| ชื่อเรื่อง | : | การนำเสนอกลยุทธ์การป้องกันการกระทำผิดของเด็กและเยาวชนโดยใช้สถานศึกษาเป็นฐาน |
| นักวิจัย | : | เกียรติศักดิ์ แสงอรุณ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ชื่นชนก โควินท์ , อุบลวรรณ หงษ์วิทยากร , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2556 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/44001 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556 การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพ ปัญหาและปัจจัยในการป้องกันการกระทำผิดของเด็กและเยาวชนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน วิเคราะห์รูปแบบการป้องกันการกระทำผิดของเด็กและเยาวชนโดยใช้สถานศึกษาเป็นฐาน ตลอดจนนำเสนอกลยุทธ์การป้องกันการกระทำผิดของเด็กและเยาวชนโดยใช้สถานศึกษาเป็นฐาน โดยใช้เทคนิคการเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ และแบบบันทึกการประชุมกลุ่ม ผลการวิจัยพบว่า กิจกรรมของสถานศึกษาเพื่อการสร้างภูมิคุ้มกันมีการจัดการอบรมให้ความรู้ด้านคุณธรรม จริยธรรม และการฝึกสมาธิ กิจกรรมเพื่อการปราบปรามจะทำการสุ่มตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมายและตรวจปัสสาวะ ส่วนกิจกรรมเพื่อการแก้ไขฟื้นฟูมีการดำเนินการจัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ในโรงเรียนและนอกโรงเรียน บทบาทเด่นของสถานศึกษาคือการจัดการเรียนรู้ด้านคุณธรรมโดยสอดแทรกไปในการเรียนการสอนในห้องเรียนเพื่อการสร้างภูมิคุ้มกันให้นักเรียน ปัญหาด้านงบประมาณเป็นปัญหาสำคัญที่สุดในดำเนินการป้องกันการกระทำผิดและปัญหาด้านวิธีการการดำเนินการปราบปรามที่ไม่เป็นไปในแนวทางเดียวกันกับภาคส่วนอื่นคือการลงโทษด้วยการตี ส่วนปัจจัยสำคัญในการดำเนินการป้องกันการกระทำผิดของนักเรียนที่สำคัญมากคือการเอาใจใส่ของผู้ปกครอง สถานศึกษามีการกำหนดโครงสร้างให้ฝ่ายกิจการนักเรียนหรือฝ่ายปกครองเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการป้องกันการกระทำผิดของนักเรียน ดำเนินมาตรการทั้งเชิงรุกที่สถานศึกษาจัดเองและในเชิงรับซึ่งได้รับความร่วมมือจากภาคส่วนอื่น ดังนั้นสถานศึกษาจึงต้องประสานความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ในสังคมอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ครอบครัว และศาสนสถาน ตำรวจเป็นกลไกในการปราบปรามการกระทำผิดที่สำคัญและควรมีตำรวจท้องที่อยู่ในคณะกรรมการสถานศึกษาด้วยเพื่อเป็นการกำหนดนโยบายต่างๆ ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้หากนำรูปแบบการกระทำผิดของสถานศึกษาต่างๆ มาวิเคราะห์สภาพแวดล้อมพบว่ากลยุทธ์ที่เกิดขึ้นมีทั้งส่วนที่เหมือนและต่างกันตามสังกัดและพื้นที่ เมื่อนำจุดร่วมสู่การพิจารณากลยุทธ์ในการป้องกันการกระทำผิดของเด็กและเยาวชนโดยใช้สถานศึกษาเป็นฐานได้ 7 กลยุทธ์คือ 1) กลยุทธ์ด้านการสร้างภูมิคุ้มกัน 2) กลยุทธ์ด้านการป้องปราม/ปราบปราม 3) กลยุทธ์ด้านการแก้ไขฟื้นฟู/ปรับเปลี่ยน 4) กลยุทธ์การพัฒนาบทบาทของสถานศึกษา 5)กลยุทธ์การเสริมสร้างบทบาทและองค์ความรู้แก่กลุ่มภาคีเครือข่าย 6) กลยุทธ์ด้านการผลักดันนโยบาย และ 7) กลยุทธ์การพัฒนาระบบงานและการติดตามผล ซึ่งการนำกลยุทธ์เหล่านี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผู้ใช้จะต้องคำนึงถึงสภาพบริบทพื้นที่ของสถานศึกษาว่าภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ครอบครัว ศาสนสถาน ชุมชนและภาครัฐ ว่ามีจุดมุ่งหมายและความพร้อมในการดำเนินการเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับสถานศึกษาหรือไม่ |
| บรรณานุกรม | : |
เกียรติศักดิ์ แสงอรุณ . (2556). การนำเสนอกลยุทธ์การป้องกันการกระทำผิดของเด็กและเยาวชนโดยใช้สถานศึกษาเป็นฐาน.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เกียรติศักดิ์ แสงอรุณ . 2556. "การนำเสนอกลยุทธ์การป้องกันการกระทำผิดของเด็กและเยาวชนโดยใช้สถานศึกษาเป็นฐาน".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เกียรติศักดิ์ แสงอรุณ . "การนำเสนอกลยุทธ์การป้องกันการกระทำผิดของเด็กและเยาวชนโดยใช้สถานศึกษาเป็นฐาน."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556. Print. เกียรติศักดิ์ แสงอรุณ . การนำเสนอกลยุทธ์การป้องกันการกระทำผิดของเด็กและเยาวชนโดยใช้สถานศึกษาเป็นฐาน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.
|
