำคัญ รวมถึงเป็นแหล่งออมเงินสำหรับประชาชนอีกด้วย ซึ่งไทยยังไม่มีรูปแบบการดำเนินงานในลักษณะนี้ จึงสามารถที่จะศึกษาและนำมาปรับใช้ได้ 4) นำวิธีการดำเนินนโยบายที่อยู่อาศัยต่อการสนับสนุนระบบการเงินที่อยู่อาศัยที่มีประสิทธิภาพและมีความต่อเนื่อง มาเป็นปรับใช้กับไทยได้ วิทยานิพนธ์ (คพ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557 |
| บรรณานุกรม | : |
ธนสิทธิ์ ศรีวิภาสถิตย์ . (2557). บทบาทองค์กรภาครัฐต่อการสนับสนุนระบบการเงินที่อยู่อาศัยของประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ธนสิทธิ์ ศรีวิภาสถิตย์ . 2557. "บทบาทองค์กรภาครัฐต่อการสนับสนุนระบบการเงินที่อยู่อาศัยของประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ธนสิทธิ์ ศรีวิภาสถิตย์ . "บทบาทองค์กรภาครัฐต่อการสนับสนุนระบบการเงินที่อยู่อาศัยของประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557. Print. ธนสิทธิ์ ศรีวิภาสถิตย์ . บทบาทองค์กรภาครัฐต่อการสนับสนุนระบบการเงินที่อยู่อาศัยของประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2557.
|
