| ชื่อเรื่อง | : | การเกิด รูปแบบ และผลกระทบด้านเศรษฐกิจของพื้นที่ตาบอด ในเขตบางเขน และเขตสายไหม ในกรุงเทพมหานคร |
| นักวิจัย | : | ณ ฤดี เคียงศิริ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ , อภิวัฒน์ รัตนวราหะ , พนิต ภู่จินดา |
| ปีพิมพ์ | : | 2557 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/45362 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | งานวิจัยนี้เพื่อศึกษาการเกิด รูปแบบ และผลกระทบด้านเศรษฐกิจของพื้นที่ตาบอด ใน เขตบางเขน และเขตสายไหม โดยศึกษาแผนที่ต่างๆ ภาพถ่ายทางอากาศจากอดีตถึงปัจจุบัน มาตรฐานของต่างประเทศเทียบกับไทย ทำให้ทราบจุดอ่อนของการบริหารจัดการ และพัฒนาการของเมือง โดยเฉพาะ โครงข่ายคมนาคมที่ไม่สมดุลเพียงพอ จึงเกิดมีที่ดินตาบอดขึ้นจำนวนมากค้นหาพื้นที่ตาบอดในพื้นที่ศึกษา พบว่ามี 33 แปลง โดยวิเคราะห์การใช้ประโยชน์ที่ดิน และโครงข่ายคมนาคม หาพื้นที่ซึ่งคาดว่าเป็นที่ดินตาบอด นำพิกัดพื้นที่เป้าหมายมาค้นระวางโฉนดสอบยืนยันว่าเป็นพื้นที่ตาบอดแท้โดยกรรมสิทธิ์ และได้ลงสำรวจในพื้นที่จริง สัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ ทำการทบทวนวรรณกรรม และงานวิจัยต่างๆ ทั้งจากในประเทศ และจากต่างประเทศด้วย พบว่า รูปแบบที่ดินตาบอดมี 3 กลุ่มคือ ที่ดินตาบอดริมน้ำ (รวมถึงที่ดินตาบอดบนที่งอกริมน้ำ) ที่ดินตาบอดใน Super Block (รวมถึงที่ดินตาบอดหลังหมู่บ้าน) ที่ดินตาบอดติดทางพิเศษที่มีกำแพงกั้น (รวมถึงที่ดินตาบอดติดทางรถไฟ) และได้ค้นพบ 2 สาเหตุของการเกิดที่ดินตาบอด คือ 1)การบริหาร และการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินไม่มีประสิทธิภาพ (เปลี่ยนกรรมสิทธิ์โดยไม่เหมาะสม เปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินเกษตรกรรมมาสู่การใช้แบบเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขาดการบูรณาการ) 2)โครงข่ายคมนาคมที่ไม่เหมาะสม (การคมนาคมหลักเปลี่ยนจากทางน้ำเป็นทางบก การพัฒนาเมืองไม่สมดุลและได้มาตรฐาน) และวิเคราะห์ผลสำรวจกรณีศึกษา ผ่านมิติของ กายภาพ เศรษฐกิจ สังคม และการบริหารจัดการ พบว่า 3 ตัวแปรหลักของการเกิด คือ โครงข่ายคมนาคมและการเข้าถึงพื้นที่ (Infrastructure Network Standard: Accessibility) การถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน (Ownership) การประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (Co-ordination) งานวิจัยนี้สรุปผลกระทบด้านเศรษฐกิจของพื้นที่ตาบอดได้ว่า มีการสูญเสียโอกาสในอดีต และจะมีการสูญเสียโอกาสในอนาคต หากไม่มีการแก้ไข ได้ศึกษาพื้นที่ตาบอดในพื้นที่ศึกษาทุกแปลง นำผลมาวิเคราะห์ในเชิงซ้อน (Matrix) เพื่อหาข้อมูล และความสัมพันธ์เชิงลึก ซึ่งแต่ละรูปแบบจะมีความแตกต่างกัน เช่น พื้นที่ตาบอดริมน้ำ รวมทั้งพื้นที่ตาบอดบนที่งอกริมน้ำ เกิดจากการเปลี่ยนแปลงคมนาคมหลัก พื้นที่ตาบอดใน Super Block เกิดจากขาดมาตรฐานความสมดุลของลำดับศักดิ์ถนน พื้นที่ตาบอดหลังหมู่บ้านเกิดจากการพัฒนาแบบแยกส่วน ขาดการมองภาพรวม พื้นที่ตาบอดติดทางรถไฟและพื้นที่ตาบอดติดทางพิเศษที่มีกำแพงกั้น เกิดจากขาดการประสานงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น เพื่อเป็นแนวทางการพิจารณาแก้ไขได้ โดยสรุปลำดับศักยภาพการพัฒนาพื้นที่ตาบอด 6 ปัจจัย คือ ระยะห่างจากถนน การเข้าถึง การใช้ประโยชน์ที่ดิน ข้อกำหนดการใช้ที่ดิน ขนาดของพื้นที่ และราคาที่ดิน ที่ดินเป็นทรัพยากรที่มีค่าและมีจำนวนจำกัด ที่ดินตาบอดมีผลต่อเศรษฐกิจเพราะขาดการใช้ประโยชน์ที่คุ้มค่า เกิดจากโครงข่ายคมนาคมที่ไม่สมดุล และขาดการประสานงานแบบบูรณาการ งานวิจัยนี้จะทำให้ที่ดินตาบอดได้รับความสนใจ และควรได้รับการแก้ไขในที่สุด วิทยานิพนธ์ (ผ.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557 |
| บรรณานุกรม | : |
ณ ฤดี เคียงศิริ . (2557). การเกิด รูปแบบ และผลกระทบด้านเศรษฐกิจของพื้นที่ตาบอด ในเขตบางเขน และเขตสายไหม ในกรุงเทพมหานคร.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ณ ฤดี เคียงศิริ . 2557. "การเกิด รูปแบบ และผลกระทบด้านเศรษฐกิจของพื้นที่ตาบอด ในเขตบางเขน และเขตสายไหม ในกรุงเทพมหานคร".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ณ ฤดี เคียงศิริ . "การเกิด รูปแบบ และผลกระทบด้านเศรษฐกิจของพื้นที่ตาบอด ในเขตบางเขน และเขตสายไหม ในกรุงเทพมหานคร."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557. Print. ณ ฤดี เคียงศิริ . การเกิด รูปแบบ และผลกระทบด้านเศรษฐกิจของพื้นที่ตาบอด ในเขตบางเขน และเขตสายไหม ในกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2557.
|
